เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้ใช้อุปมาที่เห็นภาพชัดเจน เพื่อสอนว่า การคบหาคนดีมีปัญญา ย่อมทำให้เราพลอยได้รับความดีงามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
ขยายความบทตั้งกฤษณาเป็นไม้หอมที่มีกลิ่นหอมติดทนนาน ใบไม้ธรรมดาที่นำมาห่อกฤษณา แม้ไม่มีกลิ่นหอมในตัวเอง แต่เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับกฤษณานาน ๆ ก็ได้กลิ่นหอมติดมาด้วย การคบนักปราชญ์ก็เช่นกัน ความรู้ ความคิด และความประพฤติที่ดีของนักปราชญ์ ย่อมค่อย ๆ ซึมซับเข้าสู่ผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ทำให้ผู้นั้นมีความคิดและความประพฤติที่ดีขึ้นตามไปด้วย
ขยายความบทตั้งสุภาษิตนี้เป็นคู่กับบทที่เปรียบการคบคนพาลกับการห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา ทั้งสองบทแสดงความจริงเดียวกัน คือ คนเราได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้างเสมอ ข้อที่ควรสังเกตคือ ใบไม้ต้องอยู่ใกล้ชิดกับกฤษณาจึงได้กลิ่นหอม การคบนักปราชญ์ก็ต้องเข้าไปใกล้ชิด รับฟัง และเปิดใจเรียนรู้อย่างจริงจัง จึงจะได้ประโยชน์เต็มที่
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑การคบคนพาลย่อมทำให้ผู้คบพลอยเสื่อมเสียไปด้วย แม้ตนเองจะมิได้ทำชั่ว ก็ย่อมถูกความชั่วของคนพาลแปดเปื้อน เหมือนใบหญ้าคาที่ห่อปลาเน่าย่อมพลอยมีกลิ่นเหม็นไปด้วย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก มหานิปาต ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้ใช้อุปมาที่เห็นภาพชัดเจนเพื่อสอนเรื่องการคบคน “หญ้าคา” (กุส) เป็นหญ้าที่มีใบยาว ใช้ห่อหรือรองสิ่งของได้ เมื่อนำใบหญ้าคาไปห่อปลาเน่า กลิ่นเหม็นของปลาย่อมติดใบหญ้าคาไปด้วย แม้หญ้าคาเองไม่ได้เน่า การคบกับ “คนพาล” ก็เช่นกัน คนพาลในที่นี้หมายถึงผู้โง่เขลาในทางธรรม คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ผู้ที่คลุกคลีกับคนพาลย่อมได้รับความเสื่อมเสียไปด้วย
อธิบายบทเชื่อม ๑คาถานี้มาในชาดก หมวดมหานิบาต อุปมาเรื่องปลาเน่ากับหญ้าคานี้มักคู่กับอุปมาอีกข้อหนึ่ง คือ คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้ ใบไม้ก็พลอยหอมไปด้วย ซึ่งเปรียบกับการคบนักปราชญ์ อุปมาทั้งสองแสดงว่า คนย่อมรับเอาคุณสมบัติของผู้ที่ตนใกล้ชิดมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งในทางดีและทางเสื่อม บทนี้แสดงด้านที่เป็นโทษ เพื่อเตือนให้ระมัดระวัง
อธิบายบทเชื่อม ๑อุปมานี้สอนได้สองชั้น ชั้นแรก ผู้ที่คบคนพาลอาจถูกมองว่าเป็นพวกเดียวกัน และเสื่อมเสียชื่อเสียงแม้ตนไม่ได้ทำผิด ชั้นที่สอง ซึ่งลึกกว่า คือการซึมซับความคิดและนิสัย ใกล้ชิดผู้มักโกรธ มักโกหก หรือมักประมาท นาน ๆ เข้าก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา และอาจทำตาม ดังที่มงคลข้อแรกคือการไม่คบคนพาล อย่างไรก็ดี การไม่คบคนพาลมิได้หมายถึงการดูหมิ่นหรือไม่มีเมตตา แต่หมายถึงการไม่คลุกคลี ไม่รับเอาความคิดความประพฤติที่ผิดมาเป็นของตน
ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลได้เพื่อนที่มีทั้งศรัทธา ศีล ปัญญา และความรู้มาก ย่อมได้แบบอย่างที่ดีและคำแนะนำที่ถูกต้อง ชีวิตของเขาก็ย่อมเจริญก้าวหน้าไปในทางที่ดีงาม สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย เถรคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้บอกลักษณะของเพื่อนที่ควรคบไว้อย่างชัดเจน สี่ประการ และชี้ว่าการคบหาคนเช่นนี้นำความเจริญมาให้
อธิบายบทเชื่อม ๒ลักษณะแรก มีศรัทธา คือเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อในการทำความดีและผลของความดี ลักษณะที่สอง มีศีลเป็นที่รัก คือประพฤติดีทางกายและวาจา จนเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น ลักษณะที่สาม มีปัญญา คือรู้จักคิดพิจารณาเหตุผล แยกแยะถูกผิดได้ ลักษณะที่สี่ เป็นพหูสูต คือได้ศึกษาเรียนรู้มาก มีความรู้กว้างขวาง ผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ย่อมเป็นกัลยาณมิตรที่ช่วยให้เราพัฒนาทั้งด้านจิตใจ ความประพฤติ และความรู้
อธิบายบทเชื่อม ๒คุณสมบัติทั้งสี่ประการนี้ส่งเสริมกัน ศรัทธาที่ไม่มีปัญญากำกับอาจกลายเป็นความงมงาย ปัญญาที่ไม่มีศีลอาจใช้ไปในทางผิด ความรู้มากที่ไม่มีศรัทธาในความดีก็อาจไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ผู้ที่มีครบทั้งสี่ประการจึงเป็นเพื่อนที่หาได้ยากและควรรักษาไว้ นอกจากเลือกคบคนเช่นนี้แล้ว เราเองก็ควรพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ในตนด้วย เพื่อจะเป็นกัลยาณมิตรของผู้อื่น
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่ชอบเข้าไปปรึกษาครูที่มีความรู้และคุณธรรม ย่อมได้ทั้งความรู้และแบบอย่างการใช้ชีวิต ผู้ที่ทำงานกับหัวหน้าที่มีความสามารถและซื่อสัตย์ ย่อมได้เรียนรู้วิธีทำงานที่ดี ผู้ที่ไปวัดฟังธรรมจากพระสงฆ์ผู้ทรงคุณ ย่อมได้หลักคิดในการดำเนินชีวิต ความดีเหล่านี้ค่อย ๆ ติดตัวไปโดยไม่ต้องบังคับ
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะพัฒนาตนจึงควรแสวงหาและเข้าใกล้ผู้มีปัญญาและคุณธรรม เปิดใจเรียนรู้จากท่าน เพื่อให้ความดีงามซึมซับเข้าสู่ชีวิตของตน สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ