ชุดตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรม (ข้อสอบสนามหลวงปีเก่า) กลับหน้าฝึกแต่งกระทู้
ชั้น: นักธรรมชั้นโท ๒ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม ๕ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม ๕ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม ๑ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม ๔ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม ๓ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม ๑ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม ๑ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม ๑
ภาษา: ไทย EnglishIndonesia中文DeutschDanskहिन्दी日本語नेपाली
แสดงป้ายโครงสร้าง ในหน้าต่างพิมพ์ ให้เลือกปลายทาง "บันทึกเป็น PDF" และเปิด "กราฟิกพื้นหลัง" เพื่อให้เห็นแถบสี
ตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง

ตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม

จากข้อสอบสนามหลวงปีเก่า ๑ ข้อ · ภาษาญี่ปุ่น
ข้อพ.ศ.กระทู้ตั้งบทเชื่อม
๑๒๕๖๘ ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ๑

วิธีใช้: อ่านกระทู้ตั้งแล้วลองวางโครงเรื่องด้วยตนเองก่อน จึงเปิดดูตัวอย่าง สังเกตลำดับ: บทตั้ง → อารัมภบท → อธิบายบทตั้ง → ขยายความ → ประโยคสะพานและบทเชื่อม (บอกคัมภีร์ที่มา) → อธิบายบทเชื่อม → ตัวอย่างในชีวิต → สรุปพร้อมยกบทตั้ง → ปิดท้าย

ตัวอย่างเรียบเรียงโดยระบบจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิต บทเชื่อมเลือกจากสุภาษิตที่โจทย์กำหนดให้ (ธรรมศึกษา) หรือจากสุภาษิตในหนังสือของชั้นนั้นที่เนื้อความเข้ากัน (นักธรรม) ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยสำนวนของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

พิมพ์จากระบบสนับสนุนการออกข้อสอบ · 01/10/2569

ข้อ ๑ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๑,๖๐๔ ตัวอักษร
โจทย์: ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้. แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรม กำหนดมาให้จำนวน ๖ สุภาษิตข้างล่างนี้มาประกอบอ้างอิง ๓ สุภาษิต ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้ สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง ในชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี|ปญฺยา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี ปญฺญาสหิโต นโร อิธ|อิป ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ. ปัญญาเป็นเครืองวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครือง เพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ ก็หาความสุขได้. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.) มตฺตาสุขปริฺจาคา |ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ จเช มตฺตาสุขํ ธีโร|สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ. ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.) โย จ วสฺสสตํ ชีเว|ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย|ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน. ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า. คัมภีร์์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.) ปรฺทุกฺขูปธาเนน|โย อตฺตโน สุขมิจฺฉติ เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ|เวรา โส น ปริมุจฺจติ. ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น ผู้นั้นชื่อว่า พัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.) ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห|ยถา สีเท มหณฺณเว เอวํ กุสีตมาคมฺม|สาธุชีวีปิ สีทติ. คนเกาะไม้ฟืนเล็กๆ พึงจมลงในทะเลฉันใด คนมั่งมี อาศัยความเกียจคร้านก็ล่มจมฉันนั้น. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.) อสาเร สารมติโน|สาเร จาสารทสฺสิโน เต สารํ นาธิคจฺฉนฺติ|มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา. ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่ เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)
Jīvatevāpi sappaññoApi vittaparikkhayā
Paññāya ca alābhenaVittavāpi na jīvati
財が尽きても智慧ある者は生きていける。しかし智慧がなければ、財があっても生きていけない。
(小部・長老偈 26/350)

อารัมภบทこれより、冒頭に掲げた法の主題の意味を詳しく説き明かし、学びと実践の指針といたします。

อธิบายบทตั้ง説明いたしますと、この格言は、智慧と財の価値を比べ、智慧のほうが確かであることを示しています。智慧こそが財を得、財を守り、どんな状況でもよく生きるための道具だからです。

ขยายความบทตั้ง智慧ある人は財が尽きても生きていけます。道を見いだす方法を知り、適応することを心得、どう再出発すればよいかを知り、自分の知識と能力を用いて再び収入を生み出すことができるからです。智慧のない人は、どれほど多くの財を持っていても、その価値を知らずに使ってしまったり、だまされやすかったり、投資に失敗したりして財を失い、失った後はどう生きていけばよいかわからなくなります。「生きていけない」とは、ここでは安定して質の高い生活を送れないという意味です。

ขยายความบทตั้งこの格言は、財が大切ではないと教えているのではありません。財は生活を快適にし、より多くの善を行うことを可能にする助けです。しかし財は外のものであり、さまざまな原因で失われることがありますが、智慧は内なるものであり、いつも私たちとともにあります。自分の智慧を育てることに投資する人は、人生に確かな保証を築いているようなものです。

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑命の価値は寿命の長さにあるのではありません。智慧あり瞑想する人は、たとえ一日しか生きなくても、智慧に乏しい者が百年生きるより勝れています。これは、『小部・法句経』に説かれる次の仏陀の言葉のとおりです。

อธิบายบทเชื่อม ๑説明いたしますと、この格言は、人生の価値はその長さではなく質、すなわち智慧と定まった心を持つかどうかによってはかられると教えています。

อธิบายบทเชื่อม ๑「心定まらず」とは、散乱し、感情に揺さぶられ、集中のない心のことであり、「禅定に励む」とは、静かで定まった心で物事をありのままに観察することです。智慧もなく散乱した心で百年生きる人は、人生を理解しないまま、一生を愚かさと苦しみの中で過ごすかもしれません。一方、人生の真実を見た賢者は、たとえ一日だけでも、より価値あるものを得ているのです。

อธิบายบทเชื่อม ๑この言葉は智慧と禅定の価値を強調するための比較であり、長生きに価値がないという意味でも、短い命を望むよう勧めるものでもありません。むしろ、この格言を理解する人は、生きている一日一日を、智慧を育て心を修める貴重な機会と見て、それを無駄に過ごさないようにするのです。

ตัวอย่างในชีวิต日常生活では、災害で財産を失っても、職業上の知識があり計画を立てることのできる人は、多くの場合まもなく立ち直ります。一方、多額の遺産を相続しても管理の仕方を知らない人は、数年で使い果たしてしまうかもしれません。熱心に学ぶ生徒は、家が裕福でなくても、自分の知識と能力でよい未来を築く機会があります。

สรุป結論として、安定した人生を願う人は、財を蓄えることだけでなく、智慧を育てることにより多く投資し、その智慧によって正しく財を得、守るべきです。これは、冒頭に主題として掲げた次の法の言葉のとおりです。

Jīvatevāpi sappaññoApi vittaparikkhayā
Paññāya ca alābhenaVittavāpi na jīvati
財が尽きても智慧ある者は生きていける。しかし智慧がなければ、財があっても生きていけない。

ปิดท้าย以上に述べてきたとおりの趣旨であります。