สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | ได้ยินว่าตนแล ฝึกได้ยาก. |
|---|---|
| English | Indeed, it is said, the self is hard to tame. |
| Indonesia | Sungguh, dikatakan, diri sendiri sulit dijinakkan. |
| 中文 | 据说,自己实难调御。 |
| Deutsch | Wahrlich, so heißt es, das Selbst ist schwer zu zähmen. |
| Dansk | Sandelig, siges det, selvet er svært at tæmme. |
| हिन्दी | कहते हैं, अपने आप को वश में करना कठिन है। |
| 日本語 | 聞くところによれば、自己は調え難い。 |
| नेपाली | भनिन्छ, आफूलाई वशमा राख्नु गाह्रो छ। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม” แปลว่า “ได้ยินว่าตนแล ฝึกได้ยาก” สุภาษิตนี้ชี้ความจริงว่า ในบรรดาสิ่งที่ต้องฝึกทั้งหลาย การฝึกตนเองเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง เพราะกิเลสในใจมักหาเหตุผลมาเข้าข้างตนเสมอ เราเห็นความผิดของผู้อื่นได้ง่าย แต่เห็นความผิดของตนได้ยาก คำว่า “กิร” แปลว่า “ได้ยินว่า” ใช้แสดงว่าข้อความนี้เป็นสิ่งที่ได้ฟังได้รู้กันมา ส่วนคำว่า “ทุทฺทโม” แปลว่า ฝึกได้ยาก หมายถึงการอบรมกาย วาจา ใจ ให้สำรวม ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของกิเลส ย่อมทำได้ยาก
สุภาษิตนี้เป็นท่อนท้ายของพระคาถาในธรรมบท หมวดอัตตวรรค ซึ่งมีใจความเต็มว่า ถ้าบุคคลพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็พึงทำตนฉันนั้น ผู้ฝึกตนดีแล้วจึงควรฝึกผู้อื่น เพราะได้ยินว่าตนแลฝึกได้ยาก และในพระคาถาก่อนหน้านั้นก็ตรัสว่า บุคคลพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน แล้วจึงพร่ำสอนผู้อื่นภายหลัง บัณฑิตจึงจะไม่มัวหมอง พระคาถาเหล่านี้เตือนผู้เป็นครูอาจารย์หรือผู้ที่ต้องแนะนำผู้อื่นว่า ควรฝึกตนให้ประพฤติตามที่สอนเสียก่อน เพราะการพูดสอนนั้นง่าย แต่การทำให้ได้อย่างที่สอนนั้นยาก
ที่ว่าตนฝึกได้ยาก มิได้หมายความว่าฝึกไม่ได้ พระพุทธศาสนาถือว่ามนุษย์เป็นผู้ที่ฝึกได้ และตรัสยกย่องว่า ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐในหมู่มนุษย์ สุภาษิตนี้จึงมุ่งให้เห็นว่า การฝึกตนต้องอาศัยความเพียรและความอดทนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วสำเร็จ การฝึกตนตามหลักพระพุทธศาสนาคือการฝึกตามไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา เริ่มจากการสำรวมกายวาจา การฝึกใจให้ตั้งมั่น จนถึงการใช้ปัญญาละกิเลส ซึ่งจะบริบูรณ์จริงในระดับโลกุตตระ ผู้ศึกษาทั่วไปจึงควรรู้ความยากนี้ไว้เพื่อไม่ประมาท และไม่ท้อใจเมื่อยังทำได้ไม่สมบูรณ์
ในชีวิตประจำวัน พระภิกษุที่ทำหน้าที่สอนนักธรรมแก่สามเณร หากสอนเรื่องความตรงต่อเวลา ก็ควรมาสอนให้ตรงเวลาด้วย สามเณรที่เตือนเพื่อนเรื่องการรักษาความสะอาดกุฏิ ก็ควรดูแลที่อยู่ของตนให้เรียบร้อยก่อน พ่อแม่ที่สอนลูกไม่ให้พูดจาหยาบคาย ก็ต้องระวังวาจาของตนในบ้าน หัวหน้างานที่ต้องการให้ผู้ร่วมงานซื่อสัตย์ ก็ต้องเป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์เสียเอง ตัวอย่างเหล่านี้ล้วนแสดงว่า การฝึกตนต้องมาก่อนการสอนผู้อื่นเสมอ
เราจึงควรยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองยังมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข หมั่นพิจารณาตนก่อนตำหนิผู้อื่น รับฟังคำตักเตือนจากครูอาจารย์และกัลยาณมิตรด้วยใจเปิดกว้าง แล้วตั้งใจฝึกตนทีละเล็กทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรู้ว่าสิ่งนี้ยาก ก็ยิ่งต้องไม่ประมาท และเพิ่มความเพียรให้สมกับความยากนั้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ได้ยินว่าตนแล ฝึกได้ยาก”