สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | ตนแล เป็นที่พึ่งของตน. |
|---|---|
| English | Oneself indeed is one’s own refuge. |
| Indonesia | Diri sendirilah pelindung bagi diri sendiri. |
| 中文 | 自己实为自己的依怙。 |
| Deutsch | Man selbst ist die eigene Zuflucht. |
| Dansk | Selvet er ens eget tilflugtssted. |
| हिन्दी | अपना आप ही अपना सहारा है। |
| 日本語 | 自己こそ自己の拠り所である。 |
| नेपाली | आफू नै आफ्नो सहारा हो। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ” แปลว่า “ตนแล เป็นที่พึ่งของตน” คำว่า “นาโถ” หรือ นาถ แปลว่า ที่พึ่ง สุภาษิตนี้สอนว่า ความพ้นทุกข์และความเจริญในชีวิตต้องอาศัยการกระทำของตนเองเป็นหลัก ผู้อื่นช่วยได้เพียงบางส่วน แต่ไม่อาจทำความดีแทนเราได้ คำว่า “ตน” ในที่นี้ใช้ตามภาษาสมมุติ หมายถึงบุคคลผู้นั้นเอง มิได้ขัดกับหลักอนัตตา เพราะมุ่งสอนเรื่องความรับผิดชอบในการกระทำของตน
สุภาษิตนี้มาในพระคาถาธรรมบทสองแห่ง แห่งหนึ่งในอัตตวรรค มีใจความเต็มว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน บุคคลอื่นใครเล่าพึงเป็นที่พึ่งได้ เพราะบุคคลมีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ที่พึ่งที่ได้โดยยากนี้ อรรถกถาอธิบายว่าหมายถึงพระอรหัต อีกแห่งหนึ่งในภิกขุวรรค ตรัสว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน ตนแลเป็นคติของตน เพราะฉะนั้น จงสงวนตนให้ดี เหมือนพ่อค้าม้าสงวนม้าดี พระคาถาทั้งสองจึงเน้นว่า ที่พึ่งอันแท้จริงเกิดจากการฝึกตนให้ดี
อย่างไรก็ตาม สุภาษิตนี้มิได้สอนให้ปฏิเสธความช่วยเหลือของผู้อื่น หรือให้ถือตนว่าไม่ต้องพึ่งครูอาจารย์ พระพุทธองค์ตรัสว่า ตถาคตเป็นแต่ผู้บอกทาง ความเพียรเป็นกิจที่ทุกคนต้องทำเอง และในนวโกวาทได้แสดงนาถกรณธรรม ๑๐ (ธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้) ได้แก่ ศีล พาหุสัจจะ กัลยาณมิตตตา โสวจัสสตา กิงกรณีเยสุ ทักขตา ธัมมกามตา วิริยะ สันโดษ สติ และปัญญา จะเห็นว่าการมีกัลยาณมิตรและการเป็นผู้ว่าง่ายก็เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นที่พึ่งของตน ในระดับโลกิยะ ผู้พึ่งตนได้คือผู้มีความรู้ ความประพฤติ และความขยัน ส่วนในระดับสูงสุด คือผู้ที่ฝึกตนจนพ้นจากกิเลสทั้งปวง
ในชีวิตประจำวัน สามเณรที่ตั้งใจท่องจำและทบทวนบทเรียนด้วยตนเอง แม้ครูจะสอนให้เพียงในห้องเรียน ก็ย่อมสอบผ่านได้ด้วยความเพียรของตน พระภิกษุที่รักษาศีลและทำกิจวัตรสม่ำเสมอ ย่อมเป็นที่พึ่งของตนและเป็นที่เคารพของหมู่คณะ นักเรียนที่รับผิดชอบการบ้านโดยไม่รอให้ผู้ปกครองทำแทน คนทำงานที่ฝึกฝนความรู้ความสามารถของตนอยู่เสมอ และครอบครัวที่รู้จักเก็บออมไว้ยามจำเป็น ล้วนเป็นผู้ที่รู้จักทำตนให้เป็นที่พึ่งของตน
เราจึงควรฝึกตนตามหลักนาถกรณธรรม ตั้งอยู่ในศีล หมั่นศึกษา คบกัลยาณมิตร รับฟังคำสอน ขยันทำหน้าที่ และมีสติปัญญากำกับการกระทำ เมื่อตนมีคุณธรรมเป็นหลักแล้ว ย่อมเป็นที่พึ่งของตนได้ และยังเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้อีกด้วย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ตนแล เป็นที่พึ่งของตน”