ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับประถมศึกษา · ขอบข่ายหลักสูตร ๒๕๖๔ กำหนดให้อ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต ความยาวตั้งแต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทัด) พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน · บทเชื่อมใช้เฉพาะ ๑๕ บทในขอบข่ายของช่วงชั้นนี้
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับประถมศึกษา · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๓,๓๐๑ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี
นักปราชญ์พึงรักษาศีล
(ขุ. อิติ. ๒๕/๒๘๒)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ปราชญ์” หมายถึงผู้มีปัญญา รู้จักพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งใดเป็นโทษ ส่วนคำว่า “พึงรักษาศีล” หมายถึงควรสำรวมกายและวาจาให้เรียบร้อยตามสิกขาบทที่ตนรักษา สุภาษิตนี้สอนให้ผู้มีปัญญาเห็นความสำคัญของความประพฤติดีงาม และตั้งใจรักษาศีลด้วยความเข้าใจในคุณประโยชน์ มิใช่เพียงทำตามผู้อื่นโดยไม่รู้เหตุผล

ขยายความบทตั้งในสุขปัตถนาสูตร พระพุทธองค์ตรัสว่า ผู้มีปัญญาเมื่อปรารถนาความสุข ๓ ประการ พึงรักษาศีล ความสุขเหล่านั้น ได้แก่ ความสรรเสริญ การได้โภคทรัพย์ และการไปเกิดในสวรรค์หลังจากตายแล้ว หลักธรรมนี้แสดงให้เห็นว่า ศีลเป็นเหตุเกื้อหนุนประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและในภายหน้า ผู้มีปัญญาจึงควรพิจารณาผลของความประพฤติให้กว้างไกล ไม่ยอมละทิ้งความถูกต้องเพื่อความพอใจหรือผลประโยชน์เฉพาะหน้า

ขยายความบทตั้งในด้านความสรรเสริญ ความซื่อสัตย์และการไม่เบียดเบียนเป็นความประพฤติที่ผู้รู้ยกย่อง และช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน ในด้านโภคทรัพย์ การไม่ทุจริตและไม่ประมาทเป็นพื้นฐานที่เกื้อหนุนการประกอบอาชีพสุจริตและการรักษาทรัพย์ ทั้งนี้ การดำรงชีวิตให้มั่นคงยังต้องอาศัยความขยัน ความสามารถ และการใช้จ่ายอย่างเหมาะสมประกอบด้วย ส่วนการไปเกิดในสวรรค์เป็นอานิสงส์ในภายหน้าที่พระสูตรกล่าวถึง ผู้มีปัญญาจึงเห็นคุณค่าของศีลทั้งในฐานะความดีที่ควรปฏิบัติและเหตุแห่งความสุขที่ควรสร้างไว้

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่รักษาศีลย่อมมีความสุขที่เกิดจากความบริสุทธิ์ของตน ความสุขนั้นไม่เสื่อมไปตามวัย หากติดตัวไปตราบจนถึงวัยชรา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า สอนให้เห็นว่า การรักษาศีลเป็นเหตุแห่งความสุขได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงวัยแก่เฒ่า ความสุขจากศีลอย่างหนึ่งคือความสบายใจที่ตนไม่ได้ทำผิดหรือเบียดเบียนผู้อื่น ในพระธรรมบท นาควรรค พุทธภาษิตบทนี้ปรากฏร่วมกับคำสอนว่า ศรัทธาที่ตั้งมั่น การได้ปัญญา และการไม่ทำบาป ล้วนนำความสุขมาให้

อธิบายบทเชื่อม ๑ศีลช่วยให้เกิดความสุขได้หลายทาง ผู้ที่ไม่ทำร้าย ไม่ลักขโมย ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่กล่าวเท็จ และไม่ดื่มสุราเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท ย่อมไม่สร้างความเดือดร้อนจากการกระทำเหล่านี้ เมื่อระลึกถึงความประพฤติของตน ก็มีเหตุให้สบายใจ ไม่ต้องคอยปกปิดความผิดที่ตนไม่ได้ทำ อีกทั้งความซื่อสัตย์และการไม่เอาเปรียบยังช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน

อธิบายบทเชื่อม ๑อย่างไรก็ตาม การรักษาศีลไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะไม่มีความทุกข์หรือปัญหาเลย ผู้มีศีลยังอาจเจ็บป่วย สูญเสีย หรือพบความไม่สมหวังได้ แต่ศีลช่วยให้ไม่เพิ่มความเดือดร้อนด้วยการทำชั่วของตน และเป็นหลักให้ดำเนินชีวิตอย่างสุจริต แม้ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ความสบายใจจากความประพฤติดีก็ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่า

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้ประกอบการที่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่โกงตาชั่งและไม่หลอกลวงเรื่องคุณภาพสินค้า ย่อมช่วยสร้างความเชื่อถือให้แก่กิจการ ผู้ที่เว้นจากการดื่มสุราเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท ก็ช่วยลดรายจ่ายและความเสียหายที่อาจเกิดจากความมึนเมา ส่วนนักเรียนที่ไม่ลักขโมย ไม่กล่าวเท็จ และไม่รังแกเพื่อน ย่อมได้ฝึกความประพฤติที่น่าไว้วางใจ และมีส่วนทำให้ห้องเรียนสงบสุข ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นประโยชน์ของศีลที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ตามวัยและหน้าที่ของแต่ละคน

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ต้องการดำเนินชีวิตด้วยปัญญาจึงควรศึกษาให้เข้าใจคุณของศีล และรักษาความประพฤติของตนอย่างสม่ำเสมอ แม้ในเวลาที่มีสิ่งล่อใจให้ทำผิด ก็ควรพิจารณาถึงผลที่จะเกิดแก่ตนเองและผู้อื่น แล้วเลือกปฏิบัติในทางสุจริต การรักษาศีลด้วยความเข้าใจเช่นนี้เป็นการใช้ปัญญากำกับชีวิต และเป็นเหตุเกื้อหนุนความสุขทั้งในปัจจุบันและภายหน้า สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี
นักปราชญ์พึงรักษาศีล

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก