เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้แสดงขั้นตอนของการเลือกคบคนอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงมิตรชั่ว การเข้าหาคนดี จนถึงการนำคำแนะนำของคนดีมาปฏิบัติ
ขยายความบทตั้งสุภาษิตนี้มีสามขั้นตอนที่ต่อเนื่องกัน ขั้นแรก เว้นมิตรชั่ว คือหลีกห่างจากผู้ที่ชักนำไปในทางเสื่อม ขั้นที่สอง คบบุคคลสูงสุด คือเข้าหาผู้ที่มีคุณธรรม มีปัญญา และเป็นแบบอย่างที่ดี ขั้นที่สาม ตั้งอยู่ในโอวาทของท่าน คือรับฟังคำแนะนำและนำไปปฏิบัติจริง ขั้นที่สามนี้สำคัญมาก เพราะการเข้าใกล้คนดีโดยไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ย่อมไม่ได้ประโยชน์เต็มที่
ขยายความบทตั้งคำว่า “ความสุขที่มั่นคง” หมายถึงความสุขที่ไม่หวั่นไหว ไม่ขึ้นลงตามสิ่งภายนอก ในทางธรรมขั้นสูงหมายถึงความสุขจากการหลุดพ้น ในชีวิตประจำวันหมายถึงความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตถูกต้อง ไม่มีเรื่องเดือดร้อนตามมา ความสุขเช่นนี้เกิดได้ง่ายขึ้นเมื่อมีกัลยาณมิตรคอยชี้แนะ
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้เป็นบัณฑิตพึงเลือกทำความเป็นเพื่อนกับคนที่มีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก มีปัญญา และเป็นพหูสูต เพราะการสมาคมกับคนดีเช่นนั้นย่อมนำความเจริญมาให้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย เถรคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้บอกลักษณะของเพื่อนที่ควรคบไว้อย่างชัดเจน สี่ประการ และชี้ว่าการคบหาคนเช่นนี้นำความเจริญมาให้
อธิบายบทเชื่อม ๑ลักษณะแรก มีศรัทธา คือเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง เชื่อในการทำความดีและผลของความดี ลักษณะที่สอง มีศีลเป็นที่รัก คือประพฤติดีทางกายและวาจา จนเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่น ลักษณะที่สาม มีปัญญา คือรู้จักคิดพิจารณาเหตุผล แยกแยะถูกผิดได้ ลักษณะที่สี่ เป็นพหูสูต คือได้ศึกษาเรียนรู้มาก มีความรู้กว้างขวาง ผู้ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ย่อมเป็นกัลยาณมิตรที่ช่วยให้เราพัฒนาทั้งด้านจิตใจ ความประพฤติ และความรู้
อธิบายบทเชื่อม ๑คุณสมบัติทั้งสี่ประการนี้ส่งเสริมกัน ศรัทธาที่ไม่มีปัญญากำกับอาจกลายเป็นความงมงาย ปัญญาที่ไม่มีศีลอาจใช้ไปในทางผิด ความรู้มากที่ไม่มีศรัทธาในความดีก็อาจไม่นำไปสู่การปฏิบัติ ผู้ที่มีครบทั้งสี่ประการจึงเป็นเพื่อนที่หาได้ยากและควรรักษาไว้ นอกจากเลือกคบคนเช่นนี้แล้ว เราเองก็ควรพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ในตนด้วย เพื่อจะเป็นกัลยาณมิตรของผู้อื่น
ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลคบหาใกล้ชิดกับคนดี ตนก็ย่อมมีแนวโน้มจะเป็นคนดี แต่หากคบคนชั่ว ตนก็ย่อมค่อย ๆ กลายเป็นเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมหล่อหลอมคนให้คล้ายกัน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก วีสตินิปาต ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้สรุปหลักของการคบหาไว้อย่างกระชับว่า มนุษย์ย่อมมีแนวโน้มที่จะเป็นอย่างคนที่ตนคบหาใกล้ชิด เพราะการอยู่ร่วมกันทำให้ความคิดและนิสัยถ่ายทอดถึงกัน
อธิบายบทเชื่อม ๒การอยู่ร่วมกันทำให้เกิดการเรียนรู้โดยธรรมชาติ เราซึมซับวิธีคิด วิธีพูด ค่านิยม และพฤติกรรมของคนที่อยู่ใกล้ชิดโดยไม่ต้องตั้งใจ เพื่อนที่ขยันย่อมพาให้ขยัน เพื่อนที่เกียจคร้านย่อมพาให้เกียจคร้าน เพื่อนที่มองโลกในแง่ดีย่อมทำให้เรามีกำลังใจ เพื่อนที่ชอบบ่นว่าย่อมทำให้เรามองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ร้ายตามไปด้วย ดังนั้น การเลือกคบคนจึงเท่ากับการเลือกว่าเราจะเป็นคนแบบไหนในอนาคต
อธิบายบทเชื่อม ๒พุทธภาษิตบทนี้ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ไม่มีทางเลือกและต้องเปลี่ยนตามคนรอบข้างเสมอไป ผู้ที่มีสติและหลักใจมั่นคงสามารถรักษาความดีของตนได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี และยังอาจเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลงได้ด้วย แต่สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ในวัยเรียนรู้ การเลือกคบคนดีเป็นทางที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ผู้ที่เคยติดอบายมุข เมื่อตัดสินใจลดละการคบเพื่อนกลุ่มเดิม หันมาปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำ ย่อมมีโอกาสสร้างชีวิตใหม่ได้ นักเรียนที่เลือกครูที่ปรึกษาที่ดีและตั้งใจทำตามคำแนะนำ ย่อมพัฒนาได้เร็ว ผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจ หากมีที่ปรึกษาที่ซื่อสัตย์และรับฟังคำแนะนำอย่างจริงจัง ย่อมหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้มาก
สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่มั่นคงจึงควรเลือกคบคนอย่างมีหลัก เว้นมิตรชั่ว คบคนดี และนำคำสอนของคนดีมาปฏิบัติอย่างจริงจัง สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ