ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๕๐๙ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ
เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น
(ที. มหา. ๑๐/๑๕๙)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนว่า เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น คำว่า “บุญ” หมายถึงความดีที่ชำระใจให้สะอาด และเป็นเหตุแห่งความสุข ทุกครั้งที่บุคคลให้ด้วยใจที่เสียสละ บุญย่อมเกิดขึ้นในใจและพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนน้ำที่หยดลงในตุ่มทีละหยด แม้จะน้อย แต่เมื่อหยดอยู่เสมอก็ย่อมเต็มได้

ขยายความบทตั้งที่ว่าบุญเพิ่มขึ้นเมื่อให้ เพราะในขณะที่ให้ ใจของผู้ให้ได้สละความตระหนี่ออกไปส่วนหนึ่ง ความโลภซึ่งเป็นกิเลสที่ทำให้ใจคับแคบก็เบาบางลง ใจจึงกว้างขวางและผ่องใสขึ้น นี้คือบุญที่เห็นได้ในปัจจุบัน ยิ่งให้บ่อยเท่าใด การให้ก็ยิ่งกลายเป็นนิสัย ใจก็ยิ่งมั่นคงในความดี พุทธภาษิตนี้ปรากฏคู่กับข้อความว่า เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น แสดงว่าการให้ทำให้ความดีเพิ่มพูน ส่วนการสำรวมระวังทำให้ความชั่วไม่เกิด ทั้งสองอย่างนี้เป็นคู่กันในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผลของการให้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหรือราคาของสิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับจิตของผู้ให้ แม้ของเพียงเล็กน้อย หากให้ด้วยใจเลื่อมใสก็ย่อมมีผลมาก สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย วิมานวตฺถุ ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า ผลของการให้ทานไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหรือราคาของสิ่งที่ให้เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับใจของผู้ให้เป็นสำคัญ คำว่า “จิตเลื่อมใส” หมายถึงใจที่ผ่องใสด้วยศรัทธา มีความเชื่อในบุญกุศล และมีความยินดีในการให้ ส่วน “ทักขิณาทาน” หมายถึงของที่ให้ด้วยความเคารพ หรือให้เพื่อบูชาคุณความดี เมื่อใจของผู้ให้เลื่อมใสแล้ว ทานนั้นย่อมไม่ชื่อว่าเป็นทานเล็กน้อยเลย

อธิบายบทเชื่อม ๑เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบุญเกิดขึ้นที่ใจ การให้ที่ประกอบด้วยเจตนาดีทั้งสามกาล คือ ก่อนให้ก็ดีใจ ขณะให้ก็ใจผ่องใส ให้แล้วก็ชื่นใจไม่เสียดาย ย่อมมีผลมาก ตรงกันข้าม ของมากมายที่ให้ด้วยความจำใจ ให้เพราะอยากได้หน้า หรือให้แล้วนึกเสียดายภายหลัง ใจย่อมเศร้าหมอง ผลแห่งทานนั้นก็ย่อมลดน้อยลงตามความเศร้าหมองของใจ ดังนั้น คนจนที่มีศรัทธาจึงทำบุญได้ไม่ด้อยไปกว่าคนมั่งมี ขอเพียงให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่เริ่มต้นใส่บาตรเพียงวันละทัพพี เมื่อทำไปนาน ๆ ใจก็จะอิ่มเอิบ อยากทำความดีอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ช่วยงานวัด รักษาศีล หรือบริจาคช่วยสังคม นักเรียนที่ช่วยครูถือของหรือช่วยเพื่อนเก็บห้องเรียน เมื่อทำบ่อยเข้าก็กลายเป็นคนมีน้ำใจที่ใคร ๆ รัก การให้เพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอ จึงสร้างบุญที่ใหญ่หลวงได้ในระยะยาว

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาบุญกุศลจึงไม่ควรรอให้มีทรัพย์มากก่อนจึงค่อยทำ แต่ควรหมั่นให้ตามกำลังในทุกโอกาส เพราะทุกครั้งที่ให้ บุญย่อมเพิ่มขึ้นทันที และบุญนั้นเป็นทรัพย์ที่ติดตามตัวไปทุกหนทุกแห่ง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ
เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก