ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · สนามหลวงกำหนดสุภาษิตให้ ๕ บท ให้ผู้สอบเลือกมาอ้างประกอบ ๒ บท · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา · ชุดจำลองเลือกจากสุภาษิตของชั้นนี้ในหลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗
ชุดสุภาษิตที่ให้เลือก (จำลอง ๕ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นโท (ต่างประเทศ) · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๔,๐๓๐ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
สทฺเธน จ เปสเลน จ
ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ
สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑิโต
ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม
บัณฑิต พึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญาและเป็นพหูสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ
(ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้บอกลักษณะของเพื่อนที่ควรคบไว้อย่างชัดเจน สี่ประการ และชี้ว่าการคบหาคนเช่นนี้นำความเจริญมาให้

ขยายความบทตั้งลักษณะแรก มีศรัทธา คือเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อในการทำความดีและผลของความดี ลักษณะที่สอง มีศีลเป็นที่รัก คือประพฤติดีทางกายและวาจา จนเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น ลักษณะที่สาม มีปัญญา คือรู้จักคิดพิจารณาเหตุผล แยกแยะถูกผิดได้ ลักษณะที่สี่ เป็นพหูสูต คือได้ศึกษาเรียนรู้มาก มีความรู้กว้างขวาง ผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ย่อมเป็นกัลยาณมิตรที่ช่วยให้เราพัฒนาทั้งด้านจิตใจ ความประพฤติ และความรู้

ขยายความบทตั้งคุณสมบัติทั้งสี่ประการนี้ส่งเสริมกัน ศรัทธาที่ไม่มีปัญญากำกับอาจกลายเป็นความงมงาย ปัญญาที่ไม่มีศีลอาจใช้ไปในทางผิด ความรู้มากที่ไม่มีศรัทธาในความดีก็อาจไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ผู้ที่มีครบทั้งสี่ประการจึงเป็นเพื่อนที่หาได้ยากและควรรักษาไว้ นอกจากเลือกคบคนเช่นนี้แล้ว เราเองก็ควรพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ในตนด้วย เพื่อจะเป็นกัลยาณมิตรของผู้อื่น

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑คนเราคบคนเช่นใดเป็นมิตร ก็ย่อมเป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันทำให้ความคิด นิสัย และความประพฤติถ่ายทอดถึงกันอยู่เสมอ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก วีสตินิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สรุปหลักของการคบหาไว้อย่างกระชับว่า มนุษย์ย่อมมีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างคนที่ตนคบหาใกล้ชิด เพราะการอยู่ร่วมกันทำให้ความคิดและนิสัยถ่ายทอดถึงกัน

อธิบายบทเชื่อม ๑การอยู่ร่วมกันทำให้เกิดการเรียนรู้โดยธรรมชาติ เราซึมซับวิธีคิด วิธีพูด ค่านิยม และพฤติกรรมของคนที่อยู่ใกล้ชิดโดยไม่ต้องตั้งใจ เพื่อนที่ขยันย่อมพาให้ขยัน เพื่อนที่เกียจคร้านย่อมพาให้เกียจคร้าน เพื่อนที่มองโลกในแง่ดีย่อมทำให้เรามีกำลังใจ เพื่อนที่ชอบบ่นว่าย่อมทำให้เรามองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ร้ายตามไปด้วย ดังนั้น การเลือกคบคนจึงเท่ากับการเลือกว่าเราจะเป็นคนแบบไหนในอนาคต

อธิบายบทเชื่อม ๑พุทธภาษิตบทนี้ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ไม่มีทางเลือกและต้องเปลี่ยนตามคนรอบข้างเสมอไป ผู้ที่มีสติและหลักใจมั่นคงสามารถรักษาความดีของตนได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี และยังอาจเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลงได้ด้วย แต่สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ในวัยเรียนรู้ การเลือกคบคนดีเป็นทางที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลได้ใกล้ชิดกับนักปราชญ์อยู่เสมอ ความรู้ ความคิด และความประพฤติที่ดีงามของท่านย่อมซึมซับเข้ามาสู่ตนทีละน้อย จนตนเองพลอยมีคุณความดีไปด้วยโดยไม่รู้ตัว สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก วีสตินิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้ใช้อุปมาที่เห็นภาพชัดเจน เพื่อสอนว่า การคบหาคนดีมีปัญญา ย่อมทำให้เราพลอยได้รับความดีงามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

อธิบายบทเชื่อม ๒กฤษณาเป็นไม้หอมที่มีกลิ่นหอมติดทนนาน ใบไม้ธรรมดาที่นำมาห่อกฤษณา แม้ไม่มีกลิ่นหอมในตัวเอง แต่เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับกฤษณานาน ๆ ก็ได้กลิ่นหอมติดมาด้วย การคบนักปราชญ์ก็เช่นกัน ความรู้ ความคิด และความประพฤติที่ดีของนักปราชญ์ ย่อมค่อย ๆ ซึมซับเข้าสู่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ทำให้ผู้นั้นมีความคิดและความประพฤติที่ดีขึ้นตามไปด้วย

อธิบายบทเชื่อม ๒พุทธภาษิตบทนี้เป็นคู่กับบทที่เปรียบการคบคนพาลกับการห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา ทั้งสองบทแสดงความจริงเดียวกัน คือ คนเราได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้างเสมอ ข้อที่ควรสังเกตคือ ใบไม้ต้องอยู่ใกล้ชิดกับกฤษณาจึงได้กลิ่นหอม การคบนักปราชญ์ก็ต้องเข้าไปใกล้ชิด รับฟัง และเปิดใจเรียนรู้อย่างจริงจัง จึงจะได้ประโยชน์เต็มที่

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่มีเพื่อนสนิทที่ขยันเรียน มีน้ำใจ และมีเหตุผล ย่อมได้รับคำแนะนำที่ดีเมื่อมีปัญหา ผู้ใหญ่ที่มีเพื่อนที่มีศีลธรรมและความรู้ ย่อมได้รับคำปรึกษาที่เชื่อถือได้ในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต ผู้ที่เข้าร่วมกลุ่มศึกษาธรรมกับผู้ที่มีศรัทธาและความรู้ ย่อมมีกำลังใจในการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความเจริญในชีวิตจึงควรเลือกคบหาผู้ที่มีศรัทธา มีศีล มีปัญญา และมีความรู้ พร้อมทั้งพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ในตนเอง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สทฺเธน จ เปสเลน จ
ปญฺญวตา พหุสฺสุเตน จ
สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑิโต
ภทฺโท สปฺปุริเสหิ สงฺคโม
บัณฑิต พึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญาและเป็นพหูสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก