ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๕ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๒ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๕ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๔,๒๒๗ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํยาทิสญฺจูปเสวติ,
โสปิ ตาทิสโก โหติสหวาโส หิ ตาทิโส
คบคนเช่นใดเป็นมิตร และสมคบคนเช่นใด เขาก็เป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกัน ย่อมเป็นเช่นนั้น
(ขุ. ชา. วีส. ๒๓/๔๓๗)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สรุปหลักของการคบหาไว้อย่างกระชับว่า มนุษย์ย่อมมีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างคนที่ตนคบหาใกล้ชิด เพราะการอยู่ร่วมกันทำให้ความคิดและนิสัยถ่ายทอดถึงกัน

ขยายความบทตั้งการอยู่ร่วมกันทำให้เกิดการเรียนรู้โดยธรรมชาติ เราซึมซับวิธีคิด วิธีพูด ค่านิยม และพฤติกรรมของคนที่อยู่ใกล้ชิดโดยไม่ต้องตั้งใจ เพื่อนที่ขยันย่อมพาให้ขยัน เพื่อนที่เกียจคร้านย่อมพาให้เกียจคร้าน เพื่อนที่มองโลกในแง่ดีย่อมทำให้เรามีกำลังใจ เพื่อนที่ชอบบ่นว่าย่อมทำให้เรามองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ร้ายตามไปด้วย ดังนั้น การเลือกคบคนจึงเท่ากับการเลือกว่าเราจะเป็นคนแบบไหนในอนาคต

ขยายความบทตั้งสุภาษิตนี้ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ไม่มีทางเลือกและต้องเปลี่ยนตามคนรอบข้างเสมอไป ผู้ที่มีสติและหลักใจมั่นคงสามารถรักษาความดีของตนได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี และยังอาจเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลงได้ด้วย แต่สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ในวัยเรียนรู้ การเลือกคบคนดีเป็นทางที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้เป็นบัณฑิตพึงเลือกทำความเป็นเพื่อนกับคนที่มีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญา และเป็นพหูสูต เพราะการสมาคมกับคนดีเช่นนั้นย่อมนำความเจริญมาให้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย เถรคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้บอกลักษณะของเพื่อนที่ควรคบไว้อย่างชัดเจน สี่ประการ และชี้ว่าการคบหาคนเช่นนี้นำความเจริญมาให้

อธิบายบทเชื่อม ๑ลักษณะแรก มีศรัทธา คือเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อในการทำความดีและผลของความดี ลักษณะที่สอง มีศีลเป็นที่รัก คือประพฤติดีทางกายและวาจา จนเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น ลักษณะที่สาม มีปัญญา คือรู้จักคิดพิจารณาเหตุผล แยกแยะถูกผิดได้ ลักษณะที่สี่ เป็นพหูสูต คือได้ศึกษาเรียนรู้มาก มีความรู้กว้างขวาง ผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ย่อมเป็นกัลยาณมิตรที่ช่วยให้เราพัฒนาทั้งด้านจิตใจ ความประพฤติ และความรู้

อธิบายบทเชื่อม ๑คุณสมบัติทั้งสี่ประการนี้ส่งเสริมกัน ศรัทธาที่ไม่มีปัญญากำกับอาจกลายเป็นความงมงาย ปัญญาที่ไม่มีศีลอาจใช้ไปในทางผิด ความรู้มากที่ไม่มีศรัทธาในความดีก็อาจไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ผู้ที่มีครบทั้งสี่ประการจึงเป็นเพื่อนที่หาได้ยากและควรรักษาไว้ นอกจากเลือกคบคนเช่นนี้แล้ว เราเองก็ควรพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ในตนด้วย เพื่อจะเป็นกัลยาณมิตรของผู้อื่น

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลเข้าไปคลุกคลีกับคนชั่ว แม้ตนเองจะไม่ได้ทำชั่ว ก็ย่อมถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความเดือดร้อนและถูกเหมารวม ความสุขโดยส่วนเดียวจึงเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก เอกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้เตือนให้รู้จักระมัดระวังในการคบคน เพราะคนที่เราคบหาย่อมมีส่วนชักนำชีวิตของเรา หากคบผู้ที่ชอบทำความชั่ว แล้วหลงเชื่อหรือทำตามเขา ความเดือดร้อนก็อาจตามมาถึงตนเองและคนรอบข้างได้

อธิบายบทเชื่อม ๒ในอรรถกถาโคธชาดก มีเรื่องเล่าว่า ลูกของพญาเหี้ยผูกมิตรกับกิ้งก่า แม้พ่อจะห้ามปรามก็ไม่ยอมฟัง เมื่อเติบโตขึ้น ลูกพญาเหี้ยยังคงกอดทับกิ้งก่าอย่างที่เคยเล่นกัน จนกิ้งก่าเจ็บปวดและคิดทำลายฝูงเหี้ย จึงชักนำนายพรานมายังที่อยู่ของฝูง ทำให้เกิดความพินาศ ส่วนพญาเหี้ยได้เตรียมทางหนีไว้ล่วงหน้า จึงรอดพ้นภัยได้ เรื่องนี้เตือนว่า การคบหาโดยขาดความรอบคอบและไม่รับฟังคำตักเตือน อาจนำภัยมาถึงคนหมู่มากได้

อธิบายบทเชื่อม ๒คำว่า “ความสุขโดยส่วนเดียว” ในที่นี้อธิบายให้เข้าใจง่ายว่า ความสุขอย่างเต็มที่ ผู้ที่คบคนชั่วอาจได้รับความสนุกหรือผลประโยชน์อยู่บ้าง แต่หากความสนุกนั้นชักนำให้ทำผิด หรือผลประโยชน์นั้นได้มาด้วยการทุจริต ก็ย่อมเป็นเหตุแห่งความเดือดร้อนภายหลัง จึงควรพิจารณาให้ดีว่า คนที่เราคบนั้นชวนเราไปในทางใด ชวนให้ซื่อสัตย์ ขยัน และรับผิดชอบ หรือชวนให้หลอกลวง เบียดเบียน และละทิ้งหน้าที่

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่เข้ากลุ่มเพื่อนที่ชอบอ่านหนังสือ ย่อมมีนิสัยรักการอ่านตามไปด้วย ผู้ที่ทำงานในทีมที่รับผิดชอบสูง ย่อมเรียนรู้ความรับผิดชอบจากเพื่อนร่วมทีม ผู้ที่ใช้เวลาในโลกออนไลน์กับกลุ่มที่ชอบใช้คำหยาบและความรุนแรง อาจค่อย ๆ เห็นสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องปกติ การเลือกสภาพแวดล้อมจึงมีผลต่อตัวเราไม่น้อย

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ต้องการเป็นคนดีจึงควรเลือกคบหาคนดีเป็นมิตร และตรวจดูอยู่เสมอว่าคนรอบข้างกำลังพาเราไปในทิศทางใด สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํยาทิสญฺจูปเสวติ,
โสปิ ตาทิสโก โหติสหวาโส หิ ตาทิโส
คบคนเช่นใดเป็นมิตร และสมคบคนเช่นใด เขาก็เป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกัน ย่อมเป็นเช่นนั้น

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก