ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
นักธรรมชั้นโท · สนามหลวงกำหนดให้อ้างสุภาษิตมาประกอบอย่างน้อย ๒ บท และเขียนไม่น้อยกว่า ๓ หน้ากระดาษ · ต้องบอกชื่อคัมภีร์ที่มา และไม่ซ้ำกับบทตั้ง · บทเชื่อมใช้เฉพาะสุภาษิตในพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๒ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
นักธรรมชั้นโท · บทเชื่อม ๒ บท · ประมาณ ๕,๗๐๖ ตัวอักษร (ราว ๖ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติชาติยา วินเยน วา
น ตตฺถ มานํ กยิราถวสํ อญฺญาตเก ชเน
ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว
(ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๑)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คาถานี้หมายถึง เมื่ออยู่ท่ามกลางคนที่ยังไม่รู้จักเรา ควรวางตัวอ่อนน้อม ไม่ถือตัว และอดทนต่อการที่เขาไม่ได้ยกย่องเรา แปลโดยใจความได้ว่า ในที่ใด คนทั้งหลายไม่รู้จักบุคคลโดยชาติกำเนิดหรือโดยการศึกษาอบรม บุคคลเมื่ออยู่ในหมู่คนที่ไม่รู้จักตนนั้น ไม่ควรทำความถือตัว คำว่า “ชาติ” ในที่นี้หมายถึงกำเนิดหรือชาติตระกูล ส่วน “วินัย” หมายถึงการศึกษาอบรมและความประพฤติที่ได้รับการฝึกมา

ขยายความบทตั้งคาถานี้มาในทัททรชาดก ซึ่งสอนเรื่องการลดความถือตัวและอดกลั้นเมื่ออยู่ต่างถิ่น สุภาษิตนี้สอนให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะเมื่อไปอยู่ในหมู่คนที่ยังไม่รู้จักเรา แม้เราจะมีชาติตระกูลดี มีความรู้ หรือเคยได้รับความนับถือจากที่อื่น ก็ไม่ควรคาดหวังว่าทุกคนจะต้องรู้จักและยกย่องเรา เมื่อเขายังไม่รู้จักคุณความดีของเรา ก็ไม่ควรโกรธเคืองหรือแสดงความถือตัว แต่ควรให้เขารู้จักเราผ่านความประพฤติที่ดีงาม

ขยายความบทตั้งผู้ที่มีคุณความดีอยู่ในตน ไม่จำเป็นต้องยกตนข่มผู้อื่นเพื่อให้ได้รับการยอมรับ หากรู้จักพูดจาสุภาพ รับฟังผู้อื่น และทำหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ก็ย่อมเปิดโอกาสให้คนทั้งหลายได้เห็นคุณค่าของตน การอ่อนน้อมเช่นนี้มิใช่การลดคุณค่าของตัวเอง แต่เป็นการรักษาใจไม่ให้ความถือตัวนำไปสู่ความโกรธและความขัดแย้ง มานะหรือความถือตัวเป็นกิเลสที่ละเอียด ผู้ศึกษาจึงควรฝึกลดทอนด้วยนิวาตะ คือความถ่อมตน ซึ่งเป็นมงคลข้อหนึ่งในมงคล ๓๘ ทั้งนี้ การไม่ถือตัวมิได้หมายถึงการดูถูกตนเองหรือละทิ้งหลักความถูกต้อง ผู้อยู่ต่างถิ่นยังควรรักษาศีลและความดีของตนไว้ เพียงแต่ไม่ยกฐานะของตนขึ้นข่มผู้อื่น

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่ฉลาดในธรรมย่อมรู้จักอ่อนน้อมยำเกรงผู้เจริญด้วยวัยและคุณธรรม ความอ่อนน้อมนั้นทำให้เขาเป็นที่สรรเสริญในชาตินี้ และเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติในภายหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก เอกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนเรื่องความอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ คำว่า “วุฑฺฒ” แปลว่า ผู้เจริญ หมายถึงผู้เจริญด้วยวัย ผู้เจริญด้วยคุณธรรม หรือผู้เจริญด้วยชาติตระกูล ส่วน “อปจายนะ” หมายถึงการประพฤติอ่อนน้อม เคารพยำเกรง ทั้งทางกาย วาจา และใจ คำว่า “ธมฺมสฺส โกวิทา” หมายถึงผู้ฉลาดในธรรม คือรู้จักขนบธรรมเนียมอันดีงาม ผู้ที่รู้จักเคารพผู้ใหญ่เช่นนี้ ย่อมได้รับการสรรเสริญในปัจจุบัน และมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า

อธิบายบทเชื่อม ๑พุทธภาษิตบทนี้มาในติตติรชาดก อรรถกถาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปยังนครสาวัตถี เหล่าศิษย์ของภิกษุฉัพพัคคีย์รีบไปจับจองเสนาสนะไว้ก่อน จนพระสารีบุตรไม่มีที่พัก ต้องพักอยู่ใต้ต้นไม้ พระพุทธเจ้าจึงทรงยกเรื่องในอดีตมาแสดงว่า นกกระทา ลิง และช้าง ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ต้นไทร ปรึกษากันว่าใครเป็นผู้ใหญ่ที่สุด เมื่อพิจารณาแล้วพบว่านกกระทาเกิดก่อน สัตว์ทั้งสามจึงให้ความเคารพตามลำดับ และอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก แล้วทรงวางแนวทางให้ภิกษุเคารพกันตามลำดับพรรษา

อธิบายบทเชื่อม ๑การนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ หรืออปจายนมัย เป็นข้อหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ และในธรรมบทยังตรัสว่า ผู้มีปกติไหว้และอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่เป็นนิตย์ ย่อมเจริญด้วยธรรม ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ควรเข้าใจว่า ความเคารพในที่นี้มิใช่การเชื่อฟังอย่างไม่ใช้ปัญญา หรือทำตามผู้ใหญ่แม้ในสิ่งที่ผิด แต่เป็นการรู้จักที่ต่ำที่สูง ยอมรับประสบการณ์และคุณความดีของผู้อื่น ซึ่งเป็นรากฐานของความสามัคคี

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลยึดคำสอนของผู้รู้เป็นหลักนำทาง แล้วประพฤติตามอย่างจริงจัง แม้ภัยในชีวิตจะมากเพียงใด เขาก็ย่อมผ่านพ้นไปถึงฝั่งที่สวัสดีได้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก ทุกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้เปรียบการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้ากับการเกาะหลังม้าข้ามทะเลไปสู่ฝั่งที่ปลอดภัย คำว่า “พุทฺเธน” แปลว่า โดยผู้รู้ คือพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง คำว่า “โอวาท” หมายถึงคำแนะนำพร่ำสอน ส่วน “ฝั่งที่สวัสดี” หมายถึงที่ปลอดภัยพ้นจากอันตราย ใจความสำคัญคือ ผู้ที่ทำตามโอวาทอย่างมั่นคงย่อมพ้นภัยได้ แต่ผู้ที่ไม่ทำตาม แม้ได้ฟังแล้วก็ไม่อาจได้รับประโยชน์

อธิบายบทเชื่อม ๒พุทธภาษิตบทนี้มาในวลาหัสสชาดก เรื่องเล่าโดยย่อว่า พ่อค้ากลุ่มหนึ่งเรือแตกไปขึ้นเกาะของนางยักษิณีที่แปลงกายเป็นหญิงงาม ล่อให้หลงอยู่ด้วยแล้วจับกินเป็นอาหาร ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์เกิดเป็นม้าวลาหกซึ่งเหาะได้ มาถามว่าใครต้องการกลับบ้าน ผู้ที่ขึ้นเกาะหลังม้าและไม่เหลียวกลับไปด้วยความอาลัย ก็ได้กลับถึงถิ่นของตนโดยสวัสดี อรรถกถาเล่าว่า พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้เพื่อเตือนภิกษุที่กระสันจะสึกเพราะหลงใหลในสตรี

อธิบายบทเชื่อม ๒อุปมาในเรื่องนี้ชวนพิจารณาให้ลึกซึ้ง เกาะของนางยักษิณีเปรียบได้กับกามคุณที่ดูน่ารื่นรมย์แต่แฝงภัย ม้าวลาหกเปรียบได้กับพระธรรมที่พร้อมนำผู้ปฏิบัติข้ามพ้น ส่วนการเกาะไว้ให้มั่นโดยไม่เหลียวหลัง เปรียบได้กับศรัทธาและความเพียรที่ไม่ย่อท้อ ในระดับสูงสุด ฝั่งที่สวัสดีหมายถึงพระนิพพาน ซึ่งพ้นจากโอฆะคือห้วงน้ำแห่งกิเลส ในระดับทั่วไปคือความปลอดภัยจากความเสื่อมที่เกิดจากการทำตามใจกิเลส ควรสังเกตด้วยว่า ม้าช่วยได้เฉพาะผู้ที่ยอมขึ้นหลังเอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงทาง แต่การเดินทางเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ภิกษุที่ไปศึกษาหรือจำพรรษาต่างวัด ควรปฏิบัติตามกติกาของวัดนั้น ประพฤติวัตรอย่างผู้มาใหม่ ไม่อวดพรรษา เปรียญ หรือตำแหน่งที่เคยมีในวัดเดิม ย่อมเป็นที่รักใคร่ของหมู่คณะ คนทำงานที่ย้ายไปหน่วยงานใหม่ แม้เคยเป็นหัวหน้ามาก่อน ก็ควรเรียนรู้วิธีทำงานของที่นั้นด้วยความถ่อมตน ส่วนนักเรียนที่ย้ายโรงเรียน หากเปิดใจทำความรู้จักเพื่อนใหม่ด้วยความสุภาพ ไม่ถือสาที่เพื่อนยังไม่ให้ความสำคัญ ก็ย่อมปรับตัวได้เร็วกว่าผู้ที่แสดงตนว่าเหนือกว่า

สรุปสรุปความว่า เพราะฉะนั้น เมื่อไปอยู่ในสถานที่ใหม่หรือร่วมงานกับคนที่ยังไม่คุ้นเคย จึงควรสำรวมกิริยา อดทน และไม่ถือสาเพียงเพราะเขามิได้ให้ความสำคัญอย่างที่เราคาดหวัง ทั้งนี้ แม้อยู่ในหมู่คนที่รู้จักและยกย่องเราแล้ว ก็ยังควรรักษาความอ่อนน้อมไว้ เพราะคุณความดีจะงดงามยิ่งขึ้นเมื่อประกอบด้วยความไม่ถือตัว สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติชาติยา วินเยน วา
น ตตฺถ มานํ กยิราถวสํ อญฺญาตเก ชเน
ในที่ใด ยังไม่รู้จักคนโดยกำเนิดหรือโดยขนบประเพณี เมื่ออยู่ ในที่นั้น หมู่คนที่ยังไม่รู้จักกัน ไม่ควรทำความถือตัว

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก