ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๖๘๘ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
มนาปทายี ลภเต มนาปํ
ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ
(องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๕๕)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “สิ่งที่ชอบใจ” หมายถึงสิ่งที่น่าพอใจ เป็นที่ต้องการ และมีคุณค่าในสายตาของผู้ให้เอง พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า ผู้ที่ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้รับสิ่งที่ชอบใจตอบแทน กล่าวคือ ผู้ที่กล้าสละของดีที่ตนรักตนชอบให้แก่ผู้อื่น ย่อมได้รับผลที่ดีและน่าพอใจเช่นกัน ในพระสูตรที่มาของสุภาษิตนี้ มีคฤหบดีผู้หนึ่งนำสิ่งของที่ตนเห็นว่าดีและน่าพอใจที่สุดมาถวาย พระพุทธองค์จึงทรงอนุโมทนาด้วยพุทธภาษิตนี้

ขยายความบทตั้งการให้สิ่งที่ตนชอบใจเป็นการให้ที่ยาก เพราะของที่ชอบใจเป็นของที่เรายังอยากเก็บไว้ การให้ของที่ตนไม่ต้องการแล้ว หรือของเหลือใช้ แม้จะเป็นการให้เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ต่อสู้กับความยึดติดในใจมากนัก ส่วนการให้สิ่งที่ตนรัก แสดงถึงความเสียสละอย่างแท้จริง และแสดงถึงความเคารพต่อผู้รับ ด้วยเหตุนี้ ผลของการให้เช่นนี้จึงมากตามไปด้วย ผู้ให้ย่อมได้รับสิ่งที่น่าพอใจ ทั้งในรูปของความสุขใจ ความรักของผู้อื่น และบุญกุศลที่อำนวยผลเป็นสิ่งน่าปรารถนาในภายหน้า

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑คุณค่าของสิ่งที่ให้และความดีงามของใจผู้ให้ ย่อมยกฐานะของผู้ให้ให้สูงขึ้นตามไป ผู้ที่ให้สิ่งประเสริฐจึงเข้าถึงภาวะที่ดีงามและเป็นที่นับถือ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์องฺคุตฺตรนิกาย ปญฺจกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “สิ่งประเสริฐ” หมายถึงสิ่งที่ดีเยี่ยม มีคุณค่าสูง ส่วน “ฐานะที่ประเสริฐ” หมายถึงภาวะหรือตำแหน่งที่ดีงาม เป็นที่นับถือ และมีความสุข พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า ผู้ที่ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเข้าถึงฐานะที่ประเสริฐ กล่าวคือ คุณค่าของสิ่งที่ให้และความดีงามของใจผู้ให้ ย่อมยกฐานะของผู้ให้ให้สูงขึ้นตามไปด้วย

อธิบายบทเชื่อม ๑สิ่งประเสริฐที่ควรให้นั้นมีหลายระดับ ระดับแรกคือวัตถุสิ่งของที่ดีและมีประโยชน์ ระดับที่สูงขึ้นคือการให้ความรู้ การให้โอกาส และการให้อภัย ซึ่งช่วยยกระดับชีวิตของผู้รับ และระดับสูงสุดคือการให้ธรรม คือการชี้ทางที่ถูกต้องให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ ผู้ที่ให้สิ่งประเสริฐเช่นนี้ย่อมเป็นที่เคารพนับถือของผู้คน ได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในฐานะที่สูง เพราะเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ที่คิดถึงประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าประโยชน์ของตน

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง เช่น เมื่อจะถวายอาหารแด่พระสงฆ์ ผู้ที่เลือกอาหารที่ดีที่สุดที่ตนทำได้มาถวาย ย่อมมีใจผ่องใสกว่าผู้ที่นำอาหารเหลือมาถวาย เมื่อจะให้ของขวัญแก่พ่อแม่หรือครู การเลือกสิ่งที่ดีและมีคุณค่าด้วยความตั้งใจ ย่อมแสดงความกตัญญูได้ชัดเจน เมื่อจะบริจาคเสื้อผ้าแก่ผู้ประสบภัย การเลือกเสื้อผ้าที่ยังใช้การได้ดี สะอาด และน่าสวมใส่ ย่อมทำให้ผู้รับมีความสุขและรู้สึกได้รับเกียรติ

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะได้สิ่งที่ดีในชีวิต จึงควรหัดให้สิ่งที่ดี ให้ด้วยความเคารพ และให้ของที่ตนเองก็พอใจ ไม่ใช่ให้แต่เพียงเฉพาะของที่ตนไม่ต้องการแล้ว เพราะการให้เช่นนี้เป็นการฝึกใจให้กว้าง และเป็นเหตุแห่งผลที่น่าพอใจ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

มนาปทายี ลภเต มนาปํ
ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก