ชุดตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรม (ข้อสอบสนามหลวงปีเก่า) กลับหน้าฝึกแต่งกระทู้
ชั้น: นักธรรมชั้นโท ๒ธรรมศึกษาชั้นตรี ประถม ๕ธรรมศึกษาชั้นตรี มัธยม ๕ธรรมศึกษาชั้นตรี อุดม ๑ธรรมศึกษาชั้นโท ประถม ๔ธรรมศึกษาชั้นโท มัธยม ๓ธรรมศึกษาชั้นเอก ประถม ๑ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม ๑ธรรมศึกษาชั้นเอก อุดม ๑
ภาษา: ไทย EnglishIndonesia中文DeutschDanskहिन्दी日本語नेपाली
ซ่อนป้ายโครงสร้าง ในหน้าต่างพิมพ์ ให้เลือกปลายทาง "บันทึกเป็น PDF" และเปิด "กราฟิกพื้นหลัง" เพื่อให้เห็นแถบสี
ตัวอย่างสำหรับฝึกหัด ไม่ใช่เฉลยของสนามหลวง

ตัวอย่างเรียงความแก้กระทู้ธรรม

ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม

จากข้อสอบสนามหลวงปีเก่า ๑ ข้อ · ภาษาเนปาล
ข้อพ.ศ.กระทู้ตั้งบทเชื่อม
๑๒๕๖๘ ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ๑

วิธีใช้: อ่านกระทู้ตั้งแล้วลองวางโครงเรื่องด้วยตนเองก่อน จึงเปิดดูตัวอย่าง สังเกตลำดับ: บทตั้ง → อารัมภบท → อธิบายบทตั้ง → ขยายความ → ประโยคสะพานและบทเชื่อม (บอกคัมภีร์ที่มา) → อธิบายบทเชื่อม → ตัวอย่างในชีวิต → สรุปพร้อมยกบทตั้ง → ปิดท้าย

ประโยคสะพานบทเชื่อมและคำอธิบายตัวอย่างในชีวิตสรุปและปิดท้าย

ตัวอย่างเรียบเรียงโดยระบบจากคำอธิบายพุทธศาสนสุภาษิต บทเชื่อมเลือกจากสุภาษิตที่โจทย์กำหนดให้ (ธรรมศึกษา) หรือจากสุภาษิตในหนังสือของชั้นนั้นที่เนื้อความเข้ากัน (นักธรรม) ผู้สอบควรเรียบเรียงด้วยสำนวนของตนเอง และจำบาลีกับคัมภีร์ที่มาให้ถูกต้อง

พิมพ์จากระบบสนับสนุนการออกข้อสอบ · 01/10/2569

ข้อ ๑ · ข้อสอบสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๖๘ ธรรมศึกษาชั้นเอก มัธยม · บทเชื่อม ๑ บท (เลือกจากที่โจทย์กำหนด) · ประมาณ ๔๘๓ คำ
โจทย์: ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้ แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้. แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรม กำหนดมาให้จำนวน ๖ สุภาษิตข้างล่างนี้มาประกอบอ้างอิง ๓ สุภาษิต ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้ สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง ในชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในกระดาษใบตอบตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี|ปญฺยา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี ปญฺญาสหิโต นโร อิธ|อิป ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ. ปัญญาเป็นเครืองวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครือง เพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ ก็หาความสุขได้. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.) มตฺตาสุขปริฺจาคา |ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ จเช มตฺตาสุขํ ธีโร|สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ. ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.) โย จ วสฺสสตํ ชีเว|ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย|ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน. ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า. คัมภีร์์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.) ปรฺทุกฺขูปธาเนน|โย อตฺตโน สุขมิจฺฉติ เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ|เวรา โส น ปริมุจฺจติ. ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น ผู้นั้นชื่อว่า พัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.) ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห|ยถา สีเท มหณฺณเว เอวํ กุสีตมาคมฺม|สาธุชีวีปิ สีทติ. คนเกาะไม้ฟืนเล็กๆ พึงจมลงในทะเลฉันใด คนมั่งมี อาศัยความเกียจคร้านก็ล่มจมฉันนั้น. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย เถรคาถา (ขุ. เถร.) อสาเร สารมติโน|สาเร จาสารทสฺสิโน เต สารํ นาธิคจฺฉนฺติ|มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา. ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่ เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ. คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท (ขุ. ธ.)
Jīvatevāpi sappaññoApi vittaparikkhayā
Paññāya ca alābhenaVittavāpi na jīvati
धन सकिए पनि प्रज्ञावान् बाँच्न सक्छ; तर प्रज्ञा नभएमा धनी भए पनि बाँच्न सक्दैन।
(खुद्दकनिकाय, थेरगाथा 26/350)

อารัมภบทअब अध्ययन र अभ्यासको मार्गदर्शनका लागि माथि उल्लेख गरिएको धम्म-विषयको अर्थलाई विस्तारपूर्वक व्याख्या गरिनेछ।

อธิบายบทตั้งव्याख्या यस प्रकार छ: यो सूक्तिले प्रज्ञा र धनको मूल्य तुलना गर्छ र देखाउँछ कि प्रज्ञा बढी स्थिर छ, किनकि त्यही नै धन कमाउने, त्यसको रक्षा गर्ने र हरेक अवस्थामा राम्ररी बाँच्ने साधन हो।

ขยายความบทตั้งप्रज्ञावान् धन सकिए पनि बाँच्न सक्छ, किनकि उसलाई उपाय निकाल्न, अनुकूल हुन, फेरि सुरु गर्न आउँछ, र आफ्नो ज्ञान र क्षमताले फेरि आम्दानी गर्न सक्छ। प्रज्ञाविहीन व्यक्ति, जति नै धनी भए पनि, सायद मूल्य नबुझी खर्च गरिदिन्छ, सजिलै ठगिन्छ, वा गलत लगानी गरेर सबै गुमाउँछ, र सबै गएपछि अब कसरी बाँच्ने भन्ने थाहा पाउँदैन। "बाँच्न सक्दैन" को अर्थ यहाँ सुरक्षित र गुणस्तरीय जीवन जिउन नसक्नु हो।

ขยายความบทตั้งयो सूक्तिले धन महत्त्वहीन छ भनी सिकाउँदैन। धनले जीवन सहज बनाउन र धेरै भलाइ गर्न सहयोग गर्छ। तर धन बाहिरी कुरा हो र धेरै कारणले गुम्न सक्छ, जबकि प्रज्ञा भित्री कुरा हो र सधैं हामीसँगै रहन्छ। आफ्नो प्रज्ञाको विकासमा लगानी गर्नेले मानौं आफ्नो जीवनका लागि बलियो सुरक्षा निर्माण गर्छ।

ประโยคสะพาน + ที่มา ๑जीवनको मूल्य उमेरको लम्बाइमा हुँदैन। प्रज्ञावान् ध्यानी एक दिन मात्र बाँचे पनि सय वर्ष बाँच्ने मन्दबुद्धि मानिसभन्दा श्रेष्ठ हुन्छ। यो खुद्दकनिकाय-धम्मपदमा आएको बुद्धवचनअनुरूप छ:

อธิบายบทเชื่อม ๑व्याख्या यस प्रकार छ: यो सूक्तिले सिकाउँछ कि जीवनको मूल्य आयुको लम्बाइले होइन, बरु जीवनको गुणस्तरले, अर्थात् प्रज्ञा र स्थिर मनले नापिन्छ।

อธิบายบทเชื่อม ๑"अस्थिर मन" भन्नाले छरिएको, भावनाअनुसार डगमगाउने र समाधि नभएको मनलाई जनाउँछ, जबकि "ध्यानपूर्वक चिन्तन" भन्नाले शान्त र स्थिर मनले वस्तुहरूलाई यथार्थ रूपमा देख्ने गरी विचार गर्नुलाई जनाउँछ। प्रज्ञाविना र छरिएको मनले सय वर्ष बाँच्नेले सायद पूरै जीवन मोह र दुःखमा, जीवन नबुझी बिताउँछ, जबकि जीवनको सत्य देखेको प्रज्ञावान्ले एक दिनमै पनि बढी मूल्यवान् कुरा पाइसकेको हुन्छ।

อธิบายบทเชื่อม ๑यो भनाइ प्रज्ञा र समाधिको मूल्यमा जोड दिन गरिएको तुलना हो; यसको अर्थ लामो जीवन मूल्यहीन छ भन्ने होइन, न त यसले छोटो जीवनको कामनालाई प्रोत्साहन दिन्छ। बरु यो सूक्ति बुझ्नेले जीवित रहेको हरेक दिनलाई प्रज्ञाको विकास र मनको प्रशिक्षणको बहुमूल्य अवसर ठान्छ, र त्यसैले त्यसलाई खेर जान दिँदैन।

ตัวอย่างในชีวิตदैनिक जीवनमा, प्राकृतिक प्रकोपमा सम्पत्ति गुमाउने तर व्यावसायिक ज्ञान भएका र योजना बनाउन जान्ने मानिसहरू प्रायः छिट्टै फेरि उठ्छन्। जबकि ठूलो सम्पत्ति पैतृक रूपमा पाउने तर त्यसको व्यवस्थापन नजान्नेले केही वर्षमै त्यो उडाउन सक्छ। लगनशील भएर पढ्ने विद्यार्थीको परिवार धनी नभए पनि उसलाई आफ्नो ज्ञान र क्षमताले राम्रो भविष्य बनाउने अवसर हुन्छ।

สรุปनिष्कर्षमा: सुरक्षित जीवन चाहनेले धन मात्र जम्मा गर्नुको सट्टा प्रज्ञाको विकासमा बढी लगानी गर्नुपर्छ, र त्यही प्रज्ञाले न्यायपूर्वक धन कमाउनु र त्यसको रक्षा गर्नुपर्छ। यो आरम्भमा विषयका रूपमा उद्धृत गरिएको धम्म-वचनअनुरूप छ:

Jīvatevāpi sappaññoApi vittaparikkhayā
Paññāya ca alābhenaVittavāpi na jīvati
धन सकिए पनि प्रज्ञावान् बाँच्न सक्छ; तर प्रज्ञा नभएमा धनी भए पनि बाँच्न सक्दैन।

ปิดท้ายयसरी माथि वर्णन गरिएअनुसार यसको आशय स्पष्ट गरियो।