ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๗๑๖ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ
ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ
(องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๕๖)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “สิ่งประเสริฐ” หมายถึงสิ่งที่ดีเยี่ยม มีคุณค่าสูง ส่วน “ฐานะที่ประเสริฐ” หมายถึงภาวะหรือตำแหน่งที่ดีงาม เป็นที่นับถือ และมีความสุข พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า ผู้ที่ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเข้าถึงฐานะที่ประเสริฐ กล่าวคือ คุณค่าของสิ่งที่ให้และความดีงามของใจผู้ให้ ย่อมยกฐานะของผู้ให้ให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ขยายความบทตั้งสิ่งประเสริฐที่ควรให้นั้นมีหลายระดับ ระดับแรกคือวัตถุสิ่งของที่ดีและมีประโยชน์ ระดับที่สูงขึ้นคือการให้ความรู้ การให้โอกาส และการให้อภัย ซึ่งช่วยยกระดับชีวิตของผู้รับ และระดับสูงสุดคือการให้ธรรม คือการชี้ทางที่ถูกต้องให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ ผู้ที่ให้สิ่งประเสริฐเช่นนี้ย่อมเป็นที่เคารพนับถือของผู้คน ได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในฐานะที่สูง เพราะเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ที่คิดถึงประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่าประโยชน์ของตน

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่กล้าสละของดีที่ตนรักตนชอบให้แก่ผู้อื่น ย่อมได้รับผลที่ดีและน่าพอใจตอบแทน เพราะการให้ด้วยใจเสียสละเช่นนั้นเป็นเหตุแห่งสิ่งที่ชอบใจ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์องฺคุตฺตรนิกาย ปญฺจกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “สิ่งที่ชอบใจ” หมายถึงสิ่งที่น่าพอใจ เป็นที่ต้องการ และมีคุณค่าในสายตาของผู้ให้เอง พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า ผู้ที่ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้รับสิ่งที่ชอบใจตอบแทน กล่าวคือ ผู้ที่กล้าสละของดีที่ตนรักตนชอบให้แก่ผู้อื่น ย่อมได้รับผลที่ดีและน่าพอใจเช่นกัน ในพระสูตรที่มาของพุทธภาษิตบทนี้ มีคฤหบดีผู้หนึ่งนำสิ่งของที่ตนเห็นว่าดีและน่าพอใจที่สุดมาถวาย พระพุทธองค์จึงทรงอนุโมทนาด้วยพุทธภาษิตนี้

อธิบายบทเชื่อม ๑การให้สิ่งที่ตนชอบใจเป็นการให้ที่ยาก เพราะของที่ชอบใจเป็นของที่เรายังอยากเก็บไว้ การให้ของที่ตนไม่ต้องการแล้ว หรือของเหลือใช้ แม้จะเป็นการให้เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ต่อสู้กับความยึดติดในใจมากนัก ส่วนการให้สิ่งที่ตนรัก แสดงถึงความเสียสละอย่างแท้จริง และแสดงถึงความเคารพต่อผู้รับ ด้วยเหตุนี้ ผลของการให้เช่นนี้จึงมากตามไปด้วย ผู้ให้ย่อมได้รับสิ่งที่น่าพอใจ ทั้งในรูปของความสุขใจ ความรักของผู้อื่น และบุญกุศลที่อำนวยผลเป็นสิ่งน่าปรารถนาในภายหน้า

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่อุทิศตนเป็นครูสอนหนังสือแก่เด็กยากจนในถิ่นทุรกันดาร ได้ให้สิ่งประเสริฐคือความรู้และอนาคตแก่เด็ก ย่อมเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านและศิษย์ตลอดไป ผู้ที่บริจาคโลหิตหรืออวัยวะเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น ได้ให้สิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์ ย่อมได้รับการยกย่องสรรเสริญ ผู้นำที่ให้ความยุติธรรมและความปลอดภัยแก่ประชาชน ย่อมได้รับความจงรักภักดีและความนับถือจากประชาชนอย่างแท้จริง

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความเจริญและฐานะอันดีงามในชีวิต จึงไม่ควรแสวงหาด้วยการแก่งแย่งชิงดีกับผู้อื่น แต่ควรเป็นผู้ให้สิ่งที่ดีที่สุดที่ตนมี ทั้งทรัพย์ ความรู้ แรงกาย และน้ำใจ เมื่อให้สิ่งประเสริฐแล้ว ฐานะที่ประเสริฐย่อมมาถึงเอง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ
ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก