ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๓ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๑ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๓ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๓,๕๕๔ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
สํวาเสน สีลํ เวทิตพฺพํ
ศีลพึงรู้ได้เพราะอยู่ร่วมกัน
(นัย-ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๘)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “อยู่ร่วมกัน” หมายถึงการดำเนินชีวิตใกล้ชิดกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้เห็นความประพฤติของกันและกันอย่างต่อเนื่อง หลักนี้สามารถนำมาประยุกต์กับการเรียน การทำงาน และการคบหากันได้ สุภาษิตนี้สอนว่า การจะรู้ว่าบุคคลมีความประพฤติดีงามเพียงใด ควรพิจารณาจากการปฏิบัติจริงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ด่วนตัดสินจากรูปลักษณ์ คำพูด หรือความประทับใจเมื่อแรกพบ

ขยายความบทตั้งพระพุทธองค์ตรัสว่า ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน โดยต้องอาศัยเวลานาน มิใช่เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ อีกทั้งผู้พิจารณาต้องใส่ใจและมีปัญญา การอยู่ร่วมกันเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอ หากไม่สนใจสังเกตหรือไม่พิจารณาอย่างรอบคอบ ก็อาจเข้าใจความประพฤติของผู้อื่นคลาดเคลื่อนได้ สิ่งสำคัญคือการพิจารณาว่า บุคคลนั้นรักษาความประพฤติดีงามอย่างต่อเนื่องหรือไม่ มีความซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบ และไม่เบียดเบียนผู้อื่นเพียงใด

ขยายความบทตั้งการใช้เวลาศึกษาความประพฤติช่วยให้เห็นบุคคลในหลายสถานการณ์ ทั้งในการดำเนินชีวิตตามปกติ เมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และเมื่อเกิดความขัดแย้ง จึงมีข้อมูลประกอบการพิจารณามากกว่าการพบกันเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม การพิจารณาควรเป็นไปอย่างเป็นธรรม ไม่มุ่งจับผิดหรือตัดสินจากความชอบและความไม่ชอบส่วนตัว และควรแยกความผิดพลาดเฉพาะครั้งออกจากพฤติกรรมที่กระทำซ้ำเป็นปกติ รวมทั้งพิจารณาความตั้งใจแก้ไขปรับปรุงตนของบุคคลนั้นด้วย

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ความดีที่แท้จริงย่อมตั้งอยู่บนศีล ผู้ที่รักษากายวาจาให้เรียบร้อยไม่เบียดเบียนผู้อื่น จึงชื่อว่าได้ทำความดีอันเป็นรากฐานของความดีทั้งปวง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก เอกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า สอนให้เห็นคุณค่าของความประพฤติดีงาม คำว่า “ท่านว่า” หมายถึงได้ยินมาว่าหรือกล่าวกันว่า ส่วนคำว่า “นั่นเทียว” เป็นถ้อยคำเน้น หมายถึงนั่นเองหรือนั่นแหละ ใจความสำคัญคือ ความดีของบุคคลควรพิจารณาจากความประพฤติ มิใช่อาศัยเพียงชาติตระกูล ฐานะ หรือความรู้ความสามารถ เพราะแม้มีคุณสมบัติเหล่านี้ หากประพฤติทุจริตก็ย่อมก่อความเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่นได้

อธิบายบทเชื่อม ๑อรรถกถาสีลวีมังสนชาดกเล่าถึงพราหมณ์ปุโรหิตผู้ได้รับความนับถือจากพระราชา เขาต้องการทดสอบว่าความนับถือนั้นเกิดจากชาติตระกูลและความรู้ หรือเกิดจากศีล จึงหยิบพระราชทรัพย์โดยมิได้รับอนุญาตจนถูกจับ ระหว่างถูกนำตัวไปเฝ้าพระราชา เขาเห็นพวกหมองูจับงูพิษเล่น จึงเตือนให้ระวังอันตราย พวกหมองูกลับตอบว่างูมีศีล ไม่ทำร้ายใคร ต่างจากเขาที่ถูกจับเพราะนำทรัพย์ของหลวงไป พราหมณ์จึงได้คิดว่า แม้แต่งูยังได้รับคำชมเพราะไม่เบียดเบียน เมื่อเข้าเฝ้าและพระราชารับสั่งให้ลงโทษ เขาจึงกราบทูลเหตุแห่งการกระทำและกล่าวสรรเสริญคุณของศีล

อธิบายบทเชื่อม ๑ข้อคิดจากเรื่องนี้คือ ชาติตระกูล ตำแหน่ง และความรู้ ไม่อาจใช้แทนความประพฤติดีหรือเป็นข้ออ้างให้ทำผิดได้ ความซื่อสัตย์และการไม่เบียดเบียนเป็นพื้นฐานสำคัญของความไว้วางใจ เมื่อบุคคลละเมิดหลักเหล่านี้ ความเชื่อถือที่เคยได้รับก็อาจเสื่อมลง เรื่องนี้จึงมุ่งให้ตระหนักถึงคุณของศีล มิใช่ให้เลียนแบบการทำผิดเพื่อทดลองใจผู้อื่น

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน การคบเพื่อนควรพิจารณาว่าเพื่อนมีความซื่อสัตย์ เคารพสิทธิของผู้อื่น และไม่ชักชวนกันทำผิดหรือไม่ การทำงานร่วมกันช่วยให้เห็นว่าบุคคลรับผิดชอบต่อทรัพย์สินส่วนรวมและไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพียงใด ส่วนการเลือกคู่ครองก็ควรใช้เวลาศึกษาความประพฤติ การให้เกียรติกัน และความรับผิดชอบ มิใช่อาศัยเพียงรูปร่างหน้าตาหรือคำพูดที่น่าฟัง ตัวอย่างเหล่านี้เป็นการนำหลักการอยู่ร่วมกันมาประกอบการรู้จักบุคคลอย่างรอบคอบ

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ต้องการคบหาคนดีจึงไม่ควรด่วนตัดสินผู้อื่น แต่ควรใช้เวลา ความใส่ใจ และปัญญาพิจารณาความประพฤติที่ปรากฏอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ควรรักษาศีลของตนให้มั่นคง ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพราะเห็นคุณค่าของความซื่อสัตย์และการไม่เบียดเบียน ความประพฤติดีที่สม่ำเสมอย่อมเป็นพื้นฐานสำคัญของความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สํวาเสน สีลํ เวทิตพฺพํ
ศีลพึงรู้ได้เพราะอยู่ร่วมกัน

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก