ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นโท · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๒ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๓ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นโท · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๔,๑๓๘ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
เกวลานํปิ ปาปานํขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ
ครหกลหาทีนํมูลํ ขนติ ขนฺติโก
ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดราก แห่งความติเตียนและการทะเลาะกันเป็นต้นได้
(ส. ม. ๒๒๒)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้เปรียบบาปและความขัดแย้งกับต้นไม้ที่มีราก และเปรียบขันติกับเครื่องมือที่ตัดและขุดรากนั้นออก ทำให้บาปไม่อาจงอกงามต่อไปได้

ขยายความบทตั้งบาปจำนวนมากมีรากมาจากการที่ใจทนต่ออารมณ์ไม่ได้ เมื่อโกรธก็ทนไม่ได้จึงด่าว่าหรือทำร้าย เมื่ออยากได้ก็ทนไม่ได้จึงลักขโมยหรือโกง เมื่อถูกยั่วยุก็ทนไม่ได้จึงตอบโต้จนเกิดเรื่องใหญ่ ขันติทำหน้าที่เหมือนเบรก ที่หยุดใจไว้ก่อนที่อารมณ์จะกลายเป็นการกระทำ เมื่อใจหยุดได้ รากของบาปก็ถูกตัด ไม่มีโอกาสแตกกิ่งก้านเป็นความชั่วที่ใหญ่ขึ้น

ขยายความบทตั้งส่วนความติเตียนและการทะเลาะวิวาท มักเกิดจากการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอดทน ฝ่ายหนึ่งพูดแรง อีกฝ่ายก็ตอบแรงกว่า ความขัดแย้งจึงลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ ผู้มีขันติจะไม่เติมเชื้อไฟ เมื่อไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ การทะเลาะก็ไม่อาจดำเนินต่อไป และตนเองก็ไม่ทำสิ่งที่จะถูกติเตียนภายหลัง ขันติในที่นี้จึงไม่ใช่การเก็บกดความรู้สึก แต่เป็นการระงับการกระทำที่เกิดจากอารมณ์ แล้วแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเมื่อใจสงบแล้ว

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้มีขันติอดทนอดกลั้นได้ ชื่อว่าปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดาโดยตรง และชื่อว่าได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ทรงชนะกิเลสด้วยการบูชาอย่างยิ่ง ยิ่งกว่าการบูชาด้วยอามิส สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “พระชินเจ้า” หมายถึงพระพุทธเจ้า ผู้ทรงชนะกิเลสทั้งปวง พุทธภาษิตบทนี้แสดงว่า การอดทนอดกลั้นเป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง และเป็นการบูชาที่มีค่ายิ่งกว่าการบูชาด้วยสิ่งของ

อธิบายบทเชื่อม ๑ในโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ตรัสว่า ขันติ คือความอดทนอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง ผู้มีขันติจึงชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา นอกจากนี้ ขันติยังเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติตามคำสอนอื่น ๆ เพราะการละความชั่ว การทำความดี และการชำระใจให้บริสุทธิ์ ล้วนต้องอาศัยความอดทนต่อความยากลำบากและต่อแรงยั่วยุของกิเลส

อธิบายบทเชื่อม ๑การบูชามีสองอย่าง คือ อามิสบูชา การบูชาด้วยสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน และปฏิบัติบูชา การบูชาด้วยการปฏิบัติตามคำสอน พระพุทธศาสนายกย่องปฏิบัติบูชาว่าเป็นการบูชาอย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงประสงค์ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คน ผู้ที่อดทนไม่ทำร้ายผู้อื่น แม้จะไม่ได้ถวายสิ่งของมากมาย ก็ได้ชื่อว่าบูชาพระพุทธเจ้าด้วยบูชาที่ประเสริฐ ทั้งนี้ อามิสบูชาก็ยังมีคุณค่า เมื่อทำด้วยใจที่เคารพและเป็นเครื่องเตือนใจให้ปฏิบัติตาม

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลอดทนอดกลั้นต่อความไม่พอใจได้ ไม่ตอบโต้ด้วยความโกรธ ย่อมเป็นที่รักใคร่ไว้วางใจของคนรอบข้าง ความเจริญทั้งลาภ ยศ และความสุขก็ย่อมตามมาหาเขา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้แสดงอานิสงส์ของขันติหลายประการ ทั้งคุณธรรมในใจ ความเจริญในชีวิต และการเป็นที่รักของผู้อื่น

อธิบายบทเชื่อม ๒ผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา เพราะความอดทนต่อความผิดพลาดของผู้อื่น เกิดจากใจที่ปรารถนาดี ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน ขันติและเมตตาจึงเกื้อหนุนกัน ผู้มีขันติมีลาภและยศ เพราะความอดทนทำให้ทำงานได้สำเร็จ และความใจเย็นทำให้ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานสำคัญ ผู้มีขันติมีสุขเสมอ เพราะไม่ต้องเร่าร้อนด้วยความโกรธ และไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำไปในยามขาดสติ

อธิบายบทเชื่อม ๒ที่กล่าวว่าเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ แสดงว่าคุณของขันติเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าใครก็ย่อมชอบอยู่ใกล้ผู้ที่ใจเย็น พูดคุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องระวังว่าจะถูกโกรธหรือถูกตอบโต้ ความเป็นที่รักเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากการเอาใจผู้อื่น แต่เกิดจากความมั่นคงภายในของผู้มีขันติเอง

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้ขับรถที่ถูกปาดหน้าแต่อดทนไม่ไล่ตามหรือด่าทอ ย่อมป้องกันไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทบนถนน สมาชิกในครอบครัวที่อดกลั้นไม่พูดคำรุนแรงในยามโกรธ ย่อมรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ นักเรียนที่ถูกเพื่อนพูดกระทบกระทั่ง แต่เลือกเดินจากไปและปรึกษาครู แทนการตอบโต้ด้วยกำลัง ย่อมไม่ต้องถูกลงโทษและไม่สร้างศัตรูเพิ่ม

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาชีวิตที่ปราศจากบาปและความขัดแย้งจึงควรฝึกขันติ หยุดใจก่อนพูดหรือทำในยามที่อารมณ์รุนแรง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

เกวลานํปิ ปาปานํขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ
ครหกลหาทีนํมูลํ ขนติ ขนฺติโก
ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดราก แห่งความติเตียนและการทะเลาะกันเป็นต้นได้

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก