เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ศีล” หมายถึงความประพฤติที่ดีงาม การสำรวมกายและวาจาให้เรียบร้อย โดยเว้นจากการกระทำและคำพูดที่เป็นโทษ ส่วนคำว่า “ตราบเท่าชรา” หมายถึงจนกระทั่งถึงวัยแก่เฒ่า พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สีลํ ยาว ชรา สาธุ” แปลว่า “ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา” สอนให้เห็นว่า ศีลมีคุณค่าและเกื้อกูลชีวิตในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ การรักษาศีลก็เป็นสิ่งดีงามและก่อให้เกิดประโยชน์เสมอ
ขยายความบทตั้งในชราสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าถึงสิ่งที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จจนกระทั่งชรา พระองค์ตรัสตอบว่าคือศีล อรรถกถาอธิบายความข้อนี้โดยเปรียบเทียบกับเครื่องประดับภายนอก เพื่อชี้ให้เห็นว่า ศีลเป็นความงามที่เหมาะแก่บุคคลทุกวัย ทั้งวัยเด็ก วัยกลางคน และวัยชรา แม้ความงามและกำลังของร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่คุณค่าของความประพฤติดีมิได้ลดลงเพียงเพราะบุคคลมีอายุมากขึ้น ผู้ที่รักษาศีลจึงสามารถดำรงความดีงามของตนไว้ได้จนถึงวัยแก่เฒ่า
ขยายความบทตั้งประโยชน์ของศีลมิได้อยู่เพียงการได้รับความรักหรือคำยกย่องจากผู้อื่น แต่ยังอยู่ที่การไม่ก่อความเดือดร้อนจากการเบียดเบียน การทุจริต และการกล่าวเท็จ ผู้รักษาศีลย่อมมีเหตุให้สบายใจเมื่อระลึกถึงความประพฤติของตน อีกทั้งความซื่อสัตย์และการไม่เอาเปรียบกันยังช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน การรักษาศีลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการฝึกความประพฤติดีงามให้มั่นคงขึ้น และเกื้อกูลทั้งตนเองและสังคม
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ที่คอยระวังสำรวมกายและวาจาไม่ล่วงละเมิดผู้อื่น ย่อมไม่ก่อความบาดหมางให้เกิดขึ้น เวรและความพยาบาทจองล้างจึงไม่มีช่องให้ก่อตัว สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ทีฆนิกาย มหาวคฺค ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “คอยระวัง” หมายถึงการสำรวมตน ระมัดระวังการกระทำและคำพูดมิให้ล่วงละเมิดหรือเบียดเบียนผู้อื่น รวมทั้งระวังใจมิให้ความโกรธและความพยาบาทชักนำไปสู่การทำผิด ส่วนคำว่า “เวร” หมายถึงความเป็นศัตรู ความบาดหมาง และการผูกใจเจ็บคิดแก้แค้น พุทธภาษิตบทนี้สอนให้ป้องกันเหตุแห่งเวรด้วยการสำรวมความประพฤติ ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น และไม่สืบต่อความบาดหมางด้วยการแก้แค้น
อธิบายบทเชื่อม ๑พุทธภาษิตบทนี้ปรากฏร่วมกับข้อความเรื่องบุญที่เจริญขึ้นแก่ผู้ให้ การละบาปของผู้มีปัญญา และความดับเย็นเพราะสิ้นราคะ โทสะ และโมหะ ใจความของคาถาจึงแสดงให้เห็นคุณของการสร้างความดี การสำรวมระวัง และการพัฒนาปัญญาให้ละกิเลส สำหรับการไม่ก่อเวรนั้น การระวังตนตั้งแต่ก่อนคิด พูด และทำ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคำพูดหรือการกระทำที่เบียดเบียนอาจสร้างความเจ็บช้ำ และนำไปสู่การตอบโต้กันจนความขัดแย้งขยายตัว
อธิบายบทเชื่อม ๑การสำรวมระวังมิได้หมายความว่า เราจะควบคุมความคิดหรือการกระทำของผู้อื่นได้ทั้งหมด แต่หมายถึงการรับผิดชอบความประพฤติของตน ไม่เป็นฝ่ายสร้างเหตุแห่งการเบียดเบียน และเมื่อเผชิญความไม่พอใจก็ไม่ปล่อยให้ความโกรธนำไปสู่การแก้แค้น หากตนทำผิดก็ควรยอมรับ ขอโทษ และแก้ไข หากเกิดความเข้าใจผิดก็ควรชี้แจงด้วยเหตุผล การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยคลี่คลายปัญหาและลดการสืบต่อความบาดหมาง
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่ฝึกรักษาศีล เช่น ไม่ลักขโมย ไม่กล่าวเท็จ และไม่รังแกเพื่อน ย่อมได้วางรากฐานของนิสัยที่ดี คนทำงานที่รักษาศีลย่อมหลีกเลี่ยงการทุจริตและการทำร้ายผู้อื่นด้วยคำพูด ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปด้วยความไว้วางใจ ส่วนผู้สูงอายุที่ประพฤติตนซื่อสัตย์ ไม่เอาเปรียบและไม่เบียดเบียนผู้อื่น ก็สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่พึ่งทางใจแก่ลูกหลานได้ ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ศีลมีประโยชน์ในทุกช่วงวัย และควรได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ที่เคยทำผิดพลาด หากเห็นโทษและตั้งใจแก้ไข ก็สามารถเริ่มต้นรักษาศีลและพัฒนาความประพฤติให้ดีขึ้นได้เช่นกัน
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาชีวิตที่มีคุณค่าในทุกช่วงวัยจึงควรรักษาศีลตั้งแต่วันนี้ และหมั่นประคับประคองความประพฤติของตนให้ดีงามตลอดชีวิต เพราะศีลเป็นความงามที่ไม่ขึ้นอยู่กับวัย และเป็นหลักในการดำเนินชีวิตที่เกื้อกูลทั้งตนเองและผู้อื่น ตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงวัยชรา สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ