เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง
เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง
อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป
อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้สอนว่า ผู้มีปัญญารู้จักใช้สิ่งเล็กน้อยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ แล้วค่อย ๆ สร้างฐานะของตนให้มั่นคงขึ้น คำว่า “ต้นทุน” หมายถึงทุนหรือสิ่งที่มีอยู่เป็นเบื้องต้น ส่วน “ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด” หมายถึงผู้รู้จักพิจารณาโอกาสและใช้ความเพียรอย่างถูกทาง อุปมาเหมือนคนก่อไฟ ที่เริ่มจากประกายไฟเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เติมเชื้อและเป่าลมอย่างระมัดระวัง จนไฟลุกโพลงได้
ขยายความบทตั้งในอรรถกถาจูฬเสฏฐิชาดก มีเรื่องเล่าว่า เศรษฐีผู้หนึ่งเห็นหนูตายตัวหนึ่งแล้วกล่าวว่า คนมีปัญญาอาจตั้งตัวได้แม้ด้วยหนูตายตัวนี้ ชายหนุ่มยากจนคนหนึ่งได้ยินจึงนำหนูตายนั้นไปขายเป็นอาหารแมว ได้ทุนเล็กน้อยแล้วนำไปทำประโยชน์ต่อไปทีละขั้น ด้วยความขยันและรู้จักใช้โอกาส ในที่สุดก็ตั้งตัวได้มีทรัพย์มาก เรื่องนี้แสดงว่า ทุนน้อยมิใช่อุปสรรคสำคัญ หากผู้นั้นมีปัญญาและความเพียรประกอบกัน
ขยายความบทตั้งในหมวดความเพียร สุภาษิตนี้ชี้ว่า ความเพียรที่จะสำเร็จต้องมีปัญญากำกับ มิใช่เพียงทำงานหนักโดยไม่พิจารณา ผู้ศึกษาอาจโยงกับอิทธิบาท ๔ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งวิมังสา (การใคร่ครวญตรวจสอบ) ช่วยให้รู้ว่าควรลงทุนแรงที่ใด อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าสุภาษิตนี้สอนให้แสวงหาทรัพย์โดยไม่เลือกวิธี การตั้งตนที่ดีต้องอาศัยสัมมาอาชีวะ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และคำว่า “ต้นทุน” ยังหมายรวมถึงความรู้ ความสามารถ และโอกาสเล็ก ๆ ที่มีอยู่ด้วย
ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ปล่อยวันคืนให้ผ่านไปเปล่า แต่ทำประโยชน์ไว้ทุกวัน จะน้อยหรือมากก็ตาม เพราะวันคืนที่ล่วงไป ย่อมทำให้ชีวิตพร่องลงทุกขณะ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย เถรคาถา ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้เตือนให้ใช้เวลาแต่ละวันให้มีคุณค่า ไม่ปล่อยให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ คำว่า “ไม่ให้เปล่า” หมายถึงให้มีการทำความดีหรือทำประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง จะน้อยหรือมากก็ตาม ส่วนความว่า “ชีวิตย่อมพร่อง” หมายถึงทุกวันคืนที่ล่วงไป อายุของเราก็ลดน้อยลง เวลาที่จะทำความดีจึงเหลือน้อยลงตามไปด้วย
อธิบายบทเชื่อม ๑พระคาถานี้มาในเถรคาถา เป็นคำของพระเถระผู้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของชีวิต แล้วเตือนตนและผู้อื่นให้เร่งทำความเพียร ใจความสำคัญอยู่ที่การเห็นว่า กาลเวลามิได้หยุดรอผู้ใด วันคืนที่ผ่านไปแล้วไม่อาจนำกลับคืนมาได้ ผู้ที่ตระหนักเช่นนี้ย่อมไม่ผัดผ่อนการทำความดีไว้ในวันหน้า เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าชีวิตจะเหลืออยู่อีกเท่าใด
อธิบายบทเชื่อม ๑หลักนี้สัมพันธ์กับความไม่ประมาท ซึ่งพระพุทธองค์ทรงยกย่องว่าเป็นที่รวมแห่งกุศลธรรมทั้งปวง และสัมพันธ์กับการเจริญมรณสติ คือระลึกว่าความตายจะมาถึงแน่นอน ผู้ศึกษาไม่ควรตีความว่าต้องทำงานตลอดเวลาจนไม่พักผ่อน เพราะการพักผ่อนพอเหมาะก็เป็นการรักษากำลังเพื่อทำความดีต่อไป ความหมายที่แท้คือไม่ให้ชีวิตหมดไปกับความเกียจคร้านหรือสิ่งไร้สาระ ในระดับสูง พระเถระมุ่งให้เร่งทำความเพียรเพื่อความพ้นทุกข์ ส่วนผู้ศึกษาทั่วไปนำมาใช้ได้ด้วยการทำหน้าที่ให้ดีและสั่งสมบุญกุศลทุกวัน
ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลหามาได้แต่ไม่รู้จักจัดการและใช้จ่ายเกินตัว ทรัพย์ย่อมหมดไปโดยเร็ว ส่วนผู้ขยันและเลี้ยงชีวิตอย่างพอดี ย่อมรักษาทรัพย์ไว้ได้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์องฺคุตฺตรนิกาย อฏฺฐกนิปาต ว่า
อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้แสดงหลักการรักษาทรัพย์และตั้งตัวให้มั่นคงในชีวิตคฤหัสถ์ โดยชี้คุณสมบัติสำคัญ คือ ความขยันในการงาน ความไม่ประมาท ความรู้จักจัดการ และการเลี้ยงชีวิตพอสมควร คำว่า “เลี้ยงชีวิตพอสมควร” (สมชีวิตา) หมายถึงการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ ไม่ฝืดเคืองจนเกินไปและไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินตัว ผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ย่อมรักษาทรัพย์ที่หามาได้ไว้ได้
อธิบายบทเชื่อม ๒พระคาถานี้มาในสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ทีฆชาณุ ชาวโกลิยะ ผู้เป็นคฤหัสถ์ ซึ่งทูลขอให้ทรงแสดงธรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ครองเรือน พระองค์ทรงแสดงธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน (ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์) ๔ ประการ คือ ความหมั่นขยัน (อุฏฐานสัมปทา) การรักษาทรัพย์ (อารักขสัมปทา) การคบคนดีเป็นมิตร (กัลยาณมิตตตา) และการเลี้ยงชีวิตพอเหมาะ (สมชีวิตา) พร้อมทั้งธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในภายหน้าด้วย
อธิบายบทเชื่อม ๒ข้อควรเข้าใจคือ พุทธภาษิตบทนี้มิได้สอนให้สะสมทรัพย์ด้วยความตระหนี่ แต่สอนให้หาทรัพย์โดยสุจริตและใช้อย่างมีสติ การเลี้ยงชีวิตพอสมควรยังหมายถึงการแบ่งทรัพย์ไว้ใช้ในสิ่งจำเป็น เก็บไว้ยามฉุกเฉิน และทำบุญเกื้อกูลผู้อื่นตามกำลัง ความไม่ประมาทในที่นี้หมายถึงการระวังทางเสื่อมแห่งทรัพย์ เช่น อบายมุข ส่วนพระภิกษุสามเณรแม้ไม่มีทรัพย์ส่วนตัวอย่างคฤหัสถ์ ก็นำหลักนี้มาใช้ได้ในการดูแลปัจจัยสี่และของสงฆ์ให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช้สอยอย่างสิ้นเปลือง
ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน สามเณรที่มีเวลาว่างเพียงวันละเล็กน้อย หากใช้ทบทวนบาลีหรือท่องธรรมสม่ำเสมอ ก็ย่อมสะสมความรู้จนสอบผ่านได้ นักเรียนที่มีอุปกรณ์การเรียนไม่มาก แต่ตั้งใจใช้สิ่งที่มีอย่างคุ้มค่า ก็ก้าวหน้าได้ไม่แพ้ผู้อื่น ผู้ที่เริ่มค้าขายด้วยทุนน้อย หากซื่อสัตย์ ประหยัด และค่อย ๆ ขยายกิจการตามกำลัง ก็อาจตั้งตัวได้มั่นคงกว่าผู้ที่มีทุนมากแต่ใช้จ่ายโดยประมาท
สรุปสรุปความว่า เราจึงไม่ควรท้อใจเพราะเห็นว่าตนมีทุนน้อย แต่ควรสำรวจว่ามีสิ่งใดอยู่ในมือบ้าง แล้วใช้ปัญญาพิจารณาหาทางทำให้งอกงาม เริ่มจากสิ่งเล็กอย่างรอบคอบ ไม่ใจร้อนจนไฟดับเสียก่อน และประคับประคองความเพียรอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จที่มั่นคงมักเกิดจากการสั่งสมทีละน้อยด้วยความขยันและความรู้จักประมาณ สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า
ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ