ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
สุ่มบทตั้ง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป · ขอบข่ายหลักสูตร ๒๕๖๔ กำหนดให้อ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต ความยาวตั้งแต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทัด) พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน · บทเชื่อมใช้เฉพาะ ๑๕ บทในขอบข่ายของช่วงชั้นนี้
สุภาษิตบทเชื่อมที่เข้ากัน
ชั้นนี้เชื่อม ๑ บท · กดเลือกบทอื่นเพื่อเปลี่ยนแทนบทเดิม · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ธรรมศึกษาชั้นตรี ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป · บทเชื่อม ๑ บท · ประมาณ ๒,๔๘๖ ตัวอักษร (ราว ๒ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
ทเทยฺย ปุริโส ทานํ
คนควรให้ของที่ควรให้
(ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๒๑๗)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนว่า คนควรให้ของที่ควรให้ ข้อความนี้มีความหมายสองชั้น ชั้นแรกเป็นคำชักชวนว่า มนุษย์ควรเป็นผู้ให้ ไม่ควรเป็นคนตระหนี่ เพราะการให้เป็นคุณธรรมเบื้องต้นของความเป็นคนดี ชั้นที่สองเป็นเครื่องเตือนว่า สิ่งที่ให้ต้องเป็นของที่ควรให้ คือเป็นของที่ได้มาโดยสุจริต และเป็นประโยชน์แก่ผู้รับ ไม่ใช่สิ่งที่นำโทษหรือความเสื่อมมาให้

ขยายความบทตั้งของที่ควรให้ ได้แก่ สิ่งที่ได้มาด้วยความสุจริต สิ่งที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ เช่น อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย รวมทั้งความรู้ คำแนะนำที่ถูกต้อง และธรรมะ ส่วนของที่ไม่ควรให้ ได้แก่ สิ่งที่ได้มาโดยการลักขโมยหรือฉ้อโกง สิ่งที่เป็นเหตุแห่งความประมาทและความเสื่อม เช่น สุรา ยาเสพติด อาวุธที่ใช้ทำร้ายผู้อื่น หรือการให้ที่ทำให้ผู้รับเกียจคร้านไม่พึ่งตนเอง การให้ของที่ไม่ควรให้ แม้ผู้ให้จะมีเจตนาดี ก็อาจก่อความเสียหายแก่ผู้รับและสังคมได้

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ความรักของผู้อื่นไม่อาจเรียกร้องเอาได้ แต่ย่อมเกิดขึ้นจากการให้ ผู้ที่มีความเสียสละเป็นนิสัยจึงเป็นที่รักใคร่และปรารถนาดีของผู้คนรอบข้าง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์องฺคุตฺตรนิกาย ปญฺจกนิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ผู้ให้” ในพุทธภาษิตบทนี้ หมายถึงผู้ที่มีความเสียสละเป็นนิสัย พร้อมจะแบ่งปันสิ่งที่ตนมีเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ส่วนคำว่า “ย่อมเป็นที่รัก” หมายความว่าย่อมได้รับความรักใคร่ ความเอ็นดู และความปรารถนาดีจากผู้คนรอบข้าง พุทธภาษิตนี้ชี้ให้เห็นกฎธรรมชาติข้อหนึ่งว่า ความรักของผู้อื่นไม่อาจเรียกร้องหรือบังคับเอาได้ แต่ย่อมเกิดขึ้นเองต่อผู้ที่ให้

อธิบายบทเชื่อม ๑เหตุที่ผู้ให้เป็นที่รัก เพราะมนุษย์ทุกคนปรารถนาความสุขและไม่ต้องการความทุกข์ ผู้ใดทำให้เขามีความสุข ช่วยให้เขาพ้นจากความลำบาก เขาย่อมรักผู้นั้น ตรงกันข้าม คนที่เอาแต่รับ ไม่เคยให้ และคอยเอาเปรียบผู้อื่น แม้จะมีทรัพย์หรืออำนาจมากเพียงใด ก็อาจมีคนอยู่รอบตัวเพียงเพราะหวังผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์หมดไป คนเหล่านั้นก็จากไป ความรักที่เกิดจากการให้ด้วยใจจริงจึงมั่นคงกว่าความรักที่ซื้อด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่ต้องการเลี้ยงฉลองให้เพื่อน ควรเลือกเลี้ยงอาหารที่ดีมีประโยชน์ มากกว่าการเลี้ยงสิ่งมึนเมา ผู้ที่อยากช่วยเหลือญาติที่ตกงาน ควรช่วยหางานหรือให้ทุนประกอบอาชีพ มากกว่าให้เงินใช้จ่ายไปวัน ๆ จนเขาไม่ขวนขวายหาเลี้ยงตัวเอง พ่อแม่ที่รักลูก ควรให้การศึกษาและการอบรมที่ดีแก่ลูก ซึ่งมีค่ากว่าการตามใจให้ทุกอย่างที่ลูกขอ

สรุปสรุปความว่า การให้จึงเป็นทั้งคุณธรรมและศิลปะ ต้องมีทั้งใจที่เสียสละและปัญญาที่รู้ว่าสิ่งใดควรให้ สิ่งใดไม่ควรให้ ผู้ที่ให้ถูกต้องย่อมได้บุญและได้ช่วยผู้อื่นอย่างแท้จริง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ทเทยฺย ปุริโส ทานํ
คนควรให้ของที่ควรให้

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก