สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | ความรัก (อื่น) เสมอด้วยตนไม่มี. |
|---|---|
| English | There is no love equal to that for oneself. |
| Indonesia | Tiada cinta yang sebanding dengan cinta pada diri sendiri. |
| 中文 | 没有一种爱能与对自己的爱相等。 |
| Deutsch | Es gibt keine Liebe, die der Liebe zu sich selbst gleicht. |
| Dansk | Der findes ingen kærlighed, der svarer til kærligheden til én selv. |
| हिन्दी | अपने समान प्रेम (अन्य) कोई नहीं। |
| 日本語 | 自己に対する愛に等しい愛はない。 |
| नेपाली | आफूप्रतिको समान प्रेम (अरू) कुनै छैन। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ” แปลว่า “ความรัก (อื่น) เสมอด้วยตนไม่มี” คำว่า “เปมํ” แปลว่า ความรัก ความผูกพัน คำว่า “อตฺตสมํ” แปลว่า เสมอด้วยตน ส่วนคำว่า “(อื่น)” ในวงเล็บเป็นคำเติมให้ความชัดขึ้นในภาษาไทย หมายความว่า ความรักอื่นใดก็ไม่เท่ากับความรักที่บุคคลมีต่อตนเอง สุภาษิตนี้แสดงความจริงตามธรรมชาติของสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งล้วนรักชีวิตและปรารถนาความสุขของตน
สุภาษิตนี้มาในเทวตาสังยุตต์ แห่งสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ที่มีเทวดากล่าวคาถาว่า ความรักเสมอด้วยบุตรไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยโคไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยดวงอาทิตย์ไม่มี และสระทั้งหลายมีสมุทรเป็นอย่างยิ่ง พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า ความรักเสมอด้วยตนไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี และฝนแลเป็นสระอย่างยิ่ง พระดำรัสตอบนี้ชี้ว่า แม้ความรักต่อบุตรจะลึกซึ้งเพียงใด แต่ความรักที่บุคคลมีต่อตนเองนั้นลึกซึ้งยิ่งกว่า
ความรักตนนี้เป็นความจริงที่ควรรู้ แต่ผู้ศึกษาควรเข้าใจให้รอบด้าน ความรักและความผูกพันจัดเป็นเหตุแห่งความทุกข์ได้ ดังพระคาถาธรรมบทว่า ความโศกย่อมเกิดแต่ความรัก เมื่อยึดมั่นในตนมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นความเห็นแก่ตัว ความถือตัว และความทุกข์เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปดังใจ ในระดับโลกิยะ ท่านจึงสอนให้ใช้ความรักตนเป็นเครื่องเทียบใจ เมื่อตนรักสุขเกลียดทุกข์ ผู้อื่นก็เช่นกัน จึงไม่ควรเบียดเบียนกัน ส่วนในระดับโลกุตตระ ผู้ปฏิบัติย่อมพิจารณาเห็นกายและใจตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จนละความยึดมั่นในตนได้
ในชีวิตประจำวัน สามเณรที่ถูกเพื่อนแกล้งแล้วรู้สึกเจ็บใจ เมื่อระลึกได้ว่าเพื่อนก็รักตนเหมือนกัน ย่อมไม่แกล้งตอบ และหันมาแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยหรือแจ้งครูอาจารย์ พระภิกษุที่อยู่ร่วมกันในวัด เมื่อเข้าใจว่าทุกรูปต่างรักตน ย่อมระวังกิริยาวาจาไม่ให้กระทบใจกัน ในครอบครัว พ่อแม่ที่เข้าใจว่าลูกก็มีความรู้สึกของตน ย่อมรับฟังลูกมากขึ้น และคนทำงานที่เข้าใจความจริงข้อนี้ ก็ย่อมให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน ไม่เอาเปรียบกัน
เราจึงควรใช้ความรักตนให้เป็นประโยชน์ คือรักษาตนให้พ้นจากความชั่ว และนำใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ทำสิ่งที่ตนไม่ปรารถนาแก่ผู้อื่น พร้อมกันนั้นก็ควรค่อย ๆ ฝึกลดความยึดมั่นถือมั่นในตน เพื่อความทุกข์จะได้เบาบางลง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ความรัก (อื่น) เสมอด้วยตนไม่มี”