ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับประถมศึกษา · ขอบข่ายหลักสูตร ๒๕๖๔ กำหนดให้อ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต ความยาวตั้งแต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทัด) พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน · บทเชื่อมใช้เฉพาะ ๑๕ บทในขอบข่ายของช่วงชั้นนี้
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับประถมศึกษา · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๔๖๘ ตัวอักษร (ราว ๒ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ปาปานํ อกรณํ สุขํ
การไม่ทำบาปก็สุข
(ขุ. ธ. ๒๕/๕๙)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนว่า การไม่ทำบาปนำสุขมาให้ คำว่า “การไม่ทำบาป” หมายถึงการงดเว้นจากความชั่วทั้งปวง ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ส่วน “สุข” ในที่นี้ หมายถึงความสบายกายสบายใจ ความปลอดโปร่ง ไม่มีสิ่งใดต้องหวาดกลัวหรือกังวล พุทธภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องได้มาจากการได้ครอบครองสิ่งต่าง ๆ แต่เกิดได้จากการไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี

ขยายความบทตั้งความสุขที่เกิดจากการไม่ทำบาปนั้น เป็นความสุขที่ลึกซึ้งและมั่นคง ผู้ที่ไม่ทำความชั่วย่อมนอนหลับสนิท ไม่ต้องกลัวว่าความผิดจะถูกเปิดเผย ไม่ต้องคอยระแวงผู้อื่น ไม่ต้องโกหกเพื่อปกปิดความผิด ใจจึงเบาสบาย ในทางตรงข้าม ผู้ทำบาปแม้จะได้สิ่งที่ต้องการมา แต่ใจกลับร้อนรุ่มด้วยความกลัว ความละอาย และความสำนึกผิด ในพระธรรมบท พุทธภาษิตนี้ปรากฏร่วมกับข้อความว่า ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา ศรัทธาที่ตั้งมั่นนำสุขมาให้ การได้ปัญญานำสุขมาให้ แสดงว่าการไม่ทำบาปเป็นรากฐานของความสุขทั้งหลาย

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่รักตนและปรารถนาความสุข ควรหลีกห่างจากความชั่วทุกชนิด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ทั้งทางกาย วาจา และใจ ไม่เข้าใกล้และไม่ลงมือทำ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า พึงละเว้นบาปทั้งหลาย คำว่า “ละเว้น” หมายถึงการหลีกห่าง ไม่เข้าใกล้ และไม่ลงมือทำ ส่วน “บาปทั้งหลาย” หมายถึงความชั่วทุกชนิด ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ทั้งทางกาย วาจา และใจ พุทธภาษิตนี้เป็นคำสอนที่ตรงไปตรงมาว่า ผู้ที่รักตนและปรารถนาความสุข ควรหลีกเลี่ยงความชั่วทุกประเภทอย่างระมัดระวัง

อธิบายบทเชื่อม ๑ในพระธรรมบท พระพุทธองค์ทรงเปรียบไว้ว่า พ่อค้าที่มีทรัพย์มากแต่มีพวกน้อย ย่อมหลีกเลี่ยงหนทางที่มีภัยอันตราย และคนที่รักชีวิตย่อมหลีกเลี่ยงยาพิษ ฉันใด บุคคลก็พึงละเว้นบาปทั้งหลาย ฉันนั้น พ่อค้าที่รู้ว่าทางใดมีโจรย่อมไม่เดินทางนั้น เพราะรู้ว่าอาจสูญเสียทั้งทรัพย์และชีวิต คนที่รู้ว่าสิ่งใดเป็นยาพิษย่อมไม่แตะต้อง เพราะรู้ว่าอาจถึงตาย ความชั่วก็เป็นเหมือนทางที่มีโจรและเหมือนยาพิษ ผู้ที่รู้เท่าทันย่อมหลีกให้ห่างตั้งแต่ต้น ไม่รอให้ตกอยู่ในอันตรายเสียก่อน

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง นักเรียนที่ทำข้อสอบด้วยความสามารถของตนเอง แม้จะได้คะแนนไม่สูงนัก แต่ใจก็สบาย ภาคภูมิใจในตนเอง ต่างจากผู้ที่ลอกข้อสอบซึ่งต้องคอยกลัวถูกจับได้ พนักงานที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์ ไม่รับสินบน ย่อมใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ต้องหวาดกลัวการตรวจสอบ สามีภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อกัน ย่อมอยู่ร่วมกันด้วยความไว้วางใจและความสุข

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่แท้จริงจึงควรเริ่มจากการไม่ทำความชั่ว แม้ในยามที่ไม่มีใครเห็น เพราะความสุขจากการไม่ทำบาปเป็นความสุขที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์ซื้อ และไม่มีใครแย่งชิงไปได้ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ปาปานํ อกรณํ สุขํ
การไม่ทำบาปก็สุข

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก