ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๓ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๑ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๓ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๓,๕๖๓ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
สญฺญมโต เวรํ น จียติ
เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น
(ที. มหา. ๑๐/๑๕๙)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “คอยระวัง” หมายถึงการสำรวมตน ระมัดระวังการกระทำและคำพูดมิให้ล่วงละเมิดหรือเบียดเบียนผู้อื่น รวมทั้งระวังใจมิให้ความโกรธและความพยาบาทชักนำไปสู่การทำผิด ส่วนคำว่า “เวร” หมายถึงความเป็นศัตรู ความบาดหมาง และการผูกใจเจ็บคิดแก้แค้น สุภาษิตนี้สอนให้ป้องกันเหตุแห่งเวรด้วยการสำรวมความประพฤติ ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น และไม่สืบต่อความบาดหมางด้วยการแก้แค้น

ขยายความบทตั้งพุทธภาษิตบทนี้ปรากฏร่วมกับข้อความเรื่องบุญที่เจริญขึ้นแก่ผู้ให้ การละบาปของผู้มีปัญญา และความดับเย็นเพราะสิ้นราคะ โทสะ และโมหะ ใจความของคาถาจึงแสดงให้เห็นคุณของการสร้างความดี การสำรวมระวัง และการพัฒนาปัญญาให้ละกิเลส สำหรับการไม่ก่อเวรนั้น การระวังตนตั้งแต่ก่อนคิด พูด และทำ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคำพูดหรือการกระทำที่เบียดเบียนอาจสร้างความเจ็บช้ำ และนำไปสู่การตอบโต้กันจนความขัดแย้งขยายตัว

ขยายความบทตั้งการสำรวมระวังมิได้หมายความว่า เราจะควบคุมความคิดหรือการกระทำของผู้อื่นได้ทั้งหมด แต่หมายถึงการรับผิดชอบความประพฤติของตน ไม่เป็นฝ่ายสร้างเหตุแห่งการเบียดเบียน และเมื่อเผชิญความไม่พอใจก็ไม่ปล่อยให้ความโกรธนำไปสู่การแก้แค้น หากตนทำผิดก็ควรยอมรับ ขอโทษ และแก้ไข หากเกิดความเข้าใจผิดก็ควรชี้แจงด้วยเหตุผล การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยคลี่คลายปัญหาและลดการสืบต่อความบาดหมาง

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่รู้จักระมัดระวังควบคุมกาย วาจา และใจ ไม่เฉพาะแต่ในที่ใดที่หนึ่ง แต่สำรวมในทุกสถานที่และทุกโอกาส ย่อมเป็นผู้ดีงามน่าเลื่อมใส สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ความสำรวม” หมายถึงการระมัดระวังและควบคุมความประพฤติ มิให้เป็นไปในทางที่ผิดหรือก่อความเดือดร้อน ส่วนคำว่า “ในที่ทั้งปวง” ในที่นี้หมายถึงการสำรวมในทวารทั้งปวง ครอบคลุมทั้งการรับรู้ การกระทำ คำพูด และความคิด พุทธภาษิตบทนี้จึงสอนให้บุคคลมีความระมัดระวังอย่างทั่วถึง ไม่ปล่อยให้ความเผลอเรอหรือกิเลสชักนำไปสู่การเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

อธิบายบทเชื่อม ๑ในพระธรรมบท ภิกขุวรรค พระพุทธองค์ทรงแสดงคุณของความสำรวมทางตา หู จมูก ลิ้น กาย วาจา และใจ ตลอดจนความสำรวมในทวารทั้งปวง พร้อมทั้งตรัสถึงภิกษุผู้สำรวมในทวารทั้งปวงว่าย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ ข้อความนี้แสดงถึงความสำคัญของความสำรวมในการปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ มิได้หมายเพียงการมีกิริยาสุภาพเรียบร้อย แต่ครอบคลุมถึงการฝึกฝนมิให้อกุศลเข้าครอบงำจิตใจด้วย

อธิบายบทเชื่อม ๑ความสำรวมทางกาย ได้แก่ การเว้นจากการทำร้าย การลักขโมย และการประพฤติผิดในกาม ความสำรวมทางวาจา ได้แก่ การเว้นจากคำเท็จ คำส่อเสียด คำหยาบ และคำเพ้อเจ้อ ส่วนความสำรวมทางใจ ได้แก่ การระวังมิให้ความโลภ ความโกรธ และความหลงครอบงำจนชักนำให้คิด พูด หรือทำสิ่งที่เป็นโทษ นอกจากนี้ ยังควรฝึกสำรวมอินทรีย์ คือระมัดระวังในการรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อได้เห็น ได้ยิน หรือรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ ก็มีสติ ไม่ปล่อยให้ความชอบหรือความไม่ชอบนำไปสู่อกุศลและการเบียดเบียน

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ระวังคำพูด ไม่ดูถูกหรือล้อเลียนให้ผู้อื่นอับอาย ย่อมช่วยลดเหตุแห่งความขัดแย้ง ผู้ขับรถที่ไม่ปาดหน้า ไม่แสดงกิริยาก้าวร้าว และไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ ก็ช่วยลดโอกาสเกิดการทะเลาะวิวาท นักเรียนที่ไม่แกล้งเพื่อน ไม่หยิบของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้การพูดคุยเมื่อมีปัญหา ย่อมมีส่วนสร้างบรรยากาศที่ดีในห้องเรียน ความระมัดระวังในเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จึงช่วยป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามเป็นความบาดหมางที่รุนแรงขึ้น

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตอย่างสงบจึงควรสำรวมกาย วาจา และใจอยู่เสมอ ไม่เบียดเบียนหรือเอาเปรียบผู้อื่น พร้อมทั้งฝึกความอดทนและเมตตา เมื่อถูกล่วงเกินก็ควรระงับความคิดแก้แค้น และแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เหมาะสม การให้อภัยสามารถดำเนินควบคู่กับการป้องกันตนเองและการขอความช่วยเหลือเพื่อยุติการเบียดเบียนได้ เมื่อไม่สร้างเหตุแห่งเวรและไม่ตอบโต้ด้วยความพยาบาท ก็เป็นการปฏิบัติตามพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น” สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สญฺญมโต เวรํ น จียติ
เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก