ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับมัธยมศึกษา · ขอบข่ายหลักสูตร ๒๕๖๔ กำหนดให้อ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต ความยาวตั้งแต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทัด) พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน · บทเชื่อมใช้เฉพาะ ๑๕ บทในขอบข่ายของช่วงชั้นนี้
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับมัธยมศึกษา · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๖๓๑ ตัวอักษร (ราว ๓ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบุญ” หมายถึงการทำความดีอยู่เสมอ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความดีพอกพูนมากขึ้นและกลายเป็นนิสัย พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า การสั่งสมบุญเช่นนี้ย่อมนำความสุขมาให้ พุทธภาษิตนี้เป็นคู่ตรงข้ามกับพุทธภาษิตที่ว่า ความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ แสดงว่าสิ่งที่เราสั่งสมไว้ในชีวิตจะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะมีความสุขหรือความทุกข์

ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญ ก็ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะความสั่งสมบุญนำสุขมาให้ อีกแห่งหนึ่งตรัสว่า บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อยคงไม่มีผล เพราะหม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่หยดลงทีละหยด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญทีละน้อย ๆ ก็ย่อมเต็มด้วยบุญได้ ความดีเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ จึงมีพลังมากกว่าความดีใหญ่ที่ทำเพียงครั้งคราว

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง และยศศักดิ์ ไม่อาจติดตามไปได้ มีเพียงบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งคุ้มครองสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” หมายถึงสิ่งที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความอบอุ่น และช่วยให้พ้นจากภัย ส่วน “โลกหน้า” หมายถึงภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดหลังจากสิ้นชีวิตในโลกนี้ พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กล่าวคือ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง หรือยศศักดิ์ใดติดตามไปได้ มีเพียงบุญและบาปที่ตนทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป และบุญเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองได้

อธิบายบทเชื่อม ๑ในโลกนี้ มนุษย์มีที่พึ่งหลายอย่าง เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ญาติมิตรเป็นที่พึ่งในยามลำบาก ทรัพย์สินเป็นที่พึ่งในการดำรงชีวิต แต่ที่พึ่งเหล่านี้มีขอบเขตจำกัด เมื่อถึงวาระที่ต้องจากโลกนี้ไป ที่พึ่งเหล่านี้ก็ติดตามไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาสอนว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ติดตามไปจึงมีเพียงกรรมที่ตนทำไว้ บุญที่ทำไว้ดีแล้วย่อมรับรองผู้ทำบุญนั้นไว้ในโลกหน้า เหมือนญาติทั้งหลายยินดีต้อนรับญาติที่รักซึ่งจากไปนานแล้วกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดี บุญจึงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในโลกหน้า

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน และหมั่นช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่ละวันจะทำเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปหลายปี ใจของเขาย่อมผ่องใส มีความสุข และเป็นที่รักของผู้คน นักเรียนที่ทบทวนบทเรียนวันละเล็กละน้อยทุกวัน ย่อมมีความรู้มั่นคงกว่าผู้ที่อ่านหนังสือหนักเพียงคืนก่อนสอบ การสั่งสมความดีก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่ยั่งยืนจึงควรหมั่นทำความดีทุกวัน ไม่เลือกว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่รอโอกาสพิเศษ เพราะความดีที่สั่งสมไว้จะเป็นรากฐานแห่งความสุขตลอดชีวิต สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก