ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นโท · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๒ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๓ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นโท · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๔,๔๐๖ ตัวอักษร (ราว ๔ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
สตฺถุโน วจโนวาทํกโรติเยว ขนฺติโก
ปรมาย จ ปูชายชินํ ปูเชติ ขนฺติโก
ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง
(ส. ม. ๒๒๒)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “พระชินเจ้า” หมายถึงพระพุทธเจ้า ผู้ทรงชนะกิเลสทั้งปวง สุภาษิตนี้แสดงว่า การอดทนอดกลั้นเป็นการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรง และเป็นการบูชาที่มีค่ายิ่งกว่าการบูชาด้วยสิ่งของ

ขยายความบทตั้งในโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ตรัสว่า ขันติ คือความอดทนอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง ผู้มีขันติจึงชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา นอกจากนี้ ขันติยังเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติตามคำสอนอื่น ๆ เพราะการละความชั่ว การทำความดี และการชำระใจให้บริสุทธิ์ ล้วนต้องอาศัยความอดทนต่อความยากลำบากและต่อแรงยั่วยุของกิเลส

ขยายความบทตั้งการบูชามีสองอย่าง คือ อามิสบูชา การบูชาด้วยสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน และปฏิบัติบูชา การบูชาด้วยการปฏิบัติตามคำสอน พระพุทธศาสนายกย่องปฏิบัติบูชาว่าเป็นการบูชาอย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงประสงค์ให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้คน ผู้ที่อดทนไม่ทำร้ายผู้อื่น แม้จะไม่ได้ถวายสิ่งของมากมาย ก็ได้ชื่อว่าบูชาพระพุทธเจ้าด้วยบูชาที่ประเสริฐ ทั้งนี้ อามิสบูชาก็ยังมีคุณค่า เมื่อทำด้วยใจที่เคารพและเป็นเครื่องเตือนใจให้ปฏิบัติตาม

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้มีขันติอดทนอดกลั้นได้ ย่อมนำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น เพราะไม่ก่อความขัดแย้ง ทั้งยังชื่อว่าได้ดำเนินอยู่บนทางไปสู่สวรรค์และพระนิพพาน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ขันติ” หมายถึงความอดทน อดกลั้น ทั้งต่อความลำบาก ต่อความเจ็บใจ และต่อสิ่งยั่วยุที่ชักชวนให้ทำผิด พุทธภาษิตบทนี้แสดงว่าขันติเป็นคุณธรรมที่ให้ประโยชน์กว้างขวาง ทั้งในชีวิตประจำวันและในทางธรรมขั้นสูง

อธิบายบทเชื่อม ๑ขันตินำประโยชน์มาให้แก่ตน เพราะช่วยให้ไม่ทำอะไรผิดพลาดในยามโกรธ ไม่ต้องเสียใจภายหลัง และช่วยให้ทำงานที่ยากลำบากจนสำเร็จได้ ขันติยังนำประโยชน์มาให้แก่ผู้อื่น เพราะผู้ที่อดทนย่อมไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง ไม่ทำให้ความขัดแย้งลุกลาม และให้โอกาสผู้อื่นได้แก้ไขตัว ความสงบในครอบครัว ในที่ทำงาน และในสังคม จึงอาศัยขันติเป็นพื้นฐานสำคัญ

อธิบายบทเชื่อม ๑ที่กล่าวว่าผู้มีขันติขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน เพราะความอดทนเป็นพื้นฐานของการรักษาศีล การทำสมาธิ และการเจริญปัญญา ผู้ที่ไม่อดทนย่อมรักษาศีลได้ยากเมื่อถูกยั่วยุ นั่งสมาธิได้ไม่นานเมื่อเกิดความเมื่อยล้า และละกิเลสไม่ได้เมื่อกิเลสเรียกร้อง ขันติจึงเป็นเหมือนบันไดที่ช่วยให้ก้าวขึ้นสู่ความดีระดับสูงขึ้นไปทีละขั้น ทั้งนี้ ขันติไม่ได้หมายถึงการยอมให้ผู้อื่นทำร้ายโดยไม่ป้องกันตน แต่หมายถึงการไม่ปล่อยให้อารมณ์ชักนำไปสู่ความชั่ว

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลอดกลั้นต่อความโกรธและถ้อยคำกระทบกระทั่งได้ ต้นเหตุแห่งการทะเลาะวิวาทย่อมถูกตัดขาดไปตั้งแต่ราก บาปกรรมที่จะเกิดจากความขัดแย้งจึงไม่มีโอกาสเกิดขึ้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง (พิมพ์ครั้งที่ ๕) ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้เปรียบบาปและความขัดแย้งกับต้นไม้ที่มีราก และเปรียบขันติกับเครื่องมือที่ตัดและขุดรากนั้นออก ทำให้บาปไม่อาจงอกงามต่อไปได้

อธิบายบทเชื่อม ๒บาปจำนวนมากมีรากมาจากการที่ใจทนต่ออารมณ์ไม่ได้ เมื่อโกรธก็ทนไม่ได้จึงด่าว่าหรือทำร้าย เมื่ออยากได้ก็ทนไม่ได้จึงลักขโมยหรือโกง เมื่อถูกยั่วยุก็ทนไม่ได้จึงตอบโต้จนเกิดเรื่องใหญ่ ขันติทำหน้าที่เหมือนเบรก ที่หยุดใจไว้ก่อนที่อารมณ์จะกลายเป็นการกระทำ เมื่อใจหยุดได้ รากของบาปก็ถูกตัด ไม่มีโอกาสแตกกิ่งก้านเป็นความชั่วที่ใหญ่ขึ้น

อธิบายบทเชื่อม ๒ส่วนความติเตียนและการทะเลาะวิวาท มักเกิดจากการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอดทน ฝ่ายหนึ่งพูดแรง อีกฝ่ายก็ตอบแรงกว่า ความขัดแย้งจึงลุกลามขึ้นเรื่อย ๆ ผู้มีขันติจะไม่เติมเชื้อไฟ เมื่อไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ การทะเลาะก็ไม่อาจดำเนินต่อไป และตนเองก็ไม่ทำสิ่งที่จะถูกติเตียนภายหลัง ขันติในที่นี้จึงไม่ใช่การเก็บกดความรู้สึก แต่เป็นการระงับการกระทำที่เกิดจากอารมณ์ แล้วแก้ปัญหาด้วยเหตุผลเมื่อใจสงบแล้ว

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ไปวัดไหว้พระแล้วกลับมาบ้านยังโกรธง่ายและพูดจาทำร้ายคนในครอบครัว ย่อมยังไม่ได้บูชาพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ส่วนผู้ที่ฝึกอดกลั้นเมื่อถูกยั่วยุ ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง และให้อภัยผู้อื่น แม้ในวันธรรมดาที่ไม่ได้ไปวัด ก็ชื่อว่ากำลังทำตามคำสอนของพระพุทธองค์ นักเรียนที่อดทนเรียนแม้วิชาที่ตนไม่ชอบ เพื่อทำหน้าที่ของตนให้ดี ก็เป็นการฝึกขันติเช่นกัน

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่เคารพพระพุทธเจ้าจึงควรแสดงความเคารพด้วยการปฏิบัติ โดยเฉพาะการฝึกขันติในชีวิตประจำวัน สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สตฺถุโน วจโนวาทํกโรติเยว ขนฺติโก
ปรมาย จ ปูชายชินํ ปูเชติ ขนฺติโก
ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก