เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “คนมีสันดานชั่ว” หมายถึงคนที่มีนิสัยชั่วฝังอยู่ในใจ ชอบทำความชั่วเป็นปกติ ส่วนคำว่า “ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน” หมายความว่า ความเดือดร้อนที่เขาได้รับไม่ได้เกิดจากผู้อื่น แต่เกิดจากการกระทำของเขาเอง พุทธศาสนสุภาษิตนี้ย้ำหลักกรรมว่า ผู้ใดทำกรรมใดไว้ ผู้นั้นย่อมต้องรับผลของกรรมนั้น ไม่มีผู้ใดรับแทนได้
ขยายความบทตั้งในคาถาที่มาของสุภาษิตนี้ มีการเปรียบเทียบไว้ว่า โจรที่ถูกจับได้ตรงช่องที่ตนเจาะเข้าไปขโมย ย่อมถูกลงโทษเพราะการกระทำของตนเอง ฉันใด หมู่สัตว์ที่ทำชั่วไว้ ละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน ฉันนั้น โจรคนนั้นจะโทษใครไม่ได้เลย เพราะช่องที่ถูกจับได้ก็เป็นช่องที่ตนเจาะเอง ความชั่วก็เช่นกัน เป็นกับดักที่ผู้ทำขุดไว้เพื่อตนเอง เมื่อถึงเวลาที่ผลกรรมปรากฏ ย่อมหลีกหนีไม่พ้น
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑คนที่ไม่รักษาความสัตย์และมักพูดมุสาเป็นนิสัย ย่อมพร้อมจะทำความชั่วได้ทุกอย่าง เพราะได้ละทิ้งหลักประกันที่สำคัญที่สุดของความดีไปแล้ว สมดังนัยแห่งพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “มุสา” หมายถึงความเท็จ การพูดโกหก การพูดไม่ตรงกับความจริงเพื่อหลอกผู้อื่น พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า คนที่มักพูดมุสาเป็นนิสัย ความชั่วที่เขาจะไม่ทำนั้นไม่มีเลย กล่าวคือ คนที่ไม่รักษาความสัตย์ย่อมพร้อมจะทำความชั่วได้ทุกอย่าง เพราะเขาได้ละทิ้งหลักประกันที่สำคัญที่สุดของความดีไปแล้ว
อธิบายบทเชื่อม ๑ในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสว่า คนที่ล่วงธรรมอย่างหนึ่งคือความสัตย์ พูดมุสาเป็นปกติ และไม่คำนึงถึงโลกหน้า บาปที่เขาจะไม่ทำย่อมไม่มี เหตุผลก็คือ การโกหกเป็นเครื่องมือปกปิดความชั่วทั้งปวง คนที่ทำผิดแล้วกล้าโกหก ย่อมคิดว่าตนสามารถปกปิดความผิดได้ จึงกล้าทำผิดต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนคนที่รักษาความสัตย์ เมื่อทำผิดก็ยอมรับ ความผิดจึงไม่พอกพูน ความสัตย์จึงเปรียบเหมือนประตูที่กั้นความชั่วทั้งหลายไว้ เมื่อประตูนี้พังลง ความชั่วอื่น ๆ ก็ไหลเข้ามาได้โดยง่าย
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่เมาแล้วขับรถจนเกิดอุบัติเหตุ ต้องบาดเจ็บ พิการ หรือติดคุก ก็เป็นเพราะการกระทำของตนเอง ผู้ที่ทุจริตโกงกินจนถูกจับได้ ต้องสูญเสียทั้งตำแหน่ง ชื่อเสียง และอิสรภาพ ก็เพราะกรรมของตน นักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียนเพราะมัวแต่เล่น จนสอบตกต้องเรียนซ้ำ ก็ไม่อาจโทษครูหรือโทษโชคชะตาได้ ทุกคนล้วนต้องรับผลจากการกระทำของตนเองทั้งสิ้น
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ไม่ต้องการความลำบากจึงควรระวังการกระทำของตนให้ดี ไม่สร้างกับดักแห่งความชั่วไว้ดักตนเอง และเมื่อประสบความทุกข์ ก็ควรพิจารณาว่ามีเหตุมาจากการกระทำของตนหรือไม่ แทนที่จะโทษผู้อื่น สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ