ฝึกแต่งกระทู้ธรรม

เลือกพุทธศาสนสุภาษิตบทตั้ง ระบบจะเลือกบทเชื่อมและเรียบเรียงเป็นตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรมตามแบบสนามหลวง

เป็นตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลย — ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยภาษาของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

ฉบับทดลอง — คำอธิบายและสำนวนเชื่อมบางส่วนยังอยู่ระหว่างตรวจทาน อาจมีการปรับแก้
ภาษาของเรียงความ / Language : ไทย English Indonesia 中文 Deutsch Dansk हिन्दी 日本語 नेपाली
กระทู้ตั้งในข้อสอบสนามหลวงจริง (ในประเทศ) ที่ระบบมีคำอธิบายของบทนั้นแล้ว — เลือกเพื่อดูตัวอย่างการแต่ง · พิมพ์ชุดตัวอย่างทั้งชั้น (PDF)
พ.ศ.ชั้นกระทู้ตั้ง
๒๕๖๘ นักธรรมชั้นตรี อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ นักธรรมชั้นโท ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปหียติ โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา
ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ นักธรรมชั้นเอก น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ
บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่ ( แต่ ) เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะการกระทำ
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม สุขํ ยาว ชรา สีลํ
ศีลนำความสุขมาให้ตราบเท่าชีวิต
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม อตฺตนา โจทยตฺตานํ
จงเตือนตนด้วยตน
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม ททมาโน ปิโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา
เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อวายังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พนจากเมฆหมอก ฉะนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นโท อุดม อวณฺณญฺจ อกิตฺติญฺจ ทุสฺสีโล ลภเต นโร วณฺณํ กิตฺตึ ปสํสญฺจ สทา ลภติ สีลวา
คนทุศีล ย่อมได้รับความติเตียน และความเสียชื่อเสียง ส่วนผู้มีศีลย่อมได้รับชื่อเสียง และความยกย่องสรรเสริญทุกเมื่อ
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
มารดาเป็นมิตรในบ้านเรา
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้
แต่งกระทู้
๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ
คนไร้ปัญญา ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ นักธรรมชั้นเอก อจินฺติตมฺปิ ภวติ จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา
สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ ย่อมมีได้. สิ่งที่คิดไว้ ก็เสียหายได้, โภคะ ของสตรีหรือบุรุษที่สำเร็จได้ด้วยนึกเอาไม่มีเลย
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม สุกรํ สาธุนา สาธุ
คนดีทำดีได้ง่าย
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม ปุญฺญํ โจเรหิ ทูหรํ
โจรขโมยบุญใครไม่ได้
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม วิริเยน ทุกฺขมจฺเจติ
คนจะผ่านพ้นความทุกข์ลำบากได้เพราะความเพียร
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ อณุํ อคฺคึว สนฺธมํ
ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย เหมือนคนก่อนกองไฟขึ้น ฉะนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นโท อุดม ตเมว วาจํ ภาเสยฺย ยายตฺตานํ น ตาปเย ปเร จ น วิหึเสยฺย สา เว วาจา สุภาสิตา
บุคคลพึงเปล่งวาจาที่ไม่เป็นเหตุทำให้ตนเดือดร้อน ไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น วาจานั้นแล เป็นสุภาษิต
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม สติมา สุขเมธติ
คนมีสติ ย่อมมีความสุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม นิทฺทาสีลี สภาสีลี อนุฏฺฐาตา จ โย นโร อลโส โกธปญฺญาโณ ตํ ปราภวโต มุขํ
การที่เป็นคนติดนอน ชอบสังสรรค์ ไม่ขยัน เกียจคร้าน โกรธง่าย นั้น เป็นทางแห่งความเสื่อม
แต่งกระทู้
๒๕๖๗ ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ อายุ ขียติ มจฺจานํ กุนฺนทีนํว โอทกํ
วันคืนผ่านไป ชีวิตย่อมสิ้นไป อายุของสัตว์ย่อมหมดไป เหมือนสายน้ำลำธารเล็ก ๆ แห้งหายไป ฉะนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม ปาปานํ อกรณํ สุขํ
การไม่ทำบาปก็สุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
หมั่นขยันทำความดี ก่อเกิดความสุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม ขนฺติ หิตสุขาวหา
ความอดทนนำมาซึ่งประโยชน์สุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม อสนฺเต นูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคตึ
บัณฑิตไม่พึงคบอสัตบุรุษ พึงคบสัตบุรุษ เพราะอสัตบุรุษย่อม นำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมให้ถึงสุคติ
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหุนาปิ น หาปเย อตฺตทตฺถมภิญฺญาย สทตฺถปสุโต สิยา
บุคคลไม่ควรพล่าประโยชน์ของตน เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก รู้จักประโยชน์ของตนแล้ว พึงขวนขวายในประโยชน์ของตน
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นโท อุดม อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม ปาปญฺเจ ปุริโส กยิรา น นํ กยิรา ปุนปฺปุนํ น ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย
ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอ ใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา น หเนยฺย น ฆาตเย
สัตว์ทั้งปวง หวาดต่ออาญา ล้วนกลัวต่อความตาย ควรทำตน ให้เป็นอุปมาแล้ว ไม่ฆ่าเขาเอง ไม่พึงให้ผู้อื่นฆ่า ( ผู้อื่น )
แต่งกระทู้
๒๕๖๖ ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม สามคฺยเมว สิกฺเขถ พุทฺเธเหตํ ปสํสิตํ สามคฺยรโต ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสติ
พึงศึกษาความสามัคคี, ความสามัคคีนั้น ท่านผู้รู้ทั้งหลายสรรเสริญแล้ว, ผู้ยินดีในสามัคคี ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ นักธรรมชั้นตรี อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ นักธรรมชั้นโท สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ นักธรรมชั้นเอก โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา วิริยารมฺภญฺจ เขมโต อารทฺธวิริยา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี
ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย และเห็นการปรารภ ความเพียรเป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม ปาปานํ อกรณํ สุขํ
การไม่ทำบาปก็สุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม สีลํ โลเก อนุตฺตรํ
ศีลเป็นเยี่ยมในโลก
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม ททมาโน ปิโย โหติ
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ
ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้วฉันนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ
คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นโท อุดม ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ วุฏฺฐี สมติวิชฺฌติ เอวํ อภาวิตํ จิตฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ
ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด ราคะย่อมรั่วรดจิต ที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม อเทยฺเยสุ ททํ ทานํ เทยฺเยสุ นปฺปเวจฺฉติ อาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต สหายํ นาธิคจฺฉติ
ผู้ใดให้ทานในบุคคลที่ไม่ควรให้ ไม่ให้ในคนที่ควรให้. ผู้นั้น ถึงความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมไม่ได้สหาย
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ สุสํวิหิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส
ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงาน เรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ
แต่งกระทู้
๒๕๖๕ ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ อายุ ขียติ มจฺจานํ กุนฺนทีนํว โอทกํ
วันคืนผ่านไป ชีวิตย่อมสิ้นไป อายุของสัตว์ย่อมหมดไป เหมือนสายน้ำลำธารเล็ก ๆ แห้งหายไป ฉะนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๖๔ นักธรรมชั้นตรี ธมฺมจารี สุขํ เสติ
ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข
แต่งกระทู้
๒๕๖๔ นักธรรมชั้นโท อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
ถ้าสอนผู้อื่นฉันใด พึงทำตนฉันนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้ว ควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
แต่งกระทู้
๒๕๖๔ นักธรรมชั้นเอก วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา อวิวาทญฺจ เขมโต สมคฺคา สขิลา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี
ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด. นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ นักธรรมชั้นตรี ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ นักธรรมชั้นโท ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญิโน อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ อารา โส อาสวกฺขยา
คนที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่เพ่งโทษนั้น อาสวะก็เพิ่มพูน เขายังไกลจากความสิ้นอาสวะ
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ นักธรรมชั้นโท อคฺคทายี วรทายี เสฏฺฐทายี จ โย นโร ทีฆายุ ยสวา โหติ ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชติ
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในภพที่ตนเกิด
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ นักธรรมชั้นเอก ปรสฺส วา อตฺตโน วาปิ เหตุ น ภาสติ อลิกํ ภูริปญฺโญ โส ปูชิโต โหติ สภาย มชฺเฌ ปจฺฉาปิ โส สุคฺคติคามิ โหติ
ผู้มีภูมิปัญญา ย่อมไม่พูดพล่อย ๆ เพราะเหตุแห่งคนอื่นหรือตนเอง ผู้นั้นย่อมมีผู้บูชาในท่ามกลางชุมชน แม้ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม สติมโต สทา ภทฺทํ
คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินํ
บุญเป็นที่พึ่งของชีวิตไปถึงโลกหน้า
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา
เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภี ยสสฺสี สุขสีลวา ปิโย เทวมนุสฺสานํ มนาโป โหติ ขนฺติโก
ผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ ผู้มีขันติ เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต
บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม อนฺนโท พลโท โหติ วตฺถโท โหติ วณฺณโท ยานโท สุขโท โหติ ทีปโท โหติ จกฺขุโท
ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม โอวเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี
แต่งกระทู้
๒๕๖๓ ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถ กามนิปาตินํ จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ
ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไป ในอารมณ์ที่น่าใคร่, ( เพราะว่า ) จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้
แต่งกระทู้
๒๕๖๑ นักธรรมชั้นตรี สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรม ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
แต่งกระทู้
๒๕๖๑ นักธรรมชั้นโท อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้น ควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
แต่งกระทู้
๒๕๖๑ นักธรรมชั้นเอก อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ สุสํวิหิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส
ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงาน เรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ
แต่งกระทู้
๒๕๖๑ ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม ททมาโน ปิโย โหติ
ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก
แต่งกระทู้
๒๕๖๐ นักธรรมชั้นตรี สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ความดี อันคนชั่วทำยาก
แต่งกระทู้
๒๕๖๐ นักธรรมชั้นโท เอโกปิ สทฺโธ เมธาวี อสฺสทฺธานํ จ ญาตินํ ธมฺมฏฺโฐ สีลสมฺปนฺโน โหติ อตฺถาย พนฺธุนํ
ผู้มีศรัทธา มีปัญญา ตั้งในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล แม้คนเดียว ย่อมเป็นประโยชน์แก่ญาติและพวกพ้องผู้ไม่มีศรัทธา
แต่งกระทู้
๒๕๖๐ นักธรรมชั้นเอก ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต อุปสนฺโต สุขํ เสติ หิตฺวา ชยปราชยํ
ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์ คนละความชนะ และความแพ้ได้แล้ว สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุข
แต่งกระทู้
๒๕๕๙ นักธรรมชั้นตรี ผาตึ กยิรา อวิเหฐยํ ปรํ
ควรทำแต่ความเจริญ. อย่าเบียดเบียนเขา
แต่งกระทู้
๒๕๕๙ นักธรรมชั้นโท อจฺจยนฺติ อโหรตฺตา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ อายุ ขียติ มจฺจานํ กุนฺนทีนํว โอทกํ
วันคืนย่อมล่วงไป ชีวิตย่อมหมดเข้าไป อายุของสัตว์ย่อมสิ้นไป เหมือนน้ำแห่งแม่น้ำน้อย ๆ ฉะนั้น
แต่งกระทู้
๒๕๕๙ นักธรรมชั้นเอก อนฺนโท พลโท โหติ วตฺถโท โหติ วณฺณโท ยานโท สุขโท โหติ ทีปโท โหติ จกฺขุโท
ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ
แต่งกระทู้
๒๕๕๘ นักธรรมชั้นตรี สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี
ความพร้อมเพรียงของหมู่ ให้เกิดสุข
แต่งกระทู้
๒๕๕๘ นักธรรมชั้นโท อวณฺณญฺจ อกิตฺติญฺจ ทุสฺสีโล ลภเต นโร วณฺณํ กิตฺตึ ปสํสญฺจ สทา ลภติ สีลวา
คนผู้ทุศีล ย่อมได้รับความติเตียน และความเสียชื่อเสียง ส่วนผู้มีศีล ย่อมได้รับชื่อเสียง และความยกย่องสรรเสริญทุกเมื่อ
แต่งกระทู้
๒๕๕๘ นักธรรมชั้นเอก อุฏฺฐานวโต สตีมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ
เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญ แล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท
แต่งกระทู้
๒๔๙๒ นักธรรมชั้นตรี โกธสมฺมทสมฺมตฺโต อายสกฺยํ นิคจฺฉติ
ผู้เมามึนด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์
แต่งกระทู้
๒๔๙๒ นักธรรมชั้นโท ยา กาจิมา ทุคฺคติโย อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ อวิชฺชามูลกา สพฺพา อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา
ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและ โลภเป็นลำต้น
แต่งกระทู้
๒๔๙๒ นักธรรมชั้นเอก นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา
สิ่งที่รัก ( อื่น ) เสมอด้วยตนไม่มี, ทรัพย์ ( อื่น ) เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี, แสงสว่าง ( อื่น ) เสมอด้วยปัญญาไม่มี, ฝนแล เป็นสระอย่างยิ่ง
แต่งกระทู้
๒๔๘๑ นักธรรมชั้นตรี อตฺตานํ นาติวตฺเตยฺย
บุคคลไม่ควรลืมตน
แต่งกระทู้
สุภาษิตที่สนามหลวงกำหนดให้ในข้อสอบนี้ (๘ บท)
ชั้นนี้เชื่อม ๓ บท · ลำดับที่กดเลือก = ลำดับในเรียงความ · ครบแล้วต้องเอาบทเดิมออกก่อนจึงเลือกบทอื่นได้ · เลือกครบแล้วระบบแต่งใหม่ทันที
ตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิตที่ผ่านการตรวจทาน ใช้ดูแนวการวางโครงเรื่องและการเชื่อมความ ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง ผู้สอบควรฝึกเขียนด้วยสำนวนของตนเอง
ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๗ · ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม ธรรมศึกษาชั้นเอก ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป · บทเชื่อม ๓ บท · ประมาณ ๖,๗๒๙ ตัวอักษร (ราว ๗ หน้ากระดาษเขียน)
สุ่มสำนวนเชื่อม
อจฺจยนฺติ อโหรตฺตาชีวิตํ อุปรุชฺฌติ
อายุ ขียติ มจฺจานํกุนฺนทีนํว โอทกํ
วันคืนผ่านไป ชีวิตย่อมสิ้นไป อายุของสัตว์ย่อมหมดไป เหมือนสายน้ำลำธารเล็ก ๆ แห้งหายไป ฉะนั้น
(สํ. ส. ๑๕/๑๕๙)

อารัมภบทบัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติสืบต่อไป

อธิบายบทตั้งอธิบายความว่า สุภาษิตนี้ชี้ให้เห็นว่า ชีวิตมิได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่สึกหรอลงไปทุกขณะที่วันและคืนผ่านไป คำว่า “มัจจะ” หรือ “สัตว์” ในที่นี้หมายถึงผู้ที่ต้องตายเป็นธรรมดา ส่วน “แม่น้ำน้อย ๆ” หมายถึงลำธารหรือแม่น้ำสายเล็กที่มีน้ำไม่มาก เมื่อไม่มีน้ำใหม่ไหลมาเติม ย่อมงวดลงจนแห้งได้โดยเร็ว อายุของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น ไม่มีวันเพิ่มขึ้น มีแต่ลดลงทุกวัน

ขยายความบทตั้งคาถานี้มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ตามเรื่องว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงสอนภิกษุทั้งหลายให้เห็นว่าอายุของมนุษย์มีน้อย มารผู้มีบาปได้เข้ามากล่าวคาถาแย้งว่า วันคืนมิได้ล่วงไป ชีวิตมิได้หมดไป เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความประมาท พระองค์จึงตรัสคาถานี้ตอบ ยืนยันความจริงตรงกันข้าม คำสอนนี้จึงเป็นการชี้ให้เห็นว่า ความคิดว่า “ยังมีเวลาอีกมาก” เป็นความคิดที่ชักนำไปสู่ความประมาท

ขยายความบทตั้งผู้ศึกษาชั้นโทพึงโยงสุภาษิตนี้กับมรณัสสติ คือการระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์ และกับไตรลักษณ์ในส่วนอนิจจัง ความไม่เที่ยง การพิจารณาว่าอายุสิ้นไปทุกวันมิได้มุ่งให้หดหู่หรือหวาดกลัว แต่มุ่งให้เกิดสังเวช คือความรู้สึกตื่นตัวอันเป็นกุศล แล้วเร่งทำความเพียร ในระดับโลกิยะ ผู้ศึกษาทั่วไปนำมาใช้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า ส่วนในระดับสูงขึ้นไป การเห็นความเสื่อมสิ้นของชีวิตย่อมเป็นบาทแห่งการคลายความยึดมั่นในขันธ์ ๕

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑สัตว์มีชีวิตทั้งปวงย่อมถูกความแก่และความตายพัดพาไป โดยไม่อาจต้านทานได้ เหมือนต้นไม้ริมตลิ่งที่ถูกห้วงน้ำหลากพัดไปฉะนั้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ชาตก มหานิปาต ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๑อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้เปรียบความแก่และความตายกับห้วงน้ำหลากที่ไหลแรงจนเต็มฝั่ง ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ริมตลิ่งย่อมถูกกระแสน้ำเซาะรากและพัดพาไปได้โดยง่าย คำว่า “ห้วงน้ำ” หมายถึงกระแสน้ำใหญ่ ส่วน “ต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่ง” หมายถึงต้นไม้ที่ตั้งอยู่ในที่ล่อแหลม รากยึดดินได้ไม่มั่นคง สัตว์ทั้งหลายก็เหมือนต้นไม้ริมฝั่งนั้น ตั้งอยู่ในที่ที่พร้อมจะถูกกระแสแห่งชราและมรณะพัดไปได้ทุกเมื่อ

อธิบายบทเชื่อม ๑คาถานี้มาในชาดก หมวดมหานิบาต เนื้อความในบทแสดงความจริงของชีวิตผ่านภาพธรรมชาติที่คนในสมัยนั้นคุ้นเคย คือแม่น้ำในฤดูน้ำหลาก ซึ่งมีกำลังมากจนสิ่งที่ตั้งอยู่ริมตลิ่งไม่อาจต้านทานได้ อุปมานี้ชี้ว่า ความแก่และความตายมิได้มาอย่างช้า ๆ ให้เราเตรียมตัวได้เสมอไป บางครั้งมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว และไม่มีสัตว์ใดยืนต้านกระแสนั้นได้ด้วยกำลังของตน

อธิบายบทเชื่อม ๑ผู้ศึกษาพึงสังเกตว่า สุภาษิตใช้คำว่า “สัตว์มีชีวิตทั้งปวง” แสดงว่ากฎนี้ครอบคลุมทุกชีวิตโดยไม่เลือก ผู้ศึกษาชั้นโทพึงโยงกับโอฆะ ๔ คือห้วงน้ำที่ท่วมทับสัตว์ ได้แก่ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา ซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ต้องเวียนเกิด แก่ และตายอยู่ร่ำไป อย่างไรก็ตาม คาถานี้กล่าวถึงชราและมรณะโดยตรง จึงไม่พึงตีความเกินตัวบท แต่อาจนำหลักเรื่องโอฆะมาช่วยให้เห็นว่า การข้ามพ้นกระแสแห่งชรามรณะโดยสิ้นเชิงเป็นเรื่องของการดับกิเลส ส่วนผู้ศึกษาทั่วไปนำมาใช้เป็นเครื่องเตือนให้ไม่ประมาทและหาที่พึ่งทางใจไว้

ประโยคสะพาน + ที่มา ๒เมื่อบุคคลพิจารณาเห็นว่าชีวิตถูกความแก่และความตายต้อนไปโดยไม่อาจหยุดยั้ง ย่อมไม่ประมาท และใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำสิ่งที่มีคุณค่าแก่ชีวิต สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ขุทฺทกนิกาย ธมฺมปทคาถา ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๒อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้ใช้ภาพของคนเลี้ยงโคที่ถือไม้พลองต้อนฝูงโคไปยังทุ่งหญ้า เปรียบกับความแก่และความตายที่ต้อนอายุของสัตว์ทั้งหลายให้เคลื่อนไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา คำว่า “พลอง” หมายถึงไม้ท่อนยาวสำหรับต้อนสัตว์ ส่วน “อายุ” หมายถึงความเป็นไปแห่งชีวิต ฝูงโคไม่อาจหยุดอยู่กับที่ได้เมื่อถูกต้อนฉันใด ชีวิตของสัตว์ก็ถูกความแก่และความตายผลักดันไปโดยไม่อาจขัดขืนได้ฉันนั้น

อธิบายบทเชื่อม ๒คาถานี้มาในธรรมบท ทัณฑวรรค อรรถกถาเล่าว่า นางวิสาขามหาอุบาสิกาได้ถามหญิงหลายวัยที่มารักษาอุโบสถว่า รักษาเพื่ออะไร ผู้สูงวัยตอบว่าเพื่อสมบัติในสวรรค์ ผู้อยู่ในวัยกลางคนตอบเพื่อพ้นจากความเดือดร้อนในครอบครัว ส่วนผู้ยังเยาว์ก็ตอบตามความปรารถนาทางโลกของตน นางวิสาขาจึงนำความกราบทูลพระพุทธองค์ พระองค์ตรัสว่า สัตว์ทั้งหลายถูกชาติ ชรา พยาธิ และมรณะต้อนไปอยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่ปรารถนาความพ้นทุกข์ แล้วทรงแสดงคาถานี้

อธิบายบทเชื่อม ๒ผู้ศึกษาพึงสังเกตว่า อุปมานี้แสดงทั้งความไม่อาจหยุดยั้งและความไม่มีอิสระ ชีวิตถูกต้อนไปทีละวัน จากวัยเด็กสู่วัยหนุ่มสาว สู่วัยชรา และสู่ความตาย โดยที่เจ้าของชีวิตมิได้เป็นผู้กำหนด ผู้ศึกษาชั้นโทพึงโยงกับทุกขอริยสัจที่ว่า ชาติ ชรา มรณะ เป็นทุกข์ และกับอนัตตา คือความไม่อยู่ในอำนาจบังคับ ข้อคิดจากเรื่องในอรรถกถาคือ แม้การทำบุญรักษาศีลเพื่อผลทางโลกจะเป็นกุศล แต่ผู้มีปัญญาพึงตั้งจุดมุ่งหมายให้สูงขึ้นเป็นลำดับ จนถึงความพ้นจากการถูกต้อนไปเช่นนี้

ประโยคสะพาน + ที่มา ๓ความตายเป็นธรรมดาที่ไม่เลือกบุคคล ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ คนเขลาหรือคนฉลาด ล้วนต้องตกอยู่ในอำนาจของความตายและมีความตายเป็นที่ไปในที่สุด สมดังนัยแห่งพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในคัมภีร์ทีฆนิกาย มหาวคฺค ว่า

อธิบายบทเชื่อม ๓อธิบายความว่า พุทธภาษิตบทนี้แสดงความจริงว่า ความตายเป็นธรรมดาที่ไม่เลือกบุคคล ไม่ว่าจะมีวัยเท่าใด มีความรู้หรือปัญญามากน้อยเพียงใด ทุกคนล้วนต้องตกอยู่ใต้อำนาจของความตาย คำว่า “มีความตายเป็นเบื้องหน้า” หมายถึงมีความตายเป็นที่ไปในที่สุด เหมือนทางที่ทุกคนกำลังเดินไปสู่ปลายทางเดียวกัน แม้ในระหว่างทางจะแตกต่างกันด้วยวัย ฐานะ และความสามารถ

อธิบายบทเชื่อม ๓คาถาทำนองนี้ปรากฏทั้งในมหาปรินิพพานสูตร และในสัลลสูตรแห่งสุตตนิบาต สัลลสูตรเป็นพระสูตรที่แสดงว่าชีวิตของสัตว์ทั้งหลายสั้นและเจือด้วยทุกข์ ผู้ที่ร่ำไห้คร่ำครวญถึงผู้ล่วงลับไม่อาจทำให้ผู้นั้นกลับคืนมาได้ ผู้มีปัญญาพึงถอนลูกศรคือความโศกออกจากใจ คาถานี้จึงมิได้กล่าวถึงความตายเพื่อให้เศร้า แต่เพื่อให้เห็นความจริงอย่างเสมอหน้ากันว่า ไม่มีผู้ใดได้รับการยกเว้น

อธิบายบทเชื่อม ๓การที่สุภาษิตยกคู่ “เด็กกับผู้ใหญ่” และ “คนเขลากับคนฉลาด” ขึ้นมา มุ่งแสดงว่าสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าจะช่วยให้พ้นจากความตายได้ เช่นความเป็นหนุ่มสาวหรือความรอบรู้ ก็ไม่อาจช่วยได้เลย ผู้ศึกษาชั้นโทพึงโยงกับอภิณหปัจจเวกขณ์ ๕ ข้อที่ว่า “เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้” ข้อที่พึงระวังคือ การเห็นว่าทุกคนต้องตายเหมือนกัน มิได้หมายความว่าการทำดีหรือทำชั่วไม่ต่างกัน แท้จริงแล้วความตายเสมอกัน แต่กรรมที่แต่ละคนทำไว้ย่อมต่างกัน ปัญญาที่แท้จึงอยู่ที่การใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดี

ตัวอย่างในชีวิตในชีวิตประจำวัน สามเณรที่คิดว่ายังมีเวลาเรียนบาลีอีกหลายปี จึงผัดการท่องจำไว้ก่อน เมื่อถึงคราวสอบก็พบว่าเวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด พระภิกษุที่ตั้งใจว่าจะเจริญภาวนาจริงจังเมื่อพรรษามากขึ้น อาจพบว่าสังขารร่างกายไม่อำนวยเหมือนเมื่อยังหนุ่ม คนทำงานที่ตั้งใจว่าจะหาเวลาอยู่กับพ่อแม่เมื่อหมดภาระ ก็อาจพบว่าท่านชราลงมากแล้ว ตัวอย่างเหล่านี้แสดงว่าเวลาที่ล่วงไปแล้วย่อมไม่หวนกลับมา

สรุปสรุปความว่า เราจึงควรพิจารณาเป็นประจำว่า วันคืนล่วงไป ๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่ แล้วจัดเวลาให้แก่สิ่งที่มีคุณค่า คือการศึกษา การทำหน้าที่ การดูแลผู้มีพระคุณ และการฝึกจิตของตน ไม่ปล่อยให้วันหนึ่ง ๆ ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ การไม่ประมาทในเวลาย่อมทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีสาระ แม้อายุจะสั้นลงทุกวันก็ตาม สมดังธรรมภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

อจฺจยนฺติ อโหรตฺตาชีวิตํ อุปรุชฺฌติ
อายุ ขียติ มจฺจานํกุนฺนทีนํว โอทกํ
วันคืนผ่านไป ชีวิตย่อมสิ้นไป อายุของสัตว์ย่อมหมดไป เหมือนสายน้ำลำธารเล็ก ๆ แห้งหายไป ฉะนั้น

ปิดท้ายมีนัยดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้ ฯ

พุทธศาสนสุภาษิต แบบฝึกท่องจำ หน้าหลัก