ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๓ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๑ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๓ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๔๖๗ ตัวอักษร (ราว ๒ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย
ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบาป” หมายถึงการทำความชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความชั่วนั้นพอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นนิสัย พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า การสั่งสมบาปเช่นนี้ย่อมนำความทุกข์มาให้ เพราะบาปแต่ละครั้งเปรียบเหมือนหยดน้ำที่หยดลงในภาชนะ เมื่อหยดอยู่เรื่อย ๆ ย่อมเต็มได้ในที่สุด

ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสเตือนไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ คนจำนวนมากคิดว่าความชั่วเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นไร เช่น โกหกเล็กน้อย เอาของผู้อื่นเล็กน้อย แต่ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้บาปสั่งสมมากขึ้น เมื่อทำจนเคยชินแล้ว ใจก็ไม่รู้สึกละอาย ความชั่วที่ใหญ่กว่าก็ตามมาได้ง่าย สุดท้ายความทุกข์ก็มาถึงทั้งในรูปของโทษทางกฎหมาย ความเสื่อมเสีย และความเดือดร้อนใจ

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑คนที่ไม่รักษาความสัตย์และมักพูดมุสาเป็นนิสัย ย่อมพร้อมจะทำความชั่วได้ทุกอย่าง เพราะได้ละทิ้งหลักประกันที่สำคัญที่สุดของความดีไปแล้ว สมดังนัยแห่งพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “มุสา” หมายถึงความเท็จ การพูดโกหก การพูดไม่ตรงกับความจริงเพื่อหลอกผู้อื่น พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า คนที่มักพูดมุสาเป็นนิสัย ความชั่วที่เขาจะไม่ทำนั้นไม่มีเลย กล่าวคือ คนที่ไม่รักษาความสัตย์ย่อมพร้อมจะทำความชั่วได้ทุกอย่าง เพราะเขาได้ละทิ้งหลักประกันที่สำคัญที่สุดของความดีไปแล้ว

อธิบายบทเชื่อม ๑ในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสว่า คนที่ล่วงธรรมอย่างหนึ่งคือความสัตย์ พูดมุสาเป็นปกติ และไม่คำนึงถึงโลกหน้า บาปที่เขาจะไม่ทำย่อมไม่มี เหตุผลก็คือ การโกหกเป็นเครื่องมือปกปิดความชั่วทั้งปวง คนที่ทำผิดแล้วกล้าโกหก ย่อมคิดว่าตนสามารถปกปิดความผิดได้ จึงกล้าทำผิดต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนคนที่รักษาความสัตย์ เมื่อทำผิดก็ยอมรับ ความผิดจึงไม่พอกพูน ความสัตย์จึงเปรียบเหมือนประตูที่กั้นความชั่วทั้งหลายไว้ เมื่อประตูนี้พังลง ความชั่วอื่น ๆ ก็ไหลเข้ามาได้โดยง่าย

ตัวอย่างในชีวิตตัวอย่างเช่น เด็กที่ขโมยเงินพ่อแม่ครั้งละเล็กละน้อยแล้วไม่มีใครรู้ เมื่อโตขึ้นก็อาจกล้าทุจริตเงินจำนวนมากขึ้น จนวันหนึ่งถูกจับได้และต้องรับโทษอย่างหนัก คนที่ติดการพนันก็เริ่มจากการเล่นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อสั่งสมความเคยชินจนติดแล้ว ก็อาจสูญเสียทั้งทรัพย์สิน ครอบครัว และอนาคต ความทุกข์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่ค่อย ๆ สั่งสมมาจากความชั่วทีละน้อย

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ไม่ปรารถนาความทุกข์จึงไม่ควรประมาทความชั่วแม้เพียงเล็กน้อย ควรหยุดตั้งแต่ครั้งแรก และถ้าเผลอทำไปแล้วก็ไม่ควรทำซ้ำอีก เพราะการหยุดสั่งสมบาปคือการปิดประตูแห่งความทุกข์ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย
ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก