เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “บุญ” หมายถึงความดีที่เกิดขึ้นในใจจากการให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา และการทำความดีอื่น ๆ พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า บุญเป็นทรัพย์ที่โจรนำไปไม่ได้ ต่างจากทรัพย์ภายนอก เช่น เงินทอง บ้าน รถ และเครื่องประดับ ซึ่งอาจถูกลักขโมย ถูกไฟไหม้ น้ำท่วม หรือสูญหายไปได้ทุกเมื่อ
ขยายความบทตั้งในพระสูตรที่มาของสุภาษิตนี้ มีคำถามว่า สิ่งใดดีตราบเท่าชรา สิ่งใดตั้งมั่นแล้วดี สิ่งใดเป็นรัตนะของนรชน และสิ่งใดโจรนำไปไม่ได้ คำตอบคือ ศีลดีตราบเท่าชรา ศรัทธาตั้งมั่นแล้วดี ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน และบุญโจรนำไปไม่ได้ เหตุที่โจรนำบุญไปไม่ได้ เพราะบุญไม่ได้อยู่ในตู้เซฟหรือในธนาคาร แต่อยู่ในใจของผู้ทำ ไม่มีใครล้วงเข้าไปขโมยได้ ไม่มีภัยธรรมชาติใดทำลายได้ และบุญนั้นยังติดตามผู้ทำไปทุกที่ แม้ข้ามภพข้ามชาติ
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ในยามที่ชีวิตกำลังจะจบลง ทรัพย์สมบัติ ยศตำแหน่ง และคนที่รักไม่อาจช่วยอะไรได้ แต่บุญที่เคยทำไว้ย่อมเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้จากไปอย่างสงบ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “เวลาสิ้นชีวิต” หมายถึงช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังจะจบลง ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนมากหวาดกลัว เพราะต้องพลัดพรากจากทุกสิ่งที่รัก พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญนำความสุขมาให้ในเวลาเช่นนั้น กล่าวคือ ในยามที่ทรัพย์สมบัติ ยศตำแหน่ง และคนที่รัก ไม่อาจช่วยอะไรได้แล้ว บุญที่เคยทำไว้จะเป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้จากไปอย่างสงบ ไม่หวาดกลัว
อธิบายบทเชื่อม ๑ในเวลาใกล้ตาย ใจของคนมักระลึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำมา ผู้ที่เคยทำความชั่วมามาก ย่อมระลึกถึงความชั่วนั้นด้วยความเดือดร้อนใจ หวาดกลัวผลที่จะตามมา ส่วนผู้ที่ทำบุญไว้มาก ย่อมระลึกถึงความดีของตนด้วยความอิ่มใจ ไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจหรือค้างคา ความสุขใจในวาระสุดท้ายนี้เป็นผลของบุญที่เห็นได้ชัด และในทางพระพุทธศาสนา จิตที่ผ่องใสในเวลาสิ้นชีวิตยังเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติได้ด้วย
ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลสั่งสมบุญทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ ความสุขย่อมเพิ่มพูนตามมา ตรงข้ามกับผู้สั่งสมบาปซึ่งย่อมมีแต่ความทุกข์เป็นผล สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบุญ” หมายถึงการทำความดีอยู่เสมอ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความดีพอกพูนมากขึ้นและกลายเป็นนิสัย พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า การสั่งสมบุญเช่นนี้ย่อมนำความสุขมาให้ พุทธภาษิตนี้เป็นคู่ตรงข้ามกับพุทธภาษิตที่ว่า ความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ แสดงว่าสิ่งที่เราสั่งสมไว้ในชีวิตจะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะมีความสุขหรือความทุกข์
อธิบายบทเชื่อม ๒ในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญ ก็ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะความสั่งสมบุญนำสุขมาให้ อีกแห่งหนึ่งตรัสว่า บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อยคงไม่มีผล เพราะหม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่หยดลงทีละหยด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญทีละน้อย ๆ ก็ย่อมเต็มด้วยบุญได้ ความดีเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ จึงมีพลังมากกว่าความดีใหญ่ที่ทำเพียงครั้งคราว
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง เราเห็นได้ว่าคนที่มีทรัพย์มากมายบางคน วันหนึ่งอาจสูญเสียทุกอย่างเพราะถูกโกง ธุรกิจล้มละลาย หรือประสบภัยพิบัติ แต่ความดีที่เขาเคยทำไว้ เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น ความซื่อสัตย์ และน้ำใจ ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน และมักทำให้มีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาในยามยาก นักเรียนที่เคยช่วยเหลือเพื่อนด้วยความจริงใจ ความดีนั้นก็ยังคงเป็นของเขาเสมอ ไม่มีใครพรากไปได้
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาทรัพย์ที่มั่นคงปลอดภัยจึงไม่ควรสะสมเพียงทรัพย์ภายนอก แต่ควรสะสมบุญอยู่เสมอ เพราะบุญเป็นทรัพย์ที่แท้จริงซึ่งไม่มีวันสูญหาย สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ