ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๕ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๒ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๕ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๕,๒๕๕ ตัวอักษร (ราว ๕ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
มตฺตาสุขปริจฺจาคาปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ
จเช มตฺตาสุขํ ธีโรสมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย
(ขุ. ธ. ๒๕/๕๓)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนให้รู้จักเลือกความสุขด้วยปัญญา บางครั้งความสุขที่ดีกว่าย่อมต้องอาศัยการยอมลดความเพลิดเพลินหรือความสะดวกสบายบางอย่าง ผู้มีปัญญาจึงไม่มองเพียงความถูกใจเฉพาะหน้า แต่พิจารณาว่าสิ่งใดจะนำประโยชน์และความสงบสุขมาให้ยิ่งกว่า

ขยายความบทตั้งคำว่า “สุขส่วนน้อย” หมายถึงความสุขเล็กน้อยหรือมีขอบเขตจำกัด เช่น ความเพลิดเพลินจากการกิน การเที่ยว หรือการใช้จ่ายตามใจ ส่วน “สุขอันไพบูลย์” หมายถึงความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่า โดยอรรถกถาอธิบายมุ่งถึงนิพพานสุข คือความสุขจากการดับกิเลสและพ้นทุกข์ ผู้มุ่งความสุขเช่นนี้จึงยอมสละความติดใจในสุขเล็กน้อย แล้วฝึกตนด้วยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา

ขยายความบทตั้งเมื่อนำข้อคิดนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ทำให้เห็นว่า เราไม่อาจตามใจตนเองทุกอย่างแล้วหวังให้สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นได้เสมอไป อยากมีความรู้ก็ต้องยอมแบ่งเวลาจากความสนุกมาเรียน อยากมีเงินไว้ใช้ยามจำเป็นก็ต้องลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น อยากมีใจสงบก็ต้องฝึกวางความอยากเอาชนะผู้อื่น การยอมสละบางอย่างจึงมิใช่มีแต่ความสูญเสีย แต่เป็นการเปิดทางให้สิ่งที่มีคุณค่ากว่าเกิดขึ้น

ขยายความบทตั้งอย่างไรก็ตาม การสละสุขส่วนน้อยต้องประกอบด้วยปัญญา มิใช่ฝืนตนจนเจ็บป่วยหรือทอดทิ้งหน้าที่ที่ควรทำ การพักผ่อนอย่างเพียงพอและความเพลิดเพลินที่เหมาะสมยังมีที่ทางในชีวิต สิ่งสำคัญคือรู้จักประมาณ และพิจารณาว่า ความสุขที่กำลังติดใจอยู่นั้นขัดขวางความดีหรือประโยชน์ที่สำคัญกว่าหรือไม่ หากเห็นชัดว่าลดเสียแล้วชีวิตจะดีขึ้น ก็ควรฝึกใจให้กล้าลด กล้าละ และกล้าวาง

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑คุณค่าของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ความยาวนานของอายุ ผู้มีปัญญาและเพ่งพินิจธรรม แม้มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐกว่าผู้มีปัญญาทรามที่อยู่ได้ตั้งร้อยปี สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า คุณค่าของชีวิตไม่ได้วัดที่ความยาวนานของอายุ แต่วัดที่คุณภาพของชีวิต คือการมีปัญญาและมีจิตใจที่ตั้งมั่น

อธิบายบทเชื่อม ๑คำว่า “มีใจไม่มั่นคง” หมายถึงจิตที่ฟุ้งซ่าน หวั่นไหวไปตามอารมณ์ ไม่มีสมาธิ ส่วนคำว่า “เพ่งพินิจ” หมายถึงการใช้จิตที่สงบตั้งมั่นพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ให้เห็นตามความเป็นจริง ผู้ที่มีชีวิตอยู่ร้อยปีโดยไม่มีปัญญาและจิตใจฟุ้งซ่าน อาจใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับความหลงและความทุกข์โดยไม่เข้าใจชีวิต ส่วนผู้มีปัญญาที่ได้เห็นความจริงของชีวิต แม้เพียงวันเดียว ก็ได้สิ่งที่มีค่ามากกว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑ข้อความนี้เป็นการเปรียบเทียบเพื่อเน้นคุณค่าของปัญญาและสมาธิ มิได้หมายความว่าชีวิตที่ยาวนานไม่มีค่า หรือส่งเสริมให้ปรารถนาชีวิตที่สั้น ตรงกันข้าม ผู้ที่เข้าใจพุทธภาษิตบทนี้ย่อมเห็นว่าทุกวันที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นโอกาสอันมีค่าในการพัฒนาปัญญาและฝึกจิต จึงไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลมีปัญญานำทาง คุณธรรมอื่น ๆ ก็ย่อมเกิดตามมาได้ง่าย เพราะปัญญาทำให้รู้ว่าสิ่งใดควรรักษาและสิ่งใดควรละ คนฉลาดจึงยกย่องปัญญาไว้เหนือคุณธรรมทั้งปวง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก จตฺตาฬีสนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้ยกย่องปัญญาว่าเป็นแสงสว่างนำชีวิต ช่วยให้รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรเว้น และสิ่งใดแม้ถูกใจในวันนี้ แต่อาจนำความเดือดร้อนมาให้ในวันหน้า

อธิบายบทเชื่อม ๒ในยามค่ำคืน พระจันทร์ส่องสว่างโดดเด่นท่ามกลางหมู่ดาวฉันใด ปัญญาก็ช่วยส่องทางให้ชีวิตฉันนั้น เมื่อมีปัญญา เราไม่มองเพียงว่าอยากได้อะไร แต่พิจารณาด้วยว่าสิ่งนั้นได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ ไม่มองเพียงว่าพูดแล้วสะใจหรือไม่ แต่คิดด้วยว่าคำพูดนั้นจะทำร้ายใครหรือเปล่า ปัญญาจึงช่วยให้เราเลือกทางที่ดี แม้บางครั้งทางนั้นจะต้องอาศัยความอดทนและความเสียสละก็ตาม

อธิบายบทเชื่อม ๒ที่กล่าวว่า ศีล สิริ และธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญานั้น หมายความว่า เมื่อรู้จักพิจารณาเหตุผล ก็ย่อมเห็นคุณค่าของความประพฤติดี ผู้มีปัญญาเห็นว่าการเบียดเบียนนำความเดือดร้อนมาให้ จึงตั้งใจรักษาศีล เห็นคุณค่าของความซื่อสัตย์ ความเมตตา และความกตัญญู จึงน้อมนำธรรมของคนดีมาปฏิบัติ ส่วนสิริ คือความสง่างามหรือความรุ่งเรือง ก็ได้รับการเกื้อหนุนจากการรู้จักดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม ปัญญาจึงช่วยนำคุณธรรมทั้งหลายให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง

อธิบายบทเชื่อม ๒ปัญญาที่พุทธภาษิตบทนี้ยกย่อง มิใช่ความฉลาดในการหลอกลวงหรือเอาเปรียบผู้อื่น คนที่คิดหาทางโกงได้แนบเนียนอาจมีไหวพริบ แต่ยังขาดความรู้เท่าทันโทษของการกระทำ ผู้มีปัญญาจึงต้องรู้จักพิจารณาทั้งประโยชน์และความถูกต้อง ไม่ยอมแลกความสุจริตกับผลประโยชน์เพียงชั่วคราว และไม่ใช้ความสามารถของตนสร้างความทุกข์แก่ใคร

ตัวอย่างในชีวิตนักเรียนที่ลดเวลาเล่นเกมแล้วแบ่งมาอ่านหนังสือ ย่อมมีโอกาสเข้าใจบทเรียนมากขึ้น ผู้ที่ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยก็มีเงินเหลือไว้ใช้ในสิ่งจำเป็น ผู้ที่สละเวลาส่วนหนึ่งไปดูแลพ่อแม่หรือช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ก็ได้ฝึกความกตัญญูและความเมตตา แม้ผู้ที่กำลังโกรธ หากยอมละความสะใจที่จะพูดให้เจ็บ ก็ช่วยรักษาน้ำใจและลดเหตุแห่งความบาดหมางได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการฝึกเลือกประโยชน์ที่ยิ่งกว่าความพอใจชั่วครู่ของตน

สรุปสรุปความว่า เราจึงควรถามใจตนอยู่เสมอว่า สิ่งที่กำลังเลือกนั้นให้เพียงความเพลิดเพลิน หรือช่วยให้ชีวิตดีงามขึ้นด้วย เมื่อเห็นประโยชน์ที่ยิ่งกว่าแล้ว ก็พึงฝึกเสียสละด้วยความเข้าใจ ไม่ปล่อยให้ความติดสบายฉุดรั้งการทำความดี การละได้ทีละเล็กทีละน้อยย่อมเป็นการฝึกใจให้พร้อมก้าวไปสู่ความสงบสุขที่ประณีตยิ่งขึ้น สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

มตฺตาสุขปริจฺจาคาปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ
จเช มตฺตาสุขํ ธีโรสมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ
ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก