ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นตรี · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๑ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๒ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นตรี · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๖๕๙ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
(สํ. ส. ๑๕/๒๖)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” หมายถึงสิ่งที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความอบอุ่น และช่วยให้พ้นจากภัย ส่วน “โลกหน้า” หมายถึงภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดหลังจากสิ้นชีวิตในโลกนี้ พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กล่าวคือ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง หรือยศศักดิ์ใดติดตามไปได้ มีเพียงบุญและบาปที่ตนทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป และบุญเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองได้

ขยายความบทตั้งในโลกนี้ มนุษย์มีที่พึ่งหลายอย่าง เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ญาติมิตรเป็นที่พึ่งในยามลำบาก ทรัพย์สินเป็นที่พึ่งในการดำรงชีวิต แต่ที่พึ่งเหล่านี้มีขอบเขตจำกัด เมื่อถึงวาระที่ต้องจากโลกนี้ไป ที่พึ่งเหล่านี้ก็ติดตามไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาสอนว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ติดตามไปจึงมีเพียงกรรมที่ตนทำไว้ บุญที่ทำไว้ดีแล้วย่อมรับรองผู้ทำบุญนั้นไว้ในโลกหน้า เหมือนญาติทั้งหลายยินดีต้อนรับญาติที่รักซึ่งจากไปนานแล้วกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดี บุญจึงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในโลกหน้า

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ในยามที่ชีวิตกำลังจะจบลง ทรัพย์สมบัติ ยศตำแหน่ง และคนที่รักไม่อาจช่วยอะไรได้ แต่บุญที่เคยทำไว้ย่อมเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้จากไปอย่างสงบ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “เวลาสิ้นชีวิต” หมายถึงช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังจะจบลง ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนมากหวาดกลัว เพราะต้องพลัดพรากจากทุกสิ่งที่รัก พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญนำความสุขมาให้ในเวลาเช่นนั้น กล่าวคือ ในยามที่ทรัพย์สมบัติ ยศตำแหน่ง และคนที่รัก ไม่อาจช่วยอะไรได้แล้ว บุญที่เคยทำไว้จะเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้จากไปอย่างสงบ ไม่หวาดกลัว

อธิบายบทเชื่อม ๑ในเวลาใกล้ตาย ใจของคนมักระลึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำมา ผู้ที่เคยทำความชั่วมามาก ย่อมระลึกถึงความชั่วนั้นด้วยความเดือดร้อนใจ หวาดกลัวผลที่จะตามมา ส่วนผู้ที่ทำบุญไว้มาก ย่อมระลึกถึงความดีของตนด้วยความอิ่มใจ ไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจหรือค้างคา ความสุขใจในวาระสุดท้ายนี้เป็นผลของบุญที่เห็นได้ชัด และในทางพระพุทธศาสนา จิตที่ผ่องใสในเวลาสิ้นชีวิตยังเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติได้ด้วย

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง คนที่เดินทางไปต่างแดนย่อมต้องเตรียมเสบียงและทุนรอนไว้ให้พร้อม ไม่เช่นนั้นจะลำบากเมื่อไปถึง การเดินทางสู่โลกหน้าก็เช่นกัน บุญคือเสบียงที่ต้องเตรียมไว้ ผู้ที่ใช้ชีวิตโดยประมาท ไม่เคยทำความดี เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางก็ย่อมไม่มีเสบียงติดตัว ส่วนผู้ที่ทำบุญไว้มาก ย่อมเดินทางด้วยความอุ่นใจ เหมือนคนที่มีญาติคอยต้อนรับอยู่ปลายทาง

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่เข้าใจความจริงของชีวิตจึงไม่ควรประมาท ควรเตรียมที่พึ่งสำหรับโลกหน้าด้วยการทำบุญตั้งแต่ยังมีโอกาส ทั้งการให้ทาน การรักษาศีล และการฝึกจิตให้ผ่องใส สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก