ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นโท · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๒ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๓ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นโท · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๔,๑๕๘ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภียสสฺสี สุขสีลวา
ปิโย เทวมนุสฺสานํมนาโป โหติ ขนฺติโก
ผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ ผู้มีขันติ เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
(ส. ม. ๒๒๒)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้แสดงอานิสงส์ของขันติหลายประการ ทั้งคุณธรรมในใจ ความเจริญในชีวิต และการเป็นที่รักของผู้อื่น

ขยายความบทตั้งผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา เพราะความอดทนต่อความผิดพลาดของผู้อื่น เกิดจากใจที่ปรารถนาดี ไม่อยากให้เขาเดือดร้อน ขันติและเมตตาจึงเกื้อหนุนกัน ผู้มีขันติมีลาภและยศ เพราะความอดทนทำให้ทำงานได้สำเร็จ และความใจเย็นทำให้ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบงานสำคัญ ผู้มีขันติมีสุขเสมอ เพราะไม่ต้องเร่าร้อนด้วยความโกรธ และไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำไปในยามขาดสติ

ขยายความบทตั้งที่กล่าวว่าเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ แสดงว่าคุณของขันติเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าใครก็ย่อมชอบอยู่ใกล้ผู้ที่ใจเย็น พูดคุยด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องระวังว่าจะถูกโกรธหรือถูกตอบโต้ ความเป็นที่รักเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากการเอาใจผู้อื่น แต่เกิดจากความมั่นคงภายในของผู้มีขันติเอง

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้มีขันติอดทนอดกลั้นได้ ย่อมนำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น เพราะไม่ก่อความขัดแย้ง ทั้งยังชื่อว่าได้ดำเนินอยู่บนทางไปสู่สวรรค์และพระนิพพาน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ขันติ” หมายถึงความอดทน อดกลั้น ทั้งต่อความลำบาก ต่อความเจ็บใจ และต่อสิ่งยั่วยุที่ชักชวนให้ทำผิด พุทธภาษิตบทนี้แสดงว่าขันติเป็นคุณธรรมที่ให้ประโยชน์กว้างขวาง ทั้งในชีวิตประจำวันและในทางธรรมขั้นสูง

อธิบายบทเชื่อม ๑ขันตินำประโยชน์มาให้แก่ตน เพราะช่วยให้ไม่ทำอะไรผิดพลาดในยามโกรธ ไม่ต้องเสียใจภายหลัง และช่วยให้ทำงานที่ยากลำบากจนสำเร็จได้ ขันติยังนำประโยชน์มาให้แก่ผู้อื่น เพราะผู้ที่อดทนย่อมไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง ไม่ทำให้ความขัดแย้งลุกลาม และให้โอกาสผู้อื่นได้แก้ไขตัว ความสงบในครอบครัว ในที่ทำงาน และในสังคม จึงอาศัยขันติเป็นพื้นฐานสำคัญ

อธิบายบทเชื่อม ๑ที่กล่าวว่าผู้มีขันติขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน เพราะความอดทนเป็นพื้นฐานของการรักษาศีล การทำสมาธิ และการเจริญปัญญา ผู้ที่ไม่อดทนย่อมรักษาศีลได้ยากเมื่อถูกยั่วยุ นั่งสมาธิได้ไม่นานเมื่อเกิดความเมื่อยล้า และละกิเลสไม่ได้เมื่อกิเลสเรียกร้อง ขันติจึงเป็นเหมือนบันไดที่ช่วยให้ก้าวขึ้นสู่ความดีระดับสูงขึ้นไปทีละขั้น ทั้งนี้ ขันติไม่ได้หมายถึงการยอมให้ผู้อื่นทำร้ายโดยไม่ป้องกันตน แต่หมายถึงการไม่ปล่อยให้อารมณ์ชักนำไปสู่ความชั่ว

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลอดกลั้นต่อความโกรธและถ้อยคำกระทบกระทั่งได้ ต้นเหตุแห่งการทะเลาะวิวาทย่อมถูกตัดขาดไปตั้งแต่ราก บาปกรรมที่จะเกิดจากความขัดแย้งจึงไม่มีโอกาสเกิดขึ้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้เปรียบบาปและความขัดแย้งกับต้นไม้ที่มีราก และเปรียบขันติกับเครื่องมือที่ตัดและขุดรากนั้นออก ทำให้บาปไม่อาจงอกงามต่อไปได้

อธิบายบทเชื่อม ๒บาปจำนวนมากมีรากมาจากการที่ใจทนต่ออารมณ์ไม่ได้ เมื่อโกรธก็ทนไม่ได้จึงด่าว่าหรือทำร้าย เมื่ออยากได้ก็ทนไม่ได้จึงลักขโมยหรือโกง เมื่อถูกยั่วยุก็ทนไม่ได้จึงตอบโต้จนเกิดเรื่องใหญ่ ขันติทำหน้าที่เหมือนเบรก ที่หยุดใจไว้ก่อนที่อารมณ์จะกลายเป็นการกระทำ เมื่อใจหยุดได้ รากของบาปก็ถูกตัด ไม่มีโอกาสแตกกิ่งก้านเป็นความชั่วที่ใหญ่ขึ้น

อธิบายบทเชื่อม ๒ส่วนความติเตียนและการทะเลาะวิวาท มักเกิดจากการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอดทน ฝ่ายหนึ่งพูดแรง อีกฝ่ายก็ตอบแรงกว่า ความขัดแย้งจึงลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ ผู้มีขันติจะไม่เติมเชื้อไฟ เมื่อไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ การทะเลาะก็ไม่อาจดำเนินต่อไป และตนเองก็ไม่ทำสิ่งที่จะถูกติเตียนภายหลัง ขันติในที่นี้จึงไม่ใช่การเก็บกดความรู้สึก แต่เป็นการระงับการกระทำที่เกิดจากอารมณ์ แล้วแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเมื่อใจสงบแล้ว

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน พนักงานบริการที่อดทนรับฟังลูกค้าที่ไม่พอใจ และแก้ปัญหาด้วยความสุภาพ ย่อมได้รับคำชมและความก้าวหน้าในงาน ครูที่อดทนสอนนักเรียนที่เรียนช้า ย่อมเป็นที่รักของลูกศิษย์ และได้รับความเคารพจากผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนที่อดทนรับฟังความเห็นต่าง ย่อมได้รับความร่วมมือจากคนหลายฝ่าย

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขและความเป็นที่รักจึงควรฝึกขันติควบคู่กับเมตตา อดทนต่อผู้อื่นด้วยใจที่ปรารถนาดี สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภียสสฺสี สุขสีลวา
ปิโย เทวมนุสฺสานํมนาโป โหติ ขนฺติโก
ผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ ผู้มีขันติ เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก