เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบุญ” หมายถึงการทำความดีอยู่เสมอ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความดีพอกพูนมากขึ้นและกลายเป็นนิสัย พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า การสั่งสมบุญเช่นนี้ย่อมนำความสุขมาให้ พุทธภาษิตนี้เป็นคู่ตรงข้ามกับพุทธภาษิตที่ว่า ความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ แสดงว่าสิ่งที่เราสั่งสมไว้ในชีวิตจะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะมีความสุขหรือความทุกข์
ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญ ก็ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะความสั่งสมบุญนำสุขมาให้ อีกแห่งหนึ่งตรัสว่า บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อยคงไม่มีผล เพราะหม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่หยดลงทีละหยด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญทีละน้อย ๆ ก็ย่อมเต็มด้วยบุญได้ ความดีเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ จึงมีพลังมากกว่าความดีใหญ่ที่ทำเพียงครั้งคราว
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ในยามที่ชีวิตกำลังจะจบลง ทรัพย์สมบัติ ยศตำแหน่ง และคนที่รักไม่อาจช่วยอะไรได้ แต่บุญที่เคยทำไว้ย่อมเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้จากไปอย่างสงบ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “เวลาสิ้นชีวิต” หมายถึงช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังจะจบลง ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนมากหวาดกลัว เพราะต้องพลัดพรากจากทุกสิ่งที่รัก พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญนำความสุขมาให้ในเวลาเช่นนั้น กล่าวคือ ในยามที่ทรัพย์สมบัติ ยศตำแหน่ง และคนที่รัก ไม่อาจช่วยอะไรได้แล้ว บุญที่เคยทำไว้จะเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้จากไปอย่างสงบ ไม่หวาดกลัว
อธิบายบทเชื่อม ๑ในเวลาใกล้ตาย ใจของคนมักระลึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำมา ผู้ที่เคยทำความชั่วมามาก ย่อมระลึกถึงความชั่วนั้นด้วยความเดือดร้อนใจ หวาดกลัวผลที่จะตามมา ส่วนผู้ที่ทำบุญไว้มาก ย่อมระลึกถึงความดีของตนด้วยความอิ่มใจ ไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจหรือค้างคา ความสุขใจในวาระสุดท้ายนี้เป็นผลของบุญที่เห็นได้ชัด และในทางพระพุทธศาสนา จิตที่ผ่องใสในเวลาสิ้นชีวิตยังเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติได้ด้วย
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน และหมั่นช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่ละวันจะทำเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปหลายปี ใจของเขาย่อมผ่องใส มีความสุข และเป็นที่รักของผู้คน นักเรียนที่ทบทวนบทเรียนวันละเล็กละน้อยทุกวัน ย่อมมีความรู้มั่นคงกว่าผู้ที่อ่านหนังสือหนักเพียงคืนก่อนสอบ การสั่งสมความดีก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่ยั่งยืนจึงควรหมั่นทำความดีทุกวัน ไม่เลือกว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่รอโอกาสพิเศษ เพราะความดีที่สั่งสมไว้จะเป็นรากฐานแห่งความสุขตลอดชีวิต สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ