เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนว่า ผู้ที่หาข้ออ้างเพื่อเลื่อนหรือละทิ้งงานอยู่เสมอ ย่อมพลาดประโยชน์ที่ควรได้ เพราะโอกาสและเวลาไม่รอใคร
ขยายความบทตั้งสุภาษิตนี้มาในสิงคาลกสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่สิงคาลกมาณพ โดยกล่าวถึงโทษของความเกียจคร้านไว้ว่า คนเกียจคร้านมักอ้างว่า หนาวนักบ้าง ร้อนนักบ้าง เย็นแล้วบ้าง เช้าเกินไปบ้าง หิวนักบ้าง อิ่มนักบ้าง แล้วไม่ทำงาน เมื่อเป็นเช่นนี้ ทรัพย์ที่ยังไม่เกิดก็ไม่เกิด ทรัพย์ที่เกิดแล้วก็หมดไป ข้ออ้างเหล่านี้ฟังดูเหมือนมีเหตุผล แต่แท้จริงเป็นเครื่องปิดบังความเกียจคร้านในใจ
ขยายความบทตั้งข้ออ้างของคนเกียจคร้านมีลักษณะสำคัญคือ ไม่มีวันหมด เพราะเมื่อพ้นจากความหนาว ก็จะพบความร้อน เมื่อพ้นจากความร้อน ก็จะถึงเวลาเย็น หากรอให้ทุกอย่างพร้อมก่อนจึงลงมือทำ ก็อาจไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างไรก็ตาม การพักผ่อนเมื่อเหนื่อยหรือเจ็บป่วยจริงเป็นสิ่งจำเป็น สุภาษิตนี้มุ่งเตือนเรื่องการใช้ข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าที่ มิใช่ห้ามการดูแลสุขภาพของตน
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑สัตว์ทั้งหลายล้วนต้องการความสุขเหมือนกัน ผู้ที่แสวงหาสุขเพื่อตนโดยไม่เบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น ย่อมได้สุขอันชอบธรรม ทั้งในปัจจุบันและภายหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนให้เรารู้จักแสวงหาความสุขด้วยความเมตตา เรารักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด ผู้อื่นก็รักสุขเกลียดทุกข์ฉันนั้น เราไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเรา ก็ไม่ควรทำร้ายใครเพื่อให้ตนมีความสุข
อธิบายบทเชื่อม ๑พระคาถานี้เป็นคู่กับบทที่กล่าวถึงโทษของการเบียดเบียน ในอรรถกถาธรรมบทเล่าว่า พระพุทธองค์ทรงสอนเด็กที่ใช้ไม้ตีงูเพราะกลัวงูกัด ให้เห็นว่า ผู้ปรารถนาความสุขแก่ตนไม่ควรทำร้ายชีวิตอื่น ข้อนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การอยากมีความสุขไม่ใช่สิ่งผิด แต่เราต้องรู้จักเลือกทางที่จะได้ความสุขนั้นมา หากได้มาแล้วผู้อื่นต้องเจ็บปวด ต้องหวาดกลัว หรือต้องเดือดร้อน ก็ควรหยุดคิดว่า เรากำลังสร้างสุขหรือกำลังสร้างเหตุแห่งทุกข์ให้แก่กัน
อธิบายบทเชื่อม ๑ความสุขจากการไม่เบียดเบียน เริ่มได้ที่ความสบายใจของเราเอง เมื่อไม่ฆ่า ไม่ทำร้าย ไม่คิดเอาความเจ็บปวดของใครมาเป็นความสนุก เราก็มีเหตุให้ระลึกถึงความประพฤติของตนด้วยใจที่ไม่เดือดร้อน แม้ไม่อาจทำให้ทุกคนรักเราได้ แต่เราก็เลือกได้ว่าจะไม่สร้างความบาดหมางด้วยการเบียดเบียนเขา ความเมตตาและความสุจริตยังช่วยให้การอยู่ร่วมกันมีความไว้วางใจ ส่วนผลในภายหน้านั้น พระคาถาตรัสไว้ว่า ผู้แสวงหาสุขโดยไม่เบียดเบียน เมื่อละโลกนี้ไปแล้วย่อมได้สุข
ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลสร้างความสุขให้ตนเองบนความทุกข์ของผู้อื่น ด้วยการใช้กำลังหรืออาชญาเบียดเบียนเขา ความสุขที่ได้มานั้นย่อมไม่ยั่งยืน และเขาย่อมไม่ได้สุขเมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า คำว่า “สัตว์ทั้งหลาย” ครอบคลุมทั้งมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ส่วน “อาชญา” ในที่นี้หมายถึงท่อนไม้หรือเครื่องประหารที่ใช้ทำร้าย และ “ละไปแล้ว” หมายถึงหลังจากตายแล้ว พุทธภาษิตบทนี้เตือนว่า การแสวงหาความสุขให้ตนด้วยการเบียดเบียนชีวิตอื่นเป็นกรรมชั่ว และไม่นำไปสู่ความสุขในโลกหน้า
อธิบายบทเชื่อม ๒ในอรรถกถาธรรมบท มีเรื่องเล่าว่า พระพุทธเจ้าทอดพระเนตรเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังใช้ไม้ตีงู เมื่อทรงถามถึงเหตุที่ทำเช่นนั้น เด็กตอบว่าเพราะกลัวงูกัด พระองค์จึงตรัสสอนว่า ผู้ปรารถนาความสุขแก่ตนไม่ควรทำร้ายสัตว์อื่น แล้วทรงแสดงพระคาถานี้ เรื่องดังกล่าวชวนให้พิจารณาว่า เรารักชีวิตและไม่อยากเจ็บปวดฉันใด ชีวิตอื่นก็ต้องการความสุขและไม่อยากถูกทำร้ายฉันนั้น
อธิบายบทเชื่อม ๒ผู้ที่เบียดเบียนผู้อื่นอาจได้รับความพอใจหรือประโยชน์เฉพาะหน้า แต่ความพอใจนั้นเกิดขึ้นบนความทุกข์ของอีกฝ่าย ทั้งยังอาจก่อความหวาดกลัว ความขัดแย้ง และความบาดหมาง การทำร้ายจนเคยชินยังอาจทำให้มองข้ามความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ง่ายขึ้น เราจึงควรฝึกเมตตาและพิจารณาว่า สิ่งที่กำลังทำเพื่อความสุขของตนนั้นสร้างความเดือดร้อนแก่ใครหรือไม่
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่บอกตนเองว่าวันนี้เหนื่อยเกินไป พรุ่งนี้ค่อยอ่านหนังสือ แล้วเลื่อนไปเรื่อย ๆ จนถึงวันสอบ ย่อมไม่พร้อมและเสียโอกาส เกษตรกรที่ไม่ยอมเตรียมดินเพราะอากาศร้อน อาจพลาดฤดูเพาะปลูก ผู้ที่อยากออกกำลังกายแต่รอให้อากาศดีเสียก่อน ก็อาจไม่ได้เริ่มสักที ส่วนผู้ที่ปรับตัวทำงานตามสภาพที่เป็นอยู่ ย่อมได้ผลงานอย่างต่อเนื่อง
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสำเร็จจึงควรสังเกตข้ออ้างในใจตน แยกให้ได้ว่าอะไรเป็นเหตุจำเป็นจริง อะไรเป็นเพียงความเกียจคร้าน แล้วลงมือทำหน้าที่ของตนอย่างสม่ำเสมอ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ