ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๖๐๙ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ
บุญอันโจรนำไปไม่ได้
(สํ. ส. ๑๕/๕๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “บุญ” หมายถึงความดีที่เกิดขึ้นในใจจากการให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา และการทำความดีอื่น ๆ พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า บุญเป็นทรัพย์ที่โจรนำไปไม่ได้ ต่างจากทรัพย์ภายนอก เช่น เงินทอง บ้าน รถ และเครื่องประดับ ซึ่งอาจถูกลักขโมย ถูกไฟไหม้ น้ำท่วม หรือสูญหายไปได้ทุกเมื่อ

ขยายความบทตั้งในพระสูตรที่มาของสุภาษิตนี้ มีคำถามว่า สิ่งใดดีตราบเท่าชรา สิ่งใดตั้งมั่นแล้วดี สิ่งใดเป็นรัตนะของนรชน และสิ่งใดโจรนำไปไม่ได้ คำตอบคือ ศีลดีตราบเท่าชรา ศรัทธาตั้งมั่นแล้วดี ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน และบุญโจรนำไปไม่ได้ เหตุที่โจรนำบุญไปไม่ได้ เพราะบุญไม่ได้อยู่ในตู้เซฟหรือในธนาคาร แต่อยู่ในใจของผู้ทำ ไม่มีใครล้วงเข้าไปขโมยได้ ไม่มีภัยธรรมชาติใดทำลายได้ และบุญนั้นยังติดตามผู้ทำไปทุกที่ แม้ข้ามภพข้ามชาติ

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง และยศศักดิ์ ไม่อาจติดตามไปได้ มีเพียงบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งคุ้มครองสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” หมายถึงสิ่งที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความอบอุ่น และช่วยให้พ้นจากภัย ส่วน “โลกหน้า” หมายถึงภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดหลังจากสิ้นชีวิตในโลกนี้ พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กล่าวคือ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง หรือยศศักดิ์ใดติดตามไปได้ มีเพียงบุญและบาปที่ตนทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป และบุญเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองได้

อธิบายบทเชื่อม ๑ในโลกนี้ มนุษย์มีที่พึ่งหลายอย่าง เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ญาติมิตรเป็นที่พึ่งในยามลำบาก ทรัพย์สินเป็นที่พึ่งในการดำรงชีวิต แต่ที่พึ่งเหล่านี้มีขอบเขตจำกัด เมื่อถึงวาระที่ต้องจากโลกนี้ไป ที่พึ่งเหล่านี้ก็ติดตามไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาสอนว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ติดตามไปจึงมีเพียงกรรมที่ตนทำไว้ บุญที่ทำไว้ดีแล้วย่อมรับรองผู้ทำบุญนั้นไว้ในโลกหน้า เหมือนญาติทั้งหลายยินดีต้อนรับญาติที่รักซึ่งจากไปนานแล้วกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดี บุญจึงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในโลกหน้า

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง เราเห็นได้ว่าคนที่มีทรัพย์มากมายบางคน วันหนึ่งอาจสูญเสียทุกอย่างเพราะถูกโกง ธุรกิจล้มละลาย หรือประสบภัยพิบัติ แต่ความดีที่เขาเคยทำไว้ เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น ความซื่อสัตย์ และน้ำใจ ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน และมักทำให้มีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาในยามยาก นักเรียนที่เคยช่วยเหลือเพื่อนด้วยความจริงใจ ความดีนั้นก็ยังคงเป็นของเขาเสมอ ไม่มีใครพรากไปได้

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาทรัพย์ที่มั่นคงปลอดภัยจึงไม่ควรสะสมเพียงทรัพย์ภายนอก แต่ควรสะสมบุญอยู่เสมอ เพราะบุญเป็นทรัพย์ที่แท้จริงซึ่งไม่มีวันสูญหาย สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ
บุญอันโจรนำไปไม่ได้

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก