ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๓,๕๐๘ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
อตฺตา หิ อตฺตโน คติ
ตนเทียว เป็นคติของตน
(ขุ. ธ. ๒๕/๖๖)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “คติ” มีความหมายว่า ทางไป ที่ไป หรือที่อาศัย คำว่า “เทียว” เป็นคำเน้นความ มีความหมายอย่างเดียวกับ “นั่นเอง” สุภาษิตนี้สอนว่า ทางดำเนินของชีวิตแต่ละคนย่อมขึ้นอยู่กับตนเองเป็นสำคัญ ผู้ที่ประพฤติดีย่อมเดินไปสู่ความเจริญ ผู้ที่ประพฤติชั่วย่อมเดินไปสู่ความเสื่อม ไม่มีผู้ใดเดินทางแทนกันได้

ขยายความบทตั้งสุภาษิตนี้มาในพระคาถาธรรมบท หมวดภิกขุวรรค มีใจความเต็มว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ตนแลเป็นคติของตน เพราะฉะนั้น จงสงวนตนให้ดี เหมือนพ่อค้าม้าสงวนม้าดี พระคาถาก่อนหน้านั้นตรัสว่า จงเตือนตนด้วยตนเอง จงพิจารณาตนด้วยตนเอง ภิกษุผู้รักษาตนเอง มีสติ จักอยู่เป็นสุข แม้พระคาถานี้จะตรัสแก่ภิกษุ แต่คฤหัสถ์ก็นำมาใช้ได้ อุปมาเรื่องพ่อค้าม้าชี้ว่า พ่อค้าที่ฉลาดย่อมดูแลม้าดีของตนอย่างระมัดระวัง ผู้มีปัญญาก็ควรดูแลตนให้พ้นจากความชั่วฉันนั้น

ขยายความบทตั้งสุภาษิตนี้สอดคล้องกับหลักกรรมที่พระภิกษุสามเณรได้ศึกษาในอภิณหปัจจเวกขณ์ว่า เรามีกรรมเป็นของตน ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว จักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น แต่ไม่ควรตีความว่าชีวิตถูกกำหนดไว้ตายตัว หรือว่าสิ่งแวดล้อมและผู้อื่นไม่มีผลต่อเราเลย ข้อสำคัญคือ ในทุกสถานการณ์ เรายังมีทางเลือกที่จะทำดีหรือไม่ทำดีได้เสมอ ในระดับโลกิยะ การประพฤติดีเป็นทางไปสู่ความสุขความเจริญในปัจจุบันและภพหน้า ส่วนในระดับโลกุตตระ ทางไปสู่ความพ้นทุกข์ก็ต้องอาศัยการปฏิบัติของตนเองเช่นเดียวกัน

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่ฝึกตนดีแล้ว ย่อมพึ่งตนเองได้ ไม่ต้องคอยหวังให้ผู้อื่นมาทำความดีแทน เพราะความพ้นทุกข์และความเจริญในชีวิต ล้วนต้องอาศัยการกระทำของตนเองเป็นสำคัญ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “นาโถ” หรือ นาถ แปลว่า ที่พึ่ง พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า ความพ้นทุกข์และความเจริญในชีวิตต้องอาศัยการกระทำของตนเองเป็นหลัก ผู้อื่นช่วยได้เพียงบางส่วน แต่ไม่อาจทำความดีแทนเราได้ คำว่า “ตน” ในที่นี้ใช้ตามภาษาสมมุติ หมายถึงบุคคลผู้นั้นเอง มิได้ขัดกับหลักอนัตตา เพราะมุ่งสอนเรื่องความรับผิดชอบในการกระทำของตน

อธิบายบทเชื่อม ๑พุทธภาษิตบทนี้มาในพระคาถาธรรมบทสองแห่ง แห่งหนึ่งในอัตตวรรค มีใจความเต็มว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน บุคคลอื่นใครเล่าพึงเป็นที่พึ่งได้ เพราะบุคคลมีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ที่พึ่งที่ได้โดยยากนี้ อรรถกถาอธิบายว่าหมายถึงพระอรหัต อีกแห่งหนึ่งในภิกขุวรรค ตรัสว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ตนแลเป็นคติของตน เพราะฉะนั้น จงสงวนตนให้ดี เหมือนพ่อค้าม้าสงวนม้าดี พระคาถาทั้งสองจึงเน้นว่า ที่พึ่งอันแท้จริงเกิดจากการฝึกตนให้ดี

อธิบายบทเชื่อม ๑อย่างไรก็ตาม พุทธภาษิตบทนี้มิได้สอนให้ปฏิเสธความช่วยเหลือของผู้อื่น หรือให้ถือตนว่าไม่ต้องพึ่งครูอาจารย์ พระพุทธองค์ตรัสว่า ตถาคตเป็นแต่ผู้บอกทาง ความเพียรเป็นกิจที่ทุกคนต้องทำเอง และในนวโกวาทได้แสดงนาถกรณธรรม ๑๐ (ธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้) ได้แก่ ศีล พาหุสัจจะ กัลยาณมิตตตา โสวจัสสตา กิงกรณีเยสุ ทักขตา ธัมมกามตา วิริยะ สันโดษ สติ และปัญญา จะเห็นว่าการมีกัลยาณมิตรและการเป็นผู้ว่าง่ายก็เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นที่พึ่งของตน ในระดับโลกิยะ ผู้พึ่งตนได้คือผู้มีความรู้ ความประพฤติ และความขยัน ส่วนในระดับสูงสุด คือผู้ที่ฝึกตนจนพ้นจากกิเลสทั้งปวง

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน สามเณรที่เลือกใช้เวลาว่างทบทวนบาลีและธรรมะ ย่อมเดินไปสู่ความรู้และความก้าวหน้าในการศึกษา พระภิกษุที่หมั่นเตือนตนให้สำรวมระวังในพระวินัย ย่อมรักษาความบริสุทธิ์ของตนได้ นักเรียนที่เลือกคบเพื่อนดีและตั้งใจเรียน ย่อมวางอนาคตของตนไว้ในทางที่มั่นคง คนทำงานที่ซื่อสัตย์และขยัน ย่อมได้รับความไว้วางใจ ส่วนผู้ที่ปล่อยตัวตามความอยาก ก็กำลังเลือกทางที่นำไปสู่ความเดือดร้อนด้วยตนเองเช่นกัน

สรุปสรุปความว่า เราจึงควรหมั่นเตือนตน พิจารณาตน และสงวนตนไว้ในทางที่ดี ก่อนจะทำสิ่งใดควรถามตนว่า สิ่งนี้จะพาชีวิตไปทางใด เมื่อเห็นว่าเป็นทางเสื่อมก็ควรหยุด เมื่อเห็นว่าเป็นทางเจริญก็ควรทำให้สม่ำเสมอ เพราะผู้กำหนดทางเดินของชีวิตคือตัวเราเอง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

อตฺตา หิ อตฺตโน คติ
ตนเทียว เป็นคติของตน

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก