เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สอนให้เห็นว่า การรักษาศีลเป็นเหตุแห่งความสุขได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงวัยแก่เฒ่า ความสุขจากศีลอย่างหนึ่งคือความสบายใจที่ตนไม่ได้ทำผิดหรือเบียดเบียนผู้อื่น ในพระธรรมบท นาควรรค สุภาษิตนี้ปรากฏร่วมกับคำสอนว่า ศรัทธาที่ตั้งมั่น การได้ปัญญา และการไม่ทำบาป ล้วนนำความสุขมาให้
ขยายความบทตั้งศีลช่วยให้เกิดความสุขได้หลายทาง ผู้ที่ไม่ทำร้าย ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มสุราเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท ย่อมไม่สร้างความเดือดร้อนจากการกระทำเหล่านี้ เมื่อระลึกถึงความประพฤติของตน ก็มีเหตุให้สบายใจ ไม่ต้องคอยปกปิดความผิดที่ตนไม่ได้ทำ อีกทั้งความซื่อสัตย์และการไม่เอาเปรียบยังช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน
ขยายความบทตั้งอย่างไรก็ตาม การรักษาศีลไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะไม่มีความทุกข์หรือปัญหาเลย ผู้มีศีลยังอาจเจ็บป่วย สูญเสีย หรือพบความไม่สมหวังได้ แต่ศีลช่วยให้ไม่เพิ่มความเดือดร้อนด้วยการทำชั่วของตน และเป็นหลักให้ดำเนินชีวิตอย่างสุจริต แม้ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ความสบายใจจากความประพฤติดีก็ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่า
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้มีปัญญาย่อมรู้ว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์และสิ่งใดเป็นโทษ จึงรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ไม่ยอมล่วงละเมิดข้อห้ามเพื่อแลกกับประโยชน์เล็กน้อย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย อิติวุตฺตก ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ปราชญ์” หมายถึงผู้มีปัญญา รู้จักพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งใดเป็นโทษ ส่วนคำว่า “พึงรักษาศีล” หมายถึงควรสำรวมกายและวาจาให้เรียบร้อยตามสิกขาบทที่ตนรักษา พุทธภาษิตบทนี้สอนให้ผู้มีปัญญาเห็นความสำคัญของความประพฤติดีงาม และตั้งใจรักษาศีลด้วยความเข้าใจในคุณประโยชน์ มิใช่เพียงทำตามผู้อื่นโดยไม่รู้เหตุผล
อธิบายบทเชื่อม ๑ในสุขปัตถนาสูตร พระพุทธองค์ตรัสว่า ผู้มีปัญญาเมื่อปรารถนาความสุข ๓ ประการ พึงรักษาศีล ความสุขเหล่านั้น ได้แก่ ความสรรเสริญ การได้โภคทรัพย์ และการไปเกิดในสวรรค์หลังจากตายแล้ว หลักธรรมนี้แสดงให้เห็นว่า ศีลเป็นเหตุเกื้อหนุนประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและในภายหน้า ผู้มีปัญญาจึงควรพิจารณาผลของความประพฤติให้กว้างไกล ไม่ยอมละทิ้งความถูกต้องเพื่อความพอใจหรือผลประโยชน์เฉพาะหน้า
อธิบายบทเชื่อม ๑ในด้านความสรรเสริญ ความซื่อสัตย์และการไม่เบียดเบียนเป็นความประพฤติที่ผู้รู้ยกย่อง และช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน ในด้านโภคทรัพย์ การไม่ทุจริตและไม่ประมาทเป็นพื้นฐานที่เกื้อหนุนการประกอบอาชีพสุจริตและการรักษาทรัพย์ ทั้งนี้ การดำรงชีวิตให้มั่นคงยังต้องอาศัยความขยัน ความสามารถ และการใช้จ่ายอย่างเหมาะสมประกอบด้วย ส่วนการไปเกิดในสวรรค์เป็นอานิสงส์ในภายหน้าที่พระสูตรกล่าวถึง ผู้มีปัญญาจึงเห็นคุณค่าของศีลทั้งในฐานะความดีที่ควรปฏิบัติและเหตุแห่งความสุขที่ควรสร้างไว้
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ครอบครัวที่สมาชิกซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่ทำร้ายกัน และไม่หลอกลวงกัน ย่อมมีพื้นฐานที่ดีของความไว้วางใจ ผู้ที่ไม่ดื่มสุราย่อมไม่เสียค่าใช้จ่ายในการดื่ม และไม่ก่อความเดือดร้อนจากความมึนเมาของตน นักเรียนที่ไม่ขโมยของเพื่อนและไม่โกหก ก็ไม่ต้องคอยปกปิดความผิดเหล่านั้น เมื่อเติบโตขึ้นและยังรักษาความประพฤติดีไว้ ก็สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลังได้
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขจึงควรฝึกรักษาศีลให้เป็นปกติของชีวิต ไม่ละเลยเพียงเพราะไม่มีใครเห็น และหมั่นตรวจดูความประพฤติของตน หากผิดพลาดก็ควรยอมรับ แก้ไข และตั้งใจระวังไม่ทำซ้ำ การรักษาศีลอย่างสม่ำเสมอเป็นการสร้างเหตุแห่งความสบายใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ซึ่งมีคุณค่าตั้งแต่วันนี้จนถึงวัยชรา สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ