เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “รักษาตน” หมายถึงการคุ้มครองกาย วาจา และใจของตนไม่ให้ตกไปในทางชั่ว ด้วยศีล สติ และความไม่ประมาท ส่วนคำว่า “ภายนอก” อาจเข้าใจได้ว่าหมายถึงสิ่งที่อยู่นอกตัว เช่น ชื่อเสียง ทรัพย์สิน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น และความสงบของหมู่คณะ สุภาษิตนี้ชี้ว่า การรักษาภายในเป็นรากฐานของการรักษาภายนอก
ขยายความบทตั้งถ้อยคำนี้มาในอังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ใจความสอดคล้องกับอุปมาในสังยุตตนิกาย เรื่องนักกายกรรมไต่ไม้ไผ่กับศิษย์ อาจารย์เสนอให้ต่างฝ่ายต่างคอยระวังอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ศิษย์เห็นว่าแต่ละคนควรระวังตนเอง จึงจะแสดงศิลปะได้และลงมาได้โดยปลอดภัย พระพุทธองค์ตรัสว่าวิธีของศิษย์ถูกต้อง และทรงสอนว่า เมื่อรักษาตนก็ชื่อว่ารักษาผู้อื่น เมื่อรักษาผู้อื่นก็ชื่อว่ารักษาตน คือรักษาตนด้วยการเจริญสติปัฏฐาน และรักษาผู้อื่นด้วยความอดทน ความไม่เบียดเบียน เมตตา และความเอ็นดู
ขยายความบทตั้งข้อควรระวังในการตีความคือ สุภาษิตนี้มิได้รับรองว่าผู้รักษาตนดีแล้วจะไม่ประสบอันตรายใด ๆ เลย เพราะชีวิตยังมีเหตุปัจจัยอื่นอีกมาก แต่หมายความว่า ผู้ที่รักษาศีลและสติไว้ได้ ย่อมไม่สร้างเหตุแห่งความเดือดร้อนขึ้นเอง ทั้งยังไม่เป็นภัยต่อผู้อื่น ภัยหลายอย่างที่เกิดจากความประมาท ความโลภ และความโกรธจึงลดลง และเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นก็ยังมีสติรับมือได้ดีกว่า การรักษาตนเช่นนี้จึงเป็นการคุ้มครองที่ใกล้ตัวที่สุด
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ความรักตนที่ถูกต้องมิใช่การตามใจตนทุกอย่าง แต่เป็นการคุ้มครองรักษาตนให้ดี ไม่ให้ทำความชั่วซึ่งจะนำความทุกข์มาให้ตนทั้งในปัจจุบันและภายหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้ชวนให้พิจารณาว่า ทุกคนย่อมรักตน แต่ความรักตนที่ถูกต้องมิใช่การตามใจตนทุกอย่าง หากเป็นการคุ้มครองตนไม่ให้ทำความชั่ว ซึ่งจะนำความทุกข์มาให้ตนเองทั้งในปัจจุบันและภายหน้า การ “รักษาตนให้ดี” จึงหมายถึงการเว้นความชั่ว ทำความดี และไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
อธิบายบทเชื่อม ๑พระคาถานี้อยู่ในอัตตวรรค แห่งธรรมบท ท่อนหลังมีใจความว่า บัณฑิตพึงประคับประคองตนไว้ตลอดยามใดยามหนึ่งในสามยาม อรรถกถาธรรมบทกล่าวว่าตรัสปรารภโพธิราชกุมาร และอธิบายคำว่า “ยาม” ว่า สำหรับคฤหัสถ์หมายถึงวัยทั้งสาม คือปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย หากไม่ได้ทำความดีในวัยต้น ก็ควรทำในวัยกลาง หรืออย่างน้อยในวัยปลาย ส่วนสำหรับบรรพชิต หมายถึงยามทั้งสามแห่งราตรี ที่ควรใช้เวลาประกอบความเพียร ไม่ปล่อยให้ผ่านไปด้วยความประมาท
อธิบายบทเชื่อม ๑ข้อควรระวังคือ ความรักตนในที่นี้ต่างจากความเห็นแก่ตัว ผู้เห็นแก่ตัวคิดถึงแต่ความพอใจเฉพาะหน้าจนยอมทำชั่ว ซึ่งกลับเป็นการทำร้ายตนเอง ดังที่พระพุทธองค์ตรัสแก่พระเจ้าปเสนทิโกศลว่า ผู้ประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ ชื่อว่าไม่รักตน แม้จะกล่าวว่ารักตนก็ตาม ส่วนผู้ประพฤติสุจริตชื่อว่ารักตน อนึ่ง ผู้รักษาตนดีแล้วย่อมไม่เบียดเบียนผู้อื่น เพราะรู้ว่าผู้อื่นก็รักตนเช่นเดียวกัน
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน พระภิกษุสามเณรที่สำรวมอินทรีย์และรักษาพระวินัย ย่อมรักษาศรัทธาของญาติโยมและชื่อเสียงของวัดไว้ได้ด้วย โดยไม่ต้องคอยแก้ข่าวภายหลัง นักเรียนที่ไม่หลงตามเพื่อนไปในทางเสื่อม ย่อมรักษาความไว้วางใจของพ่อแม่และครูไว้ได้ คนทำงานที่ไม่รับสินบนและระวังคำพูดเมื่อโกรธ ย่อมรักษาทั้งตำแหน่งหน้าที่และความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ผู้ขับขี่ที่มีสติไม่ประมาท ก็รักษาทั้งชีวิตตนและชีวิตผู้ร่วมทาง
สรุปสรุปความว่า เราจึงควรเริ่มรักษาตนตั้งแต่ความคิด ก่อนที่จะออกมาเป็นคำพูดและการกระทำ หมั่นมีสติรู้ตัว รักษาศีลเป็นปกติ และหลีกเลี่ยงเหตุที่จะชักนำให้ประมาท เมื่อตนมั่นคงดีแล้ว สิ่งรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับตนก็ย่อมได้รับความคุ้มครองไปด้วย และตนก็จะเป็นผู้ที่ผู้อื่นอุ่นใจเมื่ออยู่ใกล้ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ