ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๓,๖๑๘ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
อตฺตนา หิ สุทนฺเตนนาถํ ลภติ ทุลฺลภํ
ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๖)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” (นาถะ) หมายถึงสิ่งที่พึ่งพาอาศัยได้จริง ช่วยให้พ้นจากความทุกข์และความตกต่ำ สุภาษิตนี้เป็นท่อนท้ายของพระคาถาในอัตตวรรค แห่งธรรมบท ซึ่งท่อนต้นมีใจความว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะพึงเป็นที่พึ่งได้ จึงเน้นว่า ที่พึ่งอันแท้จริงเกิดขึ้นได้ด้วยการฝึกตนของตนเอง

ขยายความบทตั้งอรรถกถาธรรมบทเล่าว่า พระคาถานี้ตรัสปรารภมารดาของพระกุมารกัสสปเถระ ซึ่งออกบวชเป็นภิกษุณี แต่ยังมีความผูกพันในบุตรอย่างมาก จนไม่อาจตั้งใจปฏิบัติได้เต็มที่ พระกุมารกัสสปเถระเห็นว่าความผูกพันนั้นเป็นอุปสรรค จึงกล่าวกับมารดาด้วยถ้อยคำห้วน ๆ เพื่อให้ท่านตัดความผูกพันเสีย ท่านจึงได้สติ ตั้งใจปฏิบัติจนได้บรรลุอรหัตตผล พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า บุคคลจะอาศัยผู้อื่นให้บรรลุธรรมแทนตนไม่ได้ แม้บิดามารดาหรือบุตรก็ตาม ต้องอาศัยตนที่ฝึกดีแล้วเท่านั้น

ขยายความบทตั้งคำว่า “ที่พึ่งซึ่งได้ยาก” ในระดับสูงสุด ท่านมุ่งถึงอรหัตตผล อันเป็นที่พึ่งที่ไม่เสื่อม ซึ่งผู้อื่นไม่อาจหยิบยื่นให้ได้ ต้องอาศัยการปฏิบัติของตนเอง ส่วนในระดับโลกิยะ ผู้ที่ฝึกตนให้มีศีล มีความรู้ มีความขยันและความซื่อสัตย์ ย่อมพึ่งตนเองได้ในการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตาม สุภาษิตนี้มิได้สอนให้ปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือไม่ต้องมีครูอาจารย์และกัลยาณมิตร เพราะพระพุทธศาสนาถือว่ากัลยาณมิตรเป็นปัจจัยสำคัญของการฝึกตน เพียงแต่ผู้อื่นช่วยชี้ทางได้ ส่วนการเดินทางต้องทำเอง ดังพระพุทธพจน์ว่า ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำเอง พระตถาคตทั้งหลายเป็นแต่ผู้บอก

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่ตักเตือนสั่งสอนผู้อื่น ควรประพฤติตนให้ได้อย่างที่ตนสอนด้วย คำสอนนั้นจึงจะมีน้ำหนักและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า ผู้ที่ตักเตือนสั่งสอนผู้อื่น ควรประพฤติตนให้ได้อย่างที่ตนสอนด้วย คำสอนจึงจะมีน้ำหนักและเกิดประโยชน์จริง คำว่า “พร่ำสอน” (อนุสาสติ) หมายถึงการสั่งสอนตักเตือนอยู่เนือง ๆ พระคาถาเต็มในอัตตวรรค แห่งธรรมบท มีใจความต่อไปว่า ผู้ฝึกตนดีแล้วพึงฝึกผู้อื่น เพราะได้ยินว่าตนแลฝึกได้ยาก

อธิบายบทเชื่อม ๑อรรถกถาธรรมบทเล่าว่า พระคาถานี้ตรัสปรารภพระปธานิกติสสเถระ ซึ่งพาภิกษุจำนวนหนึ่งไปจำพรรษาในป่า ท่านตักเตือนภิกษุเหล่านั้นให้เพียรภาวนา แต่ตนเองกลับนอนหลับ แล้วตื่นขึ้นมาปลุกผู้อื่นในยามต่าง ๆ ทำให้ภิกษุเหล่านั้นพักผ่อนไม่พอและปฏิบัติไม่ก้าวหน้า เมื่อเรื่องทราบถึงพระพุทธองค์ จึงทรงสอนให้ฝึกตนก่อนแล้วจึงสอนผู้อื่น ซึ่งสอดคล้องกับพระคาถาที่อยู่ใกล้กันว่า บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน แล้วจึงพร่ำสอนผู้อื่นภายหลัง จึงจะไม่มัวหมอง

อธิบายบทเชื่อม ๑ข้อควรระวังในการตีความคือ พุทธภาษิตบทนี้มิได้ห้ามผู้ที่ยังไม่สมบูรณ์มิให้สั่งสอนผู้อื่น พ่อแม่ ครู และพระอุปัชฌาย์อาจารย์ยังมีหน้าที่ต้องอบรมผู้อยู่ในความดูแล แต่สอนให้ผู้สอนหันมาปฏิบัติตามคำสอนของตนด้วย และตระหนักว่าการฝึกตนเองนั้นยากกว่าการชี้ข้อบกพร่องของผู้อื่น เมื่อผู้สอนทำได้จริง ผู้ฟังย่อมเกิดศรัทธาและยินดีทำตาม ส่วนการสอนที่ผู้สอนเองไม่ปฏิบัติ ย่อมทำให้คำสอนเบาลงและอาจก่อความเสื่อมศรัทธา

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน สามเณรที่อาศัยครูสอนนักธรรมให้เข้าใจบทเรียน ก็ยังต้องท่องจำและฝึกเขียนกระทู้ด้วยตนเองจึงจะสอบได้ พระภิกษุที่ได้รับคำแนะนำกรรมฐานจากอาจารย์ ก็ต้องลงมือเจริญภาวนาเองจึงจะเกิดผล นักเรียนที่ฝึกความรับผิดชอบจนดูแลตนเองได้เมื่ออยู่ห่างบ้าน และคนทำงานที่ฝึกฝนทักษะและรักษาความซื่อสัตย์จนเป็นที่ไว้วางใจ ล้วนแสดงว่าการฝึกตนทำให้เกิดที่พึ่งที่มั่นคงกว่าการรอคอยความช่วยเหลือจากภายนอก

สรุปสรุปความว่า เราจึงควรฝึกตนให้เป็นที่พึ่งของตนเองได้ โดยรักษาศีล ฝึกใจให้มีสติ หมั่นศึกษาหาความรู้ และทำหน้าที่ของตนด้วยความเพียร เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็รู้คุณและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เมื่อตนเข้มแข็งแล้วก็กลับเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นได้ด้วย ที่พึ่งที่เกิดจากการฝึกตนเป็นสิ่งที่ผู้อื่นแย่งชิงไปไม่ได้ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

อตฺตนา หิ สุทนฺเตนนาถํ ลภติ ทุลฺลภํ
ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก