ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๕๔๖ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ปาปานิ ปริวชฺชเย
พึงละเว้นบาปทั้งหลาย
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๑)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนว่า พึงละเว้นบาปทั้งหลาย คำว่า “ละเว้น” หมายถึงการหลีกห่าง ไม่เข้าใกล้ และไม่ลงมือทำ ส่วน “บาปทั้งหลาย” หมายถึงความชั่วทุกชนิด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ทั้งทางกาย วาจา และใจ พุทธภาษิตนี้เป็นคำสอนที่ตรงไปตรงมาว่า ผู้ที่รักตนและปรารถนาความสุข ควรหลีกเลี่ยงความชั่วทุกประเภทอย่างระมัดระวัง

ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ทรงเปรียบไว้ว่า พ่อค้าที่มีทรัพย์มากแต่มีพวกน้อย ย่อมหลีกเลี่ยงหนทางที่มีภัยอันตราย และคนที่รักชีวิตย่อมหลีกเลี่ยงยาพิษ ฉันใด บุคคลก็พึงละเว้นบาปทั้งหลาย ฉันนั้น พ่อค้าที่รู้ว่าทางใดมีโจรย่อมไม่เดินทางนั้น เพราะรู้ว่าอาจสูญเสียทั้งทรัพย์และชีวิต คนที่รู้ว่าสิ่งใดเป็นยาพิษย่อมไม่แตะต้อง เพราะรู้ว่าอาจถึงตาย ความชั่วก็เป็นเหมือนทางที่มีโจรและเหมือนยาพิษ ผู้ที่รู้เท่าทันย่อมหลีกให้ห่างตั้งแต่ต้น ไม่รอให้ตกอยู่ในอันตรายเสียก่อน

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ความสุขที่แท้ไม่จำเป็นต้องได้มาจากการครอบครองสิ่งต่าง ๆ แต่เกิดจากการไม่ทำบาป ผู้ที่งดเว้นความชั่วทั้งกายวาจาใจย่อมสบายใจ ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัว สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า การไม่ทำบาปนำสุขมาให้ คำว่า “การไม่ทำบาป” หมายถึงการงดเว้นจากความชั่วทั้งปวง ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ส่วน “สุข” ในที่นี้ หมายถึงความสบายกายสบายใจ ความปลอดโปร่ง ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัวหรือกังวล พุทธภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องได้มาจากการได้ครอบครองสิ่งต่าง ๆ แต่เกิดได้จากการไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี

อธิบายบทเชื่อม ๑ความสุขที่เกิดจากการไม่ทำบาปนั้น เป็นความสุขที่ลึกซึ้งและมั่นคง ผู้ที่ไม่ทำความชั่วย่อมนอนหลับสนิท ไม่ต้องกลัวว่าความผิดจะถูกเปิดเผย ไม่ต้องคอยระแวงผู้อื่น ไม่ต้องโกหกเพื่อปกปิดความผิด ใจจึงเบาสบาย ในทางตรงข้าม ผู้ทำบาปแม้จะได้สิ่งที่ต้องการมา แต่ใจกลับร้อนรุ่มด้วยความกลัว ความละอาย และความสำนึกผิด ในพระธรรมบท พุทธภาษิตนี้ปรากฏร่วมกับข้อความว่า ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา ศรัทธาที่ตั้งมั่นนำสุขมาให้ การได้ปัญญานำสุขมาให้ แสดงว่าการไม่ทำบาปเป็นรากฐานของความสุขทั้งหลาย

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง การละเว้นบาปเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสิ่งที่นำไปสู่ความชั่ว เช่น ไม่เข้าไปในสถานที่อโคจรที่มีการพนันหรือยาเสพติด ไม่คบหาคนที่ชักชวนไปในทางเสื่อม ไม่เปิดดูสื่อที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรง นักเรียนที่รู้ว่าตนอาจถูกชักชวนให้ลอกข้อสอบ ก็ควรเตรียมตัวอ่านหนังสือให้พร้อม และนั่งห่างจากเพื่อนที่อาจชวนทำผิด การหลีกเลี่ยงเช่นนี้เป็นการป้องกันก่อนที่ความชั่วจะเกิด

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความปลอดภัยในชีวิตจึงควรมองความชั่วเหมือนยาพิษ และหลีกให้ห่างด้วยความระมัดระวังเสมอ การป้องกันย่อมง่ายกว่าการแก้ไขเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ปาปานิ ปริวชฺชเย
พึงละเว้นบาปทั้งหลาย

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก