เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สอนให้เห็นว่า สติเป็นธรรมสำคัญที่ช่วยให้เราดำเนินชีวิตอย่างดีงามในแต่ละวัน เพราะช่วยเตือนให้ไม่เผลอไผล ไม่ลืมหน้าที่ และไม่ปล่อยให้อารมณ์นำไปสู่การทำผิด คำว่า “ผู้ประเสริฐ” ในที่นี้มุ่งถึงผู้มีความดีงามในการดำเนินชีวิต เมื่อฝึกสติร่วมกับการใช้ปัญญาและความเพียร ก็ย่อมช่วยให้รู้จักแก้ไขข้อบกพร่องและพัฒนาตนให้ดีขึ้นได้
ขยายความบทตั้งผู้ที่เผลอเรออาจทำผิดซ้ำ เพราะไม่ได้ทบทวนสิ่งที่ตนทำ ส่วนผู้ที่ฝึกสติจะหมั่นระลึกว่า วันนี้ตนได้คิด พูด และทำสิ่งใดไปบ้าง แล้วพิจารณาว่าสิ่งใดดีควรรักษาไว้ สิ่งใดไม่ดีควรละเว้นหรือแก้ไข การทบทวนตนเองเช่นนี้เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาด และค่อย ๆ พัฒนาความประพฤติให้ดีงาม ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้มีสติจะไม่ผิดพลาดเลย แต่เมื่อผิดพลาดแล้วก็พร้อมที่จะเรียนรู้และปรับปรุงตน
ขยายความบทตั้งในมณิภัททสูตรซึ่งเป็นที่มาของสุภาษิตนี้ พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า สติเกื้อหนุนความเจริญและความสุข แต่เพียงมีสติยังไม่เพียงพอที่จะพ้นจากเวร พระองค์จึงตรัสต่อไปถึงการมีเมตตาและยินดีในความไม่เบียดเบียน คำสอนนี้เตือนให้เราฝึกสติควบคู่กับความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ไม่ใช้คำพูดหรือการกระทำสร้างความเดือดร้อน และไม่ผูกใจคิดแก้แค้นเมื่อเกิดความขัดแย้ง
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑สติคือความระลึกได้และความไม่เผลอ เป็นเครื่องปลุกใจให้ตื่นอยู่เสมอ ช่วยให้บุคคลดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ระลึกถึงหน้าที่และสิ่งที่ควรทำ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ว่า “สติ โลกสฺมิ ชาคโร” แปลว่า “สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก” หมายความว่า สติเป็นเครื่องเตือนใจให้บุคคลดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่เผลอไผล และไม่ละเลยการทำความดี คำว่า “สติ” หมายถึงความระลึกได้ ความไม่เผลอ และการคุมใจไว้กับกิจที่ทำ ช่วยให้ระลึกถึงหน้าที่ สิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ควรละเว้น ผู้มีสติจึงเปรียบเสมือนผู้ตื่นอยู่ เพราะไม่ปล่อยชีวิตให้ดำเนินไปตามความประมาท
อธิบายบทเชื่อม ๑ความหลับในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนอนหลับตามธรรมชาติ แต่เป็นคำเปรียบเทียบถึงความประมาท ความเผลอเรอ และความลุ่มหลงในสิ่งต่าง ๆ จนลืมหน้าที่และละเลยความถูกต้อง คนที่ใจหลับเช่นนี้ย่อมถูกกิเลสครอบงำได้ง่าย เหมือนบ้านที่ยามหลับจนโจรมีโอกาสเข้ามาลักทรัพย์ สติจึงเปรียบเหมือนยามที่เฝ้าประตูใจ คอยเตือนมิให้เผลอปล่อยตนไปตามอารมณ์ เมื่อความโลภ ความโกรธ หรือความหลงเกิดขึ้น สติช่วยให้ระลึกได้ว่าควรระวังใจ และเปิดโอกาสให้ใช้ปัญญาพิจารณายับยั้งคำพูดหรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดโทษ
อธิบายบทเชื่อม ๑หลักธรรมที่สอดคล้องกับคำอธิบายนี้ปรากฏในชาครสูตร ซึ่งกล่าวว่า เมื่ออินทรีย์ ๕ ตื่นอยู่ นิวรณ์ ๕ ชื่อว่าหลับ และเมื่อนิวรณ์ ๕ หลับ อินทรีย์ ๕ ชื่อว่าตื่น อินทรีย์ ๕ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เป็นธรรมสำคัญที่เกื้อหนุนการพัฒนาจิต ส่วนนิวรณ์ ๕ ได้แก่ กามฉันทะ ความพอใจในกาม พยาบาท ความคิดปองร้าย ถีนมิทธะ ความหดหู่และเซื่องซึม อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านและรำคาญใจ และวิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย เป็นธรรมที่กั้นจิตมิให้ก้าวหน้าในความดี การตื่นของอินทรีย์และการหลับของนิวรณ์จึงเป็นภาพเปรียบเทียบที่แสดงถึงการดำเนินชีวิตด้วยกุศลธรรม โดยไม่ปล่อยให้อกุศลธรรมเข้าครอบงำ
อธิบายบทเชื่อม ๑อรรถกถาชาครสูตรอธิบายว่า ผู้พรั่งพร้อมด้วยอินทรีย์ ๕ แม้นอนหลับก็ชื่อว่าเป็นผู้ตื่น เพราะมีความไม่ประมาทและประกอบด้วยกุศล ส่วนผู้พรั่งพร้อมด้วยนิวรณ์ ๕ แม้อยู่ในอิริยาบถอื่นก็ชื่อว่าเป็นผู้หลับ เพราะมีความประมาทและประกอบด้วยอกุศล ดังนั้น การกล่าวว่า “แม้นอนหลับก็ชื่อว่าตื่น” จึงหมายถึงการเป็นผู้ไม่ประมาทในทางธรรม มิได้หมายความว่า ขณะนอนหลับยังรับรู้เหตุการณ์หรืออันตรายรอบตัวอยู่ตลอดเวลา
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่มีสติ เมื่อครูชี้ข้อผิดพลาดในการทำการบ้าน ก็ใส่ใจฟังและนำคำแนะนำไปปรับปรุง คนทำงานที่มีสติก็หมั่นตรวจดูงานของตน เมื่อพบข้อบกพร่องก็แก้ไข ผู้ที่เคยพูดจาไม่สุภาพ หากฝึกเตือนตนก่อนพูดและคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟัง ก็สามารถค่อย ๆ เปลี่ยนคำพูดให้สุภาพขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างของการใช้สติสร้างความดีงามในแต่ละวัน
สรุปสรุปความว่า เราจึงควรฝึกสติทั้งในเวลาทำหน้าที่และเวลาทบทวนตนเอง รู้จักรักษาสิ่งที่ดี แก้ไขสิ่งที่ผิด และปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยเมตตา เมื่อฝึกอย่างสม่ำเสมอ สติย่อมช่วยให้ดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบและมีความดีงามเป็นหลักประจำใจ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ