ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๓ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๑ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๓ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๖๕๘ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ
ท่านว่า ทานและการรบ เสมอกัน
(สํ. ส. ๑๕/๒๙)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ทาน” หมายถึงการให้ การเสียสละสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์และความสุขของผู้อื่น ส่วน “การรบ” หมายถึงการต่อสู้ในสงคราม พุทธศาสนสุภาษิตนี้เปรียบการให้ทานกับการรบว่าเสมอกัน เพราะทั้งสองอย่างต้องอาศัยความกล้าหาญและต้องเอาชนะข้าศึกเหมือนกัน ข้าศึกของการรบอยู่ภายนอก แต่ข้าศึกของการให้อยู่ในใจของเราเอง คือความตระหนี่ ความหวงแหน และความเสียดายที่คอยกระซิบว่าอย่าให้ เก็บไว้เป็นของตนดีกว่า

ขยายความบทตั้งในการรบ นักรบผู้กล้าแม้มีจำนวนน้อยก็เอาชนะคนขลาดจำนวนมากได้ การให้ทานก็เช่นเดียวกัน ของที่ให้แม้เพียงเล็กน้อย ถ้าให้ด้วยศรัทธาและใจที่กล้าสละ ก็เอาชนะความตระหนี่ที่สะสมอยู่ในใจมานานได้ และมีผลมากกว่าของมากที่ให้อย่างเสียไม่ได้ ผู้ที่ไม่เคยฝึกให้ย่อมรู้สึกว่าการให้เป็นเรื่องยาก เหมือนทหารใหม่ที่ยังไม่เคยออกศึก แต่เมื่อได้ให้บ่อยครั้งเข้า ใจก็จะกล้าขึ้น ความตระหนี่ก็อ่อนกำลังลงไปทุกที

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ความรักของผู้อื่นไม่อาจเรียกร้องเอาได้ แต่ย่อมเกิดขึ้นจากการให้ ผู้ที่มีความเสียสละเป็นนิสัยจึงเป็นที่รักใคร่และปรารถนาดีของผู้คนรอบข้าง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์องฺคุตฺตรนิกาย ปญฺจกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ผู้ให้” ในพุทธภาษิตบทนี้ หมายถึงผู้ที่มีความเสียสละเป็นนิสัย พร้อมจะแบ่งปันสิ่งที่ตนมีเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ส่วนคำว่า “ย่อมเป็นที่รัก” หมายความว่าย่อมได้รับความรักใคร่ ความเอ็นดู และความปรารถนาดีจากผู้คนรอบข้าง พุทธภาษิตนี้ชี้ให้เห็นกฎธรรมชาติข้อหนึ่งว่า ความรักของผู้อื่นไม่อาจเรียกร้องหรือบังคับเอาได้ แต่ย่อมเกิดขึ้นเองต่อผู้ที่ให้

อธิบายบทเชื่อม ๑เหตุที่ผู้ให้เป็นที่รัก เพราะมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุขและไม่ต้องการความทุกข์ ผู้ใดทำให้เขามีความสุข ช่วยให้เขาพ้นจากความลำบาก เขาย่อมรักผู้นั้น ตรงกันข้าม คนที่เอาแต่รับ ไม่เคยให้ และคอยเอาเปรียบผู้อื่น แม้จะมีทรัพย์หรืออำนาจมากเพียงใด ก็อาจมีคนอยู่รอบตัวเพียงเพราะหวังผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์หมดไป คนเหล่านั้นก็จากไป ความรักที่เกิดจากการให้ด้วยใจจริงจึงมั่นคงกว่าความรักที่ซื้อด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่แบ่งขนมหรืออุปกรณ์การเรียนให้เพื่อนที่ขาดแคลน ทั้งที่ใจหนึ่งก็อยากเก็บไว้ใช้เอง ชื่อว่าได้รบชนะความตระหนี่ในใจตนแล้วครั้งหนึ่ง ผู้ใหญ่ที่สละเวลาพักผ่อนไปช่วยงานส่วนรวม หรือบริจาคทรัพย์ช่วยผู้ประสบภัย ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้มีมากมาย ก็เป็นนักรบผู้กล้าในสนามแห่งการให้เช่นกัน ชัยชนะในสนามรบนำมาซึ่งเวรและความสูญเสีย แต่ชัยชนะในการให้นำมาซึ่งมิตรภาพ ความอิ่มใจ และบุญกุศลที่ไม่มีใครแย่งชิงไปได้

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะเป็นคนใจกว้างจึงควรฝึกการให้อยู่เสมอ ให้ตามกำลังของตน ไม่ต้องรอให้มีมากก่อนจึงค่อยให้ เพราะการให้ทุกครั้งคือการฝึกความกล้าและการเอาชนะกิเลสในใจตน เมื่อฝึกได้แล้ว ย่อมเป็นผู้มีใจสูง เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ
ท่านว่า ทานและการรบ เสมอกัน

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก