เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า เป็นถ้อยคำยกย่องความประเสริฐของศีล คำว่า “เป็นเยี่ยม” หมายถึงยอดเยี่ยมหรือไม่มีสิ่งอื่นยิ่งกว่า ในบริบทนี้มุ่งเน้นคุณค่าของความประพฤติดีงามว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรยกย่อง เพราะศีลช่วยให้บุคคลสำรวมกายและวาจา เว้นจากการเบียดเบียน และเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
ขยายความบทตั้งศีลมีคุณค่าต่อสังคมเพราะช่วยยับยั้งการกระทำที่ก่อความเดือดร้อน เมื่อผู้คนเว้นจากการฆ่าและทำร้ายกัน การลักขโมย การประพฤติผิดในกาม การกล่าวเท็จ และการดื่มสุราเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท ย่อมช่วยลดเหตุแห่งความขัดแย้งและความเสียหาย ทั้งยังเพิ่มความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน การรักษาศีลจึงมิใช่เรื่องส่วนตัวเท่านั้น แต่เป็นการรับผิดชอบต่อความสงบสุขของส่วนรวมด้วย
ขยายความบทตั้งนอกจากประโยชน์ในการอยู่ร่วมกันแล้ว ศีลยังเป็นพื้นฐานเกื้อหนุนการฝึกจิตและการเจริญปัญญา ผู้รักษาศีลย่อมมีเหตุให้ไม่เดือดร้อนใจเพราะการกระทำผิดของตน ความไม่เดือดร้อนใจนี้ช่วยให้จิตพร้อมต่อการฝึกสมาธิ และเมื่อจิตตั้งมั่น ก็เอื้อต่อการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบและตรงตามความเป็นจริง ทั้งนี้ ต้องอาศัยการศึกษา การฝึกฝน และการพิจารณาอย่างถูกต้องประกอบกัน ศีล สมาธิ และปัญญาจึงเป็นธรรมที่เกื้อหนุนกันในการพัฒนาชีวิต
ขยายความบทตั้งในสีลวีมังสนชาดกและอรรถกถา มีการกล่าวถึงงูพิษที่ได้รับคำยกย่องว่ามีศีล เพราะไม่กัดและไม่เบียดเบียนใคร เรื่องนี้นำลักษณะของการไม่เบียดเบียนมาแสดงให้เห็นคุณค่าของศีล แม้แต่สัตว์ที่คนหวาดกลัว เมื่อไม่ทำร้ายผู้อื่นก็ยังได้รับคำชื่นชม บุคคลจึงควรเห็นความสำคัญของการสำรวมความประพฤติ และไม่ใช้กำลังหรือความสามารถของตนไปก่อความเดือดร้อนแก่ใคร
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ความดีที่แท้จริงย่อมตั้งอยู่บนศีล ผู้ที่รักษากายวาจาให้เรียบร้อยไม่เบียดเบียนผู้อื่น จึงชื่อว่าได้ทำความดีอันเป็นรากฐานของความดีทั้งปวง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก เอกนิปาต ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า สอนให้เห็นคุณค่าของความประพฤติดีงาม คำว่า “ท่านว่า” หมายถึงได้ยินมาว่าหรือกล่าวกันว่า ส่วนคำว่า “นั่นเทียว” เป็นถ้อยคำเน้น หมายถึงนั่นเองหรือนั่นแหละ ใจความสำคัญคือ ความดีของบุคคลควรพิจารณาจากความประพฤติ มิใช่อาศัยเพียงชาติตระกูล ฐานะ หรือความรู้ความสามารถ เพราะแม้มีคุณสมบัติเหล่านี้ หากประพฤติทุจริตก็ย่อมก่อความเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่นได้
อธิบายบทเชื่อม ๑อรรถกถาสีลวีมังสนชาดกเล่าถึงพราหมณ์ปุโรหิตผู้ได้รับความนับถือจากพระราชา เขาต้องการทดสอบว่าความนับถือนั้นเกิดจากชาติตระกูลและความรู้ หรือเกิดจากศีล จึงหยิบพระราชทรัพย์โดยมิได้รับอนุญาตจนถูกจับ ระหว่างถูกนำตัวไปเฝ้าพระราชา เขาเห็นพวกหมองูจับงูพิษเล่น จึงเตือนให้ระวังอันตราย พวกหมองูกลับตอบว่างูมีศีล ไม่ทำร้ายใคร ต่างจากเขาที่ถูกจับเพราะนำทรัพย์ของหลวงไป พราหมณ์จึงได้คิดว่า แม้แต่งูยังได้รับคำชมเพราะไม่เบียดเบียน เมื่อเข้าเฝ้าและพระราชารับสั่งให้ลงโทษ เขาจึงกราบทูลเหตุแห่งการกระทำและกล่าวสรรเสริญคุณของศีล
อธิบายบทเชื่อม ๑ข้อคิดจากเรื่องนี้คือ ชาติตระกูล ตำแหน่ง และความรู้ ไม่อาจใช้แทนความประพฤติดีหรือเป็นข้ออ้างให้ทำผิดได้ ความซื่อสัตย์และการไม่เบียดเบียนเป็นพื้นฐานสำคัญของความไว้วางใจ เมื่อบุคคลละเมิดหลักเหล่านี้ ความเชื่อถือที่เคยได้รับก็อาจเสื่อมลง เรื่องนี้จึงมุ่งให้ตระหนักถึงคุณของศีล มิใช่ให้เลียนแบบการทำผิดเพื่อทดลองใจผู้อื่น
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ชุมชนที่ผู้คนซื่อสัตย์ ไม่ลักขโมย และไม่ทำร้ายกัน ย่อมมีพื้นฐานที่ดีของความปลอดภัยและความน่าอยู่ คนทำงานที่ไม่ทุจริตและไม่หลอกลวงย่อมช่วยสร้างความเชื่อถือในการทำงานร่วมกัน ส่วนนักเรียนที่ไม่หยิบของเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่กล่าวเท็จ และไม่รังแกผู้อื่น ก็มีส่วนทำให้ห้องเรียนเป็นสถานที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คุณของศีลปรากฏได้ในการดำเนินชีวิตของคนทุกวัย
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตอย่างดีงามจึงควรรักษาศีลให้มั่นคง ควบคู่กับการพัฒนาจิตใจและปัญญา พร้อมทั้งชักชวนผู้อื่นให้เห็นประโยชน์ของการไม่เบียดเบียนด้วยคำพูดที่เหมาะสมและการเป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อแต่ละคนรับผิดชอบความประพฤติของตน ก็ย่อมมีส่วนเกื้อหนุนให้สังคมสงบสุข คุณประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวมนี้แสดงถึงความประเสริฐของศีล สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ