เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “คอยระวัง” หมายถึงการสำรวมตน ระมัดระวังการกระทำและคำพูดมิให้ล่วงละเมิดหรือเบียดเบียนผู้อื่น รวมทั้งระวังใจมิให้ความโกรธและความพยาบาทชักนำไปสู่การทำผิด ส่วนคำว่า “เวร” หมายถึงความเป็นศัตรู ความบาดหมาง และการผูกใจเจ็บคิดแก้แค้น สุภาษิตนี้สอนให้ป้องกันเหตุแห่งเวรด้วยการสำรวมความประพฤติ ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น และไม่สืบต่อความบาดหมางด้วยการแก้แค้น
ขยายความบทตั้งพุทธภาษิตบทนี้ปรากฏร่วมกับข้อความเรื่องบุญที่เจริญขึ้นแก่ผู้ให้ การละบาปของผู้มีปัญญา และความดับเย็นเพราะสิ้นราคะ โทสะ และโมหะ ใจความของคาถาจึงแสดงให้เห็นคุณของการสร้างความดี การสำรวมระวัง และการพัฒนาปัญญาให้ละกิเลส สำหรับการไม่ก่อเวรนั้น การระวังตนตั้งแต่ก่อนคิด พูด และทำ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคำพูดหรือการกระทำที่เบียดเบียนอาจสร้างความเจ็บช้ำ และนำไปสู่การตอบโต้กันจนความขัดแย้งขยายตัว
ขยายความบทตั้งการสำรวมระวังมิได้หมายความว่า เราจะควบคุมความคิดหรือการกระทำของผู้อื่นได้ทั้งหมด แต่หมายถึงการรับผิดชอบความประพฤติของตน ไม่เป็นฝ่ายสร้างเหตุแห่งการเบียดเบียน และเมื่อเผชิญความไม่พอใจก็ไม่ปล่อยให้ความโกรธนำไปสู่การแก้แค้น หากตนทำผิดก็ควรยอมรับ ขอโทษ และแก้ไข หากเกิดความเข้าใจผิดก็ควรชี้แจงด้วยเหตุผล การปฏิบัติเช่นนี้ช่วยคลี่คลายปัญหาและลดการสืบต่อความบาดหมาง
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ศีลคือความประพฤติดีงามและการสำรวมกายวาจา มีคุณค่าเกื้อกูลชีวิตในทุกช่วงวัย และยังประโยชน์ให้สำเร็จต่อเนื่องไปจนกระทั่งถึงวัยชรา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ศีล” หมายถึงความประพฤติที่ดีงาม การสำรวมกายและวาจาให้เรียบร้อย โดยเว้นจากการกระทำและคำพูดที่เป็นโทษ ส่วนคำว่า “ตราบเท่าชรา” หมายถึงจนกระทั่งถึงวัยแก่เฒ่า พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สีลํ ยาว ชรา สาธุ” แปลว่า “ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา” สอนให้เห็นว่า ศีลมีคุณค่าและเกื้อกูลชีวิตในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ การรักษาศีลก็เป็นสิ่งดีงามและก่อให้เกิดประโยชน์เสมอ
อธิบายบทเชื่อม ๑ในชราสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าถึงสิ่งที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จจนกระทั่งชรา พระองค์ตรัสตอบว่าคือศีล อรรถกถาอธิบายความข้อนี้โดยเปรียบเทียบกับเครื่องประดับภายนอก เพื่อชี้ให้เห็นว่า ศีลเป็นความงามที่เหมาะแก่บุคคลทุกวัย ทั้งวัยเด็ก วัยกลางคน และวัยชรา แม้ความงามและกำลังของร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่คุณค่าของความประพฤติดีมิได้ลดลงเพียงเพราะบุคคลมีอายุมากขึ้น ผู้ที่รักษาศีลจึงสามารถดำรงความดีงามของตนไว้ได้จนถึงวัยแก่เฒ่า
อธิบายบทเชื่อม ๑ประโยชน์ของศีลมิได้อยู่เพียงการได้รับความรักหรือคำยกย่องจากผู้อื่น แต่ยังอยู่ที่การไม่ก่อความเดือดร้อนจากการเบียดเบียน การทุจริต และการกล่าวเท็จ ผู้รักษาศีลย่อมมีเหตุให้สบายใจเมื่อระลึกถึงความประพฤติของตน อีกทั้งความซื่อสัตย์และการไม่เอาเปรียบกันยังช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน การรักษาศีลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการฝึกความประพฤติดีงามให้มั่นคงขึ้น และเกื้อกูลทั้งตนเองและสังคม
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ระวังคำพูด ไม่ดูถูกหรือล้อเลียนให้ผู้อื่นอับอาย ย่อมช่วยลดเหตุแห่งความขัดแย้ง ผู้ขับรถที่ไม่ปาดหน้า ไม่แสดงกิริยาก้าวร้าว และไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ ก็ช่วยลดโอกาสเกิดการทะเลาะวิวาท นักเรียนที่ไม่แกล้งเพื่อน ไม่หยิบของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้การพูดคุยเมื่อมีปัญหา ย่อมมีส่วนสร้างบรรยากาศที่ดีในห้องเรียน ความระมัดระวังในเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จึงช่วยป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามเป็นความบาดหมางที่รุนแรงขึ้น
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตอย่างสงบจึงควรสำรวมกาย วาจา และใจอยู่เสมอ ไม่เบียดเบียนหรือเอาเปรียบผู้อื่น พร้อมทั้งฝึกความอดทนและเมตตา เมื่อถูกล่วงเกินก็ควรระงับความคิดแก้แค้น และแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เหมาะสม การให้อภัยสามารถดำเนินควบคู่กับการป้องกันตนเองและการขอความช่วยเหลือเพื่อยุติการเบียดเบียนได้ เมื่อไม่สร้างเหตุแห่งเวรและไม่ตอบโต้ด้วยความพยาบาท ก็เป็นการปฏิบัติตามพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น” สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ