ชุดตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรม (ข้อสอบสนามหลวงปีเก่า) กลับหน้าฝึกแต่งกระทู้
ชั้น: นักธรรมชั้นตรี ๑๐นักธรรมชั้นโท ๑๐นักธรรมชั้นเอก ๑๐ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม ๖ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม ๕ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม ๕ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม ๕ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม ๕ธรรมศึกษาชั้นโท อุดม ๔ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม ๕ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม ๕ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม ๕
ภาษา: ไทย EnglishIndonesia中文DeutschDanskहिन्दी日本語नेपाली
แสดงป้ายโครงสร้าง ในหน้าต่างพิมพ์ ให้เลือกปลายทาง "บันทึกเป็น PDF" และเปิด "กราฟิกพื้นหลัง" เพื่อให้เห็นแถบสี
ตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง

ตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม

จากข้อสอบสนามหลวงปีเก่า ๕ ข้อ
ข้อพ.ศ.กระทู้ตั้งบทเชื่อม
๑๒๕๖๘ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย๑
๒๒๕๖๗ ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ๑
๓๒๕๖๖ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย๑
๔๒๕๖๕ สีลํ โลเก อนุตฺตรํ๑
๕๒๕๖๓ ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ๑

วิธีใช้: อ่านกระทู้ตั้งแล้วลองวางโครงเรื่องด้วยตนเองก่อน จึงเปิดดูตัวอย่าง สังเกตลำดับ: บทตั้ง → อารัมภบท → อธิบายบทตั้ง → ขยายความ → ประโยคสะพานและบทเชื่อม (บอกคัมภีร์ที่มา) → อธิบายบทเชื่อม → ตัวอย่างในชีวิต → สรุปพร้อมยกบทตั้ง → ปิดท้าย

ตัวอย่างเรียบเรียงโดยระบบจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิต บทเชื่อมเลือกจากสุภาษิตที่โจทย์กำหนดให้ (ธรรมศึกษา) หรือจากสุภาษิตในหนังสือของชั้นนั้นที่เนื้อความเข้ากัน (นักธรรม) ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยสำนวนของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

พิมพ์จากระบบสนับสนุนการออกข้อสอบ · 01/10/2569

ข้อ ๑ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๒,๓๗๒ ตัวอักษร
โจทย์: สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย. การสั่งสมขึ้นซึ่งบุญ นำสุขมาให้. แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรม กำหนดมาให้จำนวน ๓ สุภาษิตข้างล่างนี้มาประกอบอ้างอิงเพียง ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง ในชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป สีลํ โลเก อนุตฺตรํ. ศีลเป็นเยี่ยมในโลก คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก เอกนิบาต (ขุ.ชา.เอก.) ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย. ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้ คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ.ธ) กมฺมุนา วตฺตตี โลโก. สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย สุตตนิบาต (ขุ.ส.)
สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบุญ” หมายถึงการทำความดีอยู่เสมอ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความดีพอกพูนมากขึ้นและกลายเป็นนิสัย พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า การสั่งสมบุญเช่นนี้ย่อมนำความสุขมาให้ พุทธภาษิตนี้เป็นคู่ตรงข้ามกับพุทธภาษิตที่ว่า ความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ แสดงว่าสิ่งที่เราสั่งสมไว้ในชีวิตจะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะมีความสุขหรือความทุกข์

ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญ ก็ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะความสั่งสมบุญนำสุขมาให้ อีกแห่งหนึ่งตรัสว่า บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อยคงไม่มีผล เพราะหม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่หยดลงทีละหยด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญทีละน้อย ๆ ก็ย่อมเต็มด้วยบุญได้ ความดีเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ จึงมีพลังมากกว่าความดีใหญ่ที่ทำเพียงครั้งคราว

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑การทำความชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพอกพูนเป็นนิสัย ย่อมนำความทุกข์มาให้ เพราะบาปแต่ละครั้งก็เหมือนหยดน้ำที่หยดลงในภาชนะ เมื่อสะสมไปย่อมเต็มได้ในที่สุด สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบาป” หมายถึงการทำความชั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความชั่วนั้นพอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นนิสัย พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า การสั่งสมบาปเช่นนี้ย่อมนำความทุกข์มาให้ เพราะบาปแต่ละครั้งเปรียบเหมือนหยดน้ำที่หยดลงในภาชนะ เมื่อหยดอยู่เรื่อย ๆ ย่อมเต็มได้ในที่สุด

อธิบายบทเชื่อม ๑ในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสเตือนไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ คนจำนวนมากคิดว่าความชั่วเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นไร เช่น โกหกเล็กน้อย เอาของผู้อื่นเล็กน้อย แต่ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้บาปสั่งสมมากขึ้น เมื่อทำจนเคยชินแล้ว ใจก็ไม่รู้สึกละอาย ความชั่วที่ใหญ่กว่าก็ตามมาได้ง่าย สุดท้ายความทุกข์ก็มาถึงทั้งในรูปของโทษทางกฎหมาย ความเสื่อมเสีย และความเดือดร้อนใจ

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน และหมั่นช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่ละวันจะทำเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปหลายปี ใจของเขาย่อมผ่องใส มีความสุข และเป็นที่รักของผู้คน นักเรียนที่ทบทวนบทเรียนวันละเล็กละน้อยทุกวัน ย่อมมีความรู้มั่นคงกว่าผู้ที่อ่านหนังสือหนักเพียงคืนก่อนสอบ การสั่งสมความดีก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่ยั่งยืนจึงควรหมั่นทำความดีทุกวัน ไม่เลือกว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่รอโอกาสพิเศษ เพราะความดีที่สั่งสมไว้จะเป็นรากฐานแห่งความสุขตลอดชีวิต สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

ข้อ ๒ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๒,๖๐๘ ตัวอักษร
โจทย์: บุญอันโจรนำไปไม่ได้. แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้ จำนวน ๓ สุภาษิตข้างล่าง มาประกอบอ้างอิงเพียง ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้งในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย. การสั่งสมซึ่งบุญ นำสุขมาให้. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ. บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคตึ. กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคติ. คัมภีร์ที่มา : อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต
ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ
โจรขโมยบุญใครไม่ได้
(สํ. ส. ๑๕/๕๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “บุญ” หมายถึงความดีที่เกิดขึ้นในใจจากการให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา และการทำความดีอื่น ๆ พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า บุญเป็นทรัพย์ที่โจรนำไปไม่ได้ ต่างจากทรัพย์ภายนอก เช่น เงินทอง บ้าน รถ และเครื่องประดับ ซึ่งอาจถูกลักขโมย ถูกไฟไหม้ น้ำท่วม หรือสูญหายไปได้ทุกเมื่อ

ขยายความบทตั้งในพระสูตรที่มาของสุภาษิตนี้ มีคำถามว่า สิ่งใดดีตราบเท่าชรา สิ่งใดตั้งมั่นแล้วดี สิ่งใดเป็นรัตนะของนรชน และสิ่งใดโจรนำไปไม่ได้ คำตอบคือ ศีลดีตราบเท่าชรา ศรัทธาตั้งมั่นแล้วดี ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน และบุญโจรนำไปไม่ได้ เหตุที่โจรนำบุญไปไม่ได้ เพราะบุญไม่ได้อยู่ในตู้เซฟหรือในธนาคาร แต่อยู่ในใจของผู้ทำ ไม่มีใครล้วงเข้าไปขโมยได้ ไม่มีภัยธรรมชาติใดทำลายได้ และบุญนั้นยังติดตามผู้ทำไปทุกที่ แม้ข้ามภพข้ามชาติ

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑เมื่อบุคคลรู้ว่าไม่มีสิ่งใดติดตัวไปได้หลังความตาย ย่อมหมั่นทำบุญไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิต เพื่อให้บุญนั้นเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นในภพเบื้องหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” หมายถึงสิ่งที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความอบอุ่น และช่วยให้พ้นจากภัย ส่วน “โลกหน้า” หมายถึงภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดหลังจากสิ้นชีวิตในโลกนี้ พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กล่าวคือ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง หรือยศศักดิ์ใดติดตามไปได้ มีเพียงบุญและบาปที่ตนทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป และบุญเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองได้

อธิบายบทเชื่อม ๑ในโลกนี้ มนุษย์มีที่พึ่งหลายอย่าง เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ญาติมิตรเป็นที่พึ่งในยามลำบาก ทรัพย์สินเป็นที่พึ่งในการดำรงชีวิต แต่ที่พึ่งเหล่านี้มีขอบเขตจำกัด เมื่อถึงวาระที่ต้องจากโลกนี้ไป ที่พึ่งเหล่านี้ก็ติดตามไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาสอนว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ติดตามไปจึงมีเพียงกรรมที่ตนทำไว้ บุญที่ทำไว้ดีแล้วย่อมรับรองผู้ทำบุญนั้นไว้ในโลกหน้า เหมือนญาติทั้งหลายยินดีต้อนรับญาติที่รักซึ่งจากไปนานแล้วกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดี บุญจึงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในโลกหน้า

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง เราเห็นได้ว่าคนที่มีทรัพย์มากมายบางคน วันหนึ่งอาจสูญเสียทุกอย่างเพราะถูกโกง ธุรกิจล้มละลาย หรือประสบภัยพิบัติ แต่ความดีที่เขาเคยทำไว้ เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น ความซื่อสัตย์ และน้ำใจ ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คน และมักทำให้มีผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาในยามยาก นักเรียนที่เคยช่วยเหลือเพื่อนด้วยความจริงใจ ความดีนั้นก็ยังคงเป็นของเขาเสมอ ไม่มีใครพรากไปได้

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาทรัพย์ที่มั่นคงปลอดภัยจึงไม่ควรสะสมเพียงทรัพย์ภายนอก แต่ควรสะสมบุญอยู่เสมอ เพราะบุญเป็นทรัพย์ที่แท้จริงซึ่งไม่มีวันสูญหาย สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ
โจรขโมยบุญใครไม่ได้

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

ข้อ ๓ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๒,๖๓๑ ตัวอักษร
โจทย์: สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย. การสั่งสมซึ่งบุญ นำสุขมาให้. แต่งอธิบายความให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้ จำนวน ๓ สุภาษิตข้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้ สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป สีลํ ยาว ชรา สาธุ. ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา. คัมภีร์ที่มา : สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ. บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า. คัมภีร์ที่มา : อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย. การสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท
สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข
(ขุ. ธ. ๒๕/๓๐)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ความสั่งสมบุญ” หมายถึงการทำความดีอยู่เสมอ ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนความดีพอกพูนมากขึ้นและกลายเป็นนิสัย พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า การสั่งสมบุญเช่นนี้ย่อมนำความสุขมาให้ พุทธภาษิตนี้เป็นคู่ตรงข้ามกับพุทธภาษิตที่ว่า ความสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้ แสดงว่าสิ่งที่เราสั่งสมไว้ในชีวิตจะเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะมีความสุขหรือความทุกข์

ขยายความบทตั้งในพระธรรมบท พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ถ้าบุรุษพึงทำบุญ ก็ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น เพราะความสั่งสมบุญนำสุขมาให้ อีกแห่งหนึ่งตรัสว่า บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่าเล็กน้อยคงไม่มีผล เพราะหม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่หยดลงทีละหยด ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญทีละน้อย ๆ ก็ย่อมเต็มด้วยบุญได้ ความดีเล็ก ๆ ที่ทำสม่ำเสมอ จึงมีพลังมากกว่าความดีใหญ่ที่ทำเพียงครั้งคราว

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง และยศศักดิ์ ไม่อาจติดตามไปได้ มีเพียงบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งคุ้มครองสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” หมายถึงสิ่งที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความอบอุ่น และช่วยให้พ้นจากภัย ส่วน “โลกหน้า” หมายถึงภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดหลังจากสิ้นชีวิตในโลกนี้ พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กล่าวคือ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง หรือยศศักดิ์ใดติดตามไปได้ มีเพียงบุญและบาปที่ตนทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป และบุญเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองได้

อธิบายบทเชื่อม ๑ในโลกนี้ มนุษย์มีที่พึ่งหลายอย่าง เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ญาติมิตรเป็นที่พึ่งในยามลำบาก ทรัพย์สินเป็นที่พึ่งในการดำรงชีวิต แต่ที่พึ่งเหล่านี้มีขอบเขตจำกัด เมื่อถึงวาระที่ต้องจากโลกนี้ไป ที่พึ่งเหล่านี้ก็ติดตามไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาสอนว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ติดตามไปจึงมีเพียงกรรมที่ตนทำไว้ บุญที่ทำไว้ดีแล้วย่อมรับรองผู้ทำบุญนั้นไว้ในโลกหน้า เหมือนญาติทั้งหลายยินดีต้อนรับญาติที่รักซึ่งจากไปนานแล้วกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดี บุญจึงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในโลกหน้า

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง ผู้ที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน และหมั่นช่วยเหลือผู้อื่น แม้แต่ละวันจะทำเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านไปหลายปี ใจของเขาย่อมผ่องใส มีความสุข และเป็นที่รักของผู้คน นักเรียนที่ทบทวนบทเรียนวันละเล็กละน้อยทุกวัน ย่อมมีความรู้มั่นคงกว่าผู้ที่อ่านหนังสือหนักเพียงคืนก่อนสอบ การสั่งสมความดีก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาความสุขที่ยั่งยืนจึงควรหมั่นทำความดีทุกวัน ไม่เลือกว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่รอโอกาสพิเศษ เพราะความดีที่สั่งสมไว้จะเป็นรากฐานแห่งความสุขตลอดชีวิต สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

ข้อ ๔ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๓,๘๐๖ ตัวอักษร
โจทย์: ศีลเป็นเยี่ยมในโลก แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้ จำนวน ๓ สุภาษิตข้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้ สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตัังแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป สีลํ ยาว ชรา สาธุ. ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา คัมภีร์ที่มา : สังยุตต นิกาย สคาถวรรค สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย. ความสั่งสมขึ้นซึ่งบุญ นำสุขมาให้ คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท กมฺมุนา วตฺตตี โลโก. สัตวโลกย่อมเป็นไปตามกรรม คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท
สีลํ โลเก อนุตฺตรํ
ศีลเป็นเยี่ยมในโลก
(ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า เป็นถ้อยคำยกย่องความประเสริฐของศีล คำว่า “เป็นเยี่ยม” หมายถึงยอดเยี่ยมหรือไม่มีสิ่งอื่นยิ่งกว่า ในบริบทนี้มุ่งเน้นคุณค่าของความประพฤติดีงามว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรยกย่อง เพราะศีลช่วยให้บุคคลสำรวมกายและวาจา เว้นจากการเบียดเบียน และเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

ขยายความบทตั้งศีลมีคุณค่าต่อสังคมเพราะช่วยยับยั้งการกระทำที่ก่อความเดือดร้อน เมื่อผู้คนเว้นจากการฆ่าและทำร้ายกัน การลักขโมย การประพฤติผิดในกาม การกล่าวเท็จ และการดื่มสุราเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท ย่อมช่วยลดเหตุแห่งความขัดแย้งและความเสียหาย ทั้งยังเพิ่มความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน การรักษาศีลจึงมิใช่เรื่องส่วนตัวเท่านั้น แต่เป็นการรับผิดชอบต่อความสงบสุขของส่วนรวมด้วย

ขยายความบทตั้งนอกจากประโยชน์ในการอยู่ร่วมกันแล้ว ศีลยังเป็นพื้นฐานเกื้อหนุนการฝึกจิตและการเจริญปัญญา ผู้รักษาศีลย่อมมีเหตุให้ไม่เดือดร้อนใจเพราะการกระทำผิดของตน ความไม่เดือดร้อนใจนี้ช่วยให้จิตพร้อมต่อการฝึกสมาธิ และเมื่อจิตตั้งมั่น ก็เอื้อต่อการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบและตรงตามความเป็นจริง ทั้งนี้ ต้องอาศัยการศึกษา การฝึกฝน และการพิจารณาอย่างถูกต้องประกอบกัน ศีล สมาธิ และปัญญาจึงเป็นธรรมที่เกื้อหนุนกันในการพัฒนาชีวิต

ขยายความบทตั้งในสีลวีมังสนชาดกและอรรถกถา มีการกล่าวถึงงูพิษที่ได้รับคำยกย่องว่ามีศีล เพราะไม่กัดและไม่เบียดเบียนใคร เรื่องนี้นำลักษณะของการไม่เบียดเบียนมาแสดงให้เห็นคุณค่าของศีล แม้แต่สัตว์ที่คนหวาดกลัว เมื่อไม่ทำร้ายผู้อื่นก็ยังได้รับคำชื่นชม บุคคลจึงควรเห็นความสำคัญของการสำรวมความประพฤติ และไม่ใช้กำลังหรือความสามารถของตนไปก่อความเดือดร้อนแก่ใคร

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑เมื่อบุคคลรักษาศีลไว้อย่างมั่นคง แม้ถึงวัยแก่เฒ่าที่สิ่งอื่นเสื่อมถอยไป ศีลก็ยังคงเป็นคุณความดีที่ให้ประโยชน์และความสง่างามแก่ชีวิตอยู่ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “ศีล” หมายถึงความประพฤติที่ดีงาม การสำรวมกายและวาจาให้เรียบร้อย โดยเว้นจากการกระทำและคำพูดที่เป็นโทษ ส่วนคำว่า “ตราบเท่าชรา” หมายถึงจนกระทั่งถึงวัยแก่เฒ่า พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สีลํ ยาว ชรา สาธุ” แปลว่า “ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา” สอนให้เห็นว่า ศีลมีคุณค่าและเกื้อกูลชีวิตในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ การรักษาศีลก็เป็นสิ่งดีงามและก่อให้เกิดประโยชน์เสมอ

อธิบายบทเชื่อม ๑ในชราสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าถึงสิ่งที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จจนกระทั่งชรา พระองค์ตรัสตอบว่าคือศีล อรรถกถาอธิบายความข้อนี้โดยเปรียบเทียบกับเครื่องประดับภายนอก เพื่อชี้ให้เห็นว่า ศีลเป็นความงามที่เหมาะแก่บุคคลทุกวัย ทั้งวัยเด็ก วัยกลางคน และวัยชรา แม้ความงามและกำลังของร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่คุณค่าของความประพฤติดีมิได้ลดลงเพียงเพราะบุคคลมีอายุมากขึ้น ผู้ที่รักษาศีลจึงสามารถดำรงความดีงามของตนไว้ได้จนถึงวัยแก่เฒ่า

อธิบายบทเชื่อม ๑ประโยชน์ของศีลมิได้อยู่เพียงการได้รับความรักหรือคำยกย่องจากผู้อื่น แต่ยังอยู่ที่การไม่ก่อความเดือดร้อนจากการเบียดเบียน การทุจริต และการกล่าวเท็จ ผู้รักษาศีลย่อมมีเหตุให้สบายใจเมื่อระลึกถึงความประพฤติของตน อีกทั้งความซื่อสัตย์และการไม่เอาเปรียบกันยังช่วยสร้างความไว้วางใจในการอยู่ร่วมกัน การรักษาศีลอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการฝึกความประพฤติดีงามให้มั่นคงขึ้น และเกื้อกูลทั้งตนเองและสังคม

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน ชุมชนที่ผู้คนซื่อสัตย์ ไม่ลักขโมย และไม่ทำร้ายกัน ย่อมมีพื้นฐานที่ดีของความปลอดภัยและความน่าอยู่ คนทำงานที่ไม่ทุจริตและไม่หลอกลวงย่อมช่วยสร้างความเชื่อถือในการทำงานร่วมกัน ส่วนนักเรียนที่ไม่หยิบของเพื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่กล่าวเท็จ และไม่รังแกผู้อื่น ก็มีส่วนทำให้ห้องเรียนเป็นสถานที่ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คุณของศีลปรากฏได้ในการดำเนินชีวิตของคนทุกวัย

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตอย่างดีงามจึงควรรักษาศีลให้มั่นคง ควบคู่กับการพัฒนาจิตใจและปัญญา พร้อมทั้งชักชวนผู้อื่นให้เห็นประโยชน์ของการไม่เบียดเบียนด้วยคำพูดที่เหมาะสมและการเป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อแต่ละคนรับผิดชอบความประพฤติของตน ก็ย่อมมีส่วนเกื้อหนุนให้สังคมสงบสุข คุณประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวมนี้แสดงถึงความประเสริฐของศีล สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

สีลํ โลเก อนุตฺตรํ
ศีลเป็นเยี่ยมในโลก

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

ข้อ ๕ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๒,๖๓๔ ตัวอักษร
โจทย์: บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกเบื้องหน้า ........................................................... แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยอ้างสุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดให้ จำนวน ๓ สุภาษิตนี้ มาประกอบ ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเรียงเชื่อมความให้ ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบคำตอบ ตั้งแต่ ๒ หน่า(เว้นบรรทัด)ขึ้นไป ให้ เวลา ๓ ชั่วโมง ปาปานํ อกรณํ สุขํ การไม่ทำบาป นำสุขมาให้. ที่มาสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธัมมบท กมฺมุนา วตฺตตี โลโก. สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม. ที่มาสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธัมมบท ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ. บุญอันโจรนำไปไม่ได้. ที่มาสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ธัมมบท
ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่งของชีวิตไปถึงโลกหน้า
(สํ. ส. ๑๕/๒๖)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า คำว่า “ที่พึ่ง” หมายถึงสิ่งที่ให้ความคุ้มครอง ให้ความอบอุ่น และช่วยให้พ้นจากภัย ส่วน “โลกหน้า” หมายถึงภพภูมิที่สัตว์ไปเกิดหลังจากสิ้นชีวิตในโลกนี้ พุทธศาสนสุภาษิตนี้สอนว่า บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า กล่าวคือ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ไม่มีทรัพย์สิน ญาติพี่น้อง หรือยศศักดิ์ใดติดตามไปได้ มีเพียงบุญและบาปที่ตนทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป และบุญเป็นสิ่งเดียวที่จะคุ้มครองได้

ขยายความบทตั้งในโลกนี้ มนุษย์มีที่พึ่งหลายอย่าง เช่น พ่อแม่เป็นที่พึ่งของลูก ญาติมิตรเป็นที่พึ่งในยามลำบาก ทรัพย์สินเป็นที่พึ่งในการดำรงชีวิต แต่ที่พึ่งเหล่านี้มีขอบเขตจำกัด เมื่อถึงวาระที่ต้องจากโลกนี้ไป ที่พึ่งเหล่านี้ก็ติดตามไปไม่ได้ พระพุทธศาสนาสอนว่า สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม ทำกรรมใดไว้ ดีหรือชั่ว ย่อมเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว สิ่งที่ติดตามไปจึงมีเพียงกรรมที่ตนทำไว้ บุญที่ทำไว้ดีแล้วย่อมรับรองผู้ทำบุญนั้นไว้ในโลกหน้า เหมือนญาติทั้งหลายยินดีต้อนรับญาติที่รักซึ่งจากไปนานแล้วกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดี บุญจึงเป็นที่พึ่งที่แท้จริงในโลกหน้า

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑ทรัพย์ภายนอกอาจถูกลักขโมยหรือสูญหายไปได้ทุกเมื่อ แต่บุญคือความดีที่เกิดขึ้นในใจ เป็นทรัพย์ที่โจรไม่อาจลักไปได้ จึงเป็นสมบัติที่มั่นคงกว่า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์สํยุตฺตนิกาย สคาถวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า คำว่า “บุญ” หมายถึงความดีที่เกิดขึ้นในใจจากการให้ทาน การรักษาศีล การเจริญภาวนา และการทำความดีอื่น ๆ พุทธภาษิตบทนี้สอนว่า บุญเป็นทรัพย์ที่โจรนำไปไม่ได้ ต่างจากทรัพย์ภายนอก เช่น เงินทอง บ้าน รถ และเครื่องประดับ ซึ่งอาจถูกลักขโมย ถูกไฟไหม้ น้ำท่วม หรือสูญหายไปได้ทุกเมื่อ

อธิบายบทเชื่อม ๑ในพระสูตรที่มาของพุทธภาษิตบทนี้ มีคำถามว่า สิ่งใดดีตราบเท่าชรา สิ่งใดตั้งมั่นแล้วดี สิ่งใดเป็นรัตนะของนรชน และสิ่งใดโจรนำไปไม่ได้ คำตอบคือ ศีลดีตราบเท่าชรา ศรัทธาตั้งมั่นแล้วดี ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน และบุญโจรนำไปไม่ได้ เหตุที่โจรนำบุญไปไม่ได้ เพราะบุญไม่ได้อยู่ในตู้เซฟหรือในธนาคาร แต่อยู่ในใจของผู้ทำ ไม่มีใครล้วงเข้าไปขโมยได้ ไม่มีภัยธรรมชาติใดทำลายได้ และบุญนั้นยังติดตามผู้ทำไปทุกที่ แม้ข้ามภพข้ามชาติ

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตจริง คนที่เดินทางไปต่างแดนย่อมต้องเตรียมเสบียงและทุนรอนไว้ให้พร้อม ไม่เช่นนั้นจะลำบากเมื่อไปถึง การเดินทางสู่โลกหน้าก็เช่นกัน บุญคือเสบียงที่ต้องเตรียมไว้ ผู้ที่ใช้ชีวิตโดยประมาท ไม่เคยทำความดี เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางก็ย่อมไม่มีเสบียงติดตัว ส่วนผู้ที่ทำบุญไว้มาก ย่อมเดินทางด้วยความอุ่นใจ เหมือนคนที่มีญาติคอยต้อนรับอยู่ปลายทาง

สรุปสรุปความว่า ผู้ที่เข้าใจความจริงของชีวิตจึงไม่ควรประมาท ควรเตรียมที่พึ่งสำหรับโลกหน้าด้วยการทำบุญตั้งแต่ยังมีโอกาส ทั้งการให้ทาน การรักษาศีล และการฝึกจิตให้ผ่องใส สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่งของชีวิตไปถึงโลกหน้า

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ