ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับมัธยมศึกษา · ขอบข่ายหลักสูตร ๒๕๖๔ กำหนดให้อ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต ความยาวตั้งแต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทัด) พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน · บทเชื่อมใช้เฉพาะ ๑๕ บทในขอบข่ายของช่วงชั้นนี้
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับมัธยมศึกษา · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๔๑๕ ตัวอักษร (ราว ๒ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย
สะสมบาปเท่ากับสะสมความทุกข์
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบาป” หมายถึงการทำความชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความชั่วนั้นพอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นนิสัย พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า การสั่งสมบาปเช่นนี้ย่อมนำความทุกข์มาให้ เพราะบาปแต่ละครั้งเปรียบเหมือนหยดน้ำที่หยดลงในภาชนะ เมื่อหยดอยู่เรื่อย ๆ ย่อมเต็มได้ในที่สุด

ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสเตือนไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ คนจำนวนมากคิดว่าความชั่วเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นไร เช่น โกหกเล็กน้อย เอาของผู้อื่นเล็กน้อย แต่ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้บาปสั่งสมมากขึ้น เมื่อทำจนเคยชินแล้ว ใจก็ไม่รู้สึกละอาย ความชั่วที่ใหญ่กว่าก็ตามมาได้ง่าย สุดท้ายความทุกข์ก็มาถึงทั้งในรูปของโทษทางกฎหมาย ความเสื่อมเสีย และความเดือดร้อนใจ

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑คนที่มีนิสัยชั่วฝังอยู่ในใจ ย่อมได้รับความลำบากเดือดร้อนเพราะกรรมของตนเอง มิใช่เพราะผู้อื่น เนื่องจากผู้ใดทำกรรมใดไว้ ผู้นั้นย่อมรับผลของกรรมนั้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์มชฺฌิมนิกาย มชฺฌิมปณฺณาสก ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “คนมีสันดานชั่ว” หมายถึงคนที่มีนิสัยชั่วฝังอยู่ในใจ ชอบทำความชั่วเป็นปกติ ส่วนคำว่า “ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน” หมายความว่า ความเดือดร้อนที่เขาได้รับไม่ได้เกิดจากผู้อื่น แต่เกิดจากการกระทำของเขาเอง พุทธภาษิตบทนี้ย้ำหลักกรรมว่า ผู้ใดทำกรรมใดไว้ ผู้นั้นย่อมต้องรับผลของกรรมนั้น ไม่มีผู้ใดรับแทนได้

อธิบายบทเชื่อม ๑ในคาถาที่มาของพุทธภาษิตบทนี้ มีการเปรียบเทียบไว้ว่า โจรที่ถูกจับได้ตรงช่องที่ตนเจาะเข้าไปขโมย ย่อมถูกลงโทษเพราะการกระทำของตนเอง ฉันใด หมู่สัตว์ที่ทำชั่วไว้ ละโลกนี้ไปแล้วก็ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน ฉันนั้น โจรคนนั้นจะโทษใครไม่ได้เลย เพราะช่องที่ถูกจับได้ก็เป็นช่องที่ตนเจาะเอง ความชั่วก็เช่นกัน เป็นกับดักที่ผู้ทำขุดไว้เพื่อตนเอง เมื่อถึงเวลาที่ผลกรรมปรากฏ ย่อมหลีกหนีไม่พ้น

ตัวอย่างในชีวิตตัวอย่างเช่น เด็กที่ขโมยเงินพ่อแม่ครั้งละเล็กละน้อยแล้วไม่มีใครรู้ เมื่อโตขึ้นก็อาจกล้าทุจริตเงินจำนวนมากขึ้น จนวันหนึ่งถูกจับได้และต้องรับโทษอย่างหนัก คนที่ติดการพนันก็เริ่มจากการเล่นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อสั่งสมความเคยชินจนติดแล้ว ก็อาจสูญเสียทั้งทรัพย์สิน ครอบครัว และอนาคต ความทุกข์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่ค่อย ๆ สั่งสมมาจากความชั่วทีละน้อย

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ไม่ปรารถนาความทุกข์จึงไม่ควรประมาทความชั่วแม้เพียงเล็กน้อย ควรหยุดตั้งแต่ครั้งแรก และถ้าเผลอทำไปแล้วก็ไม่ควรทำซ้ำอีก เพราะการหยุดสั่งสมบาปคือการปิดประตูแห่งความทุกข์ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย
สะสมบาปเท่ากับสะสมความทุกข์

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก