เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้แสดงอานิสงส์ของขันติหลายประการ ทั้งคุณธรรมในใจ ความเจริญในชีวิต และการเป็นที่รักของผู้อื่น
ขยายความบทตั้งผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา เพราะความอดทนต่อความผิดพลาดของผู้อื่น เกิดจากใจที่ปรารถนาดี ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน ขันติและเมตตาจึงเกื้อหนุนกัน ผู้มีขันติมีลาภและยศ เพราะความอดทนทำให้ทำงานได้สำเร็จ และความใจเย็นทำให้ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานสำคัญ ผู้มีขันติมีสุขเสมอ เพราะไม่ต้องเร่าร้อนด้วยความโกรธ และไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำไปในยามขาดสติ
ขยายความบทตั้งที่กล่าวว่าเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ แสดงว่าคุณของขันติเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าใครก็ย่อมชอบอยู่ใกล้ผู้ที่ใจเย็น พูดคุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องระวังว่าจะถูกโกรธหรือถูกตอบโต้ ความเป็นที่รักเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากการเอาใจผู้อื่น แต่เกิดจากความมั่นคงภายในของผู้มีขันติเอง
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้มีขันติอดทนอดกลั้นได้ ย่อมนำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น เพราะไม่ก่อความขัดแย้ง ทั้งยังชื่อว่าได้ดำเนินอยู่บนทางไปสู่สวรรค์และพระนิพพาน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ขันติ” หมายถึงความอดทน อดกลั้น ทั้งต่อความลำบาก ต่อความเจ็บใจ และต่อสิ่งยั่วยุที่ชักชวนให้ทำผิด พุทธภาษิตบทนี้แสดงว่าขันติเป็นคุณธรรมที่ให้ประโยชน์กว้างขวาง ทั้งในชีวิตประจำวันและในทางธรรมขั้นสูง
อธิบายบทเชื่อม ๑ขันตินำประโยชน์มาให้แก่ตน เพราะช่วยให้ไม่ทำอะไรผิดพลาดในยามโกรธ ไม่ต้องเสียใจภายหลัง และช่วยให้ทำงานที่ยากลำบากจนสำเร็จได้ ขันติยังนำประโยชน์มาให้แก่ผู้อื่น เพราะผู้ที่อดทนย่อมไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง ไม่ทำให้ความขัดแย้งลุกลาม และให้โอกาสผู้อื่นได้แก้ไขตัว ความสงบในครอบครัว ในที่ทำงาน และในสังคม จึงอาศัยขันติเป็นพื้นฐานสำคัญ
อธิบายบทเชื่อม ๑ที่กล่าวว่าผู้มีขันติขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน เพราะความอดทนเป็นพื้นฐานของการรักษาศีล การทำสมาธิ และการเจริญปัญญา ผู้ที่ไม่อดทนย่อมรักษาศีลได้ยากเมื่อถูกยั่วยุ นั่งสมาธิได้ไม่นานเมื่อเกิดความเมื่อยล้า และละกิเลสไม่ได้เมื่อกิเลสเรียกร้อง ขันติจึงเป็นเหมือนบันไดที่ช่วยให้ก้าวขึ้นสู่ความดีระดับสูงขึ้นไปทีละขั้น ทั้งนี้ ขันติไม่ได้หมายถึงการยอมให้ผู้อื่นทำร้ายโดยไม่ป้องกันตน แต่หมายถึงการไม่ปล่อยให้อารมณ์ชักนำไปสู่ความชั่ว
ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลขาดความอดทน การรักษาศีลก็ไม่มั่นคง การทำสมาธิก็ไม่ต่อเนื่อง แต่หากมีขันติเป็นพื้นฐานแล้ว ความดีทุกด้านย่อมค่อย ๆ เจริญขึ้นได้ ประดุจต้นไม้ที่งอกงามบนดินที่มั่นคง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้แสดงว่าขันติเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณธรรมทุกด้าน เปรียบเหมือนดินที่มั่นคง ซึ่งทำให้ต้นไม้แห่งความดีเติบโตได้
อธิบายบทเชื่อม ๒ขันติเป็นเหตุแห่งศีล เพราะการรักษาศีลต้องอดทนต่อสิ่งยั่วยุ เช่น อดทนไม่ตอบโต้เมื่อถูกทำร้าย อดทนไม่เอาของผู้อื่นแม้มีโอกาส อดทนไม่พูดเท็จแม้พูดความจริงแล้วตนจะเสียประโยชน์ ขันติเป็นเหตุแห่งสมาธิ เพราะการฝึกจิตให้ตั้งมั่นต้องอดทนต่อความเมื่อยล้า ความฟุ้งซ่าน และความเบื่อหน่าย ผู้ที่ไม่อดทนย่อมเลิกกลางคันก่อนจะได้ผล
อธิบายบทเชื่อม ๒ที่กล่าวว่ากุศลธรรมทั้งปวงเจริญเพราะขันติ หมายความว่า ความดีทุกอย่างต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอในการเจริญเติบโต ความรู้ต้องสั่งสมทีละน้อย นิสัยดีต้องฝึกซ้ำจนเป็นธรรมชาติ ความเพียรต้องดำเนินไปแม้ในวันที่ท้อ ขันติคือพลังที่ทำให้เราทำความดีต่อไปได้ในวันที่ยังไม่เห็นผล คำว่า “เท่านั้น” ในสุภาษิตเป็นการเน้นความสำคัญของขันติ แต่ขันติก็ต้องทำงานร่วมกับคุณธรรมอื่น เช่น สติ ปัญญา และความเพียร
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน พนักงานบริการที่อดทนรับฟังลูกค้าที่ไม่พอใจ และแก้ปัญหาด้วยความสุภาพ ย่อมได้รับคำชมและความก้าวหน้าในงาน ครูที่อดทนสอนนักเรียนที่เรียนช้า ย่อมเป็นที่รักของลูกศิษย์ และได้รับความเคารพจากผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนที่อดทนรับฟังความเห็นต่าง ย่อมได้รับความร่วมมือจากคนหลายฝ่าย
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขและความเป็นที่รักจึงควรฝึกขันติควบคู่กับเมตตา อดทนต่อผู้อื่นด้วยใจที่ปรารถนาดี สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ