สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง. |
|---|---|
| English | By oneself is evil done; by oneself is one defiled. |
| Indonesia | Oleh diri sendiri kejahatan dilakukan; oleh diri sendiri seseorang tercemar. |
| 中文 | 恶由己作,己自染污。 |
| Deutsch | Durch sich selbst wird Böses getan, durch sich selbst wird man befleckt. |
| Dansk | Ved sig selv gøres det onde, ved sig selv besmittes man. |
| हिन्दी | अपने से ही पाप किया जाता है, अपने से ही मनुष्य मलिन होता है। |
| 日本語 | 悪は自らなし、自ら汚れる。 |
| नेपाली | पाप आफैँले गरिन्छ, आफैँ मलिन हुन्छ। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ” แปลว่า “ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง” คำว่า “ปาปํ” หรือ บาป หมายถึง กรรมชั่วที่ทำด้วยกาย วาจา หรือใจ ส่วน “สงฺกิลิสฺสติ” แปลว่า ย่อมเศร้าหมอง หมายถึงใจที่ถูกกิเลสครอบงำและขุ่นมัว สุภาษิตนี้สอนว่า ผู้ใดทำความชั่ว ผู้นั้นเองย่อมเป็นผู้เศร้าหมองเพราะความชั่วนั้น ไม่มีผู้อื่นมารับความเศร้าหมองแทนได้
สุภาษิตนี้มาในพระคาถาธรรมบท หมวดอัตตวรรค มีใจความเต็มว่า ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง ตนไม่ทำบาปเอง ย่อมหมดจดเอง ความบริสุทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน คนอื่นจะทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้ พระคาถานี้แสดงหลักความรับผิดชอบต่อกรรมของตนอย่างชัดเจน สุภาษิตบทนี้เป็นครึ่งแรก ซึ่งกล่าวถึงฝ่ายความชั่ว ส่วนครึ่งหลังกล่าวถึงฝ่ายความบริสุทธิ์
ความเศร้าหมองจากการทำบาปปรากฏได้ทั้งในปัจจุบันและภายหลัง ในปัจจุบัน ผู้ทำบาปย่อมเกิดความเดือดร้อนใจ หวาดระแวง และถูกความละอายตามรบกวน ทั้งการทำบาปบ่อย ๆ ยังทำให้ใจคุ้นเคยกับความชั่ว เห็นผิดเป็นชอบได้ง่ายขึ้น ส่วนในภายหลังย่อมได้รับผลของกรรมนั้นตามสมควร อนึ่ง ควรแยกให้ชัดว่า สุภาษิตนี้หมายถึงความเศร้าหมองอันเกิดจากบาปที่ตนทำเอง มิได้หมายความว่าผู้ถูกผู้อื่นทำร้ายเป็นผู้ทำบาป และแม้ผู้ที่เคยพลาดพลั้งไปแล้ว ก็ยังกลับตัวได้ ดังพระคาถาว่า ผู้ใดทำบาปแล้ว กลับทำกุศลปิดไว้ได้ ผู้นั้นย่อมทำโลกให้สว่าง
ในชีวิตประจำวัน สามเณรที่แอบหยิบของของเพื่อนไป แม้ไม่มีใครรู้ ใจก็ย่อมไม่สบายและระแวงอยู่เสมอ พระภิกษุที่ล่วงสิกขาบทแล้วปกปิดไว้ ย่อมเกิดความกังวลใจ ศึกษาปฏิบัติไม่ก้าวหน้า นักเรียนที่ทุจริตในการสอบ ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าคะแนนนั้นไม่ใช่ความรู้จริงของตน คนทำงานที่โกงผู้อื่น ต้องคอยปกปิดและหวาดกลัวว่าจะถูกเปิดเผย ความเศร้าหมองเหล่านี้ล้วนเกิดจากการกระทำของตนเอง
เราจึงควรมีหิริโอตตัปปะ คือความละอายและความเกรงกลัวต่อบาป เป็นเครื่องคุ้มครองใจ ก่อนจะทำ พูด หรือคิดสิ่งใด พึงพิจารณาว่าจะเป็นเหตุให้ตนเศร้าหมองหรือไม่ หากพลาดพลั้งไปแล้ว ก็ควรยอมรับผิด แก้ไข และตั้งใจสำรวมระวังต่อไป ไม่โทษผู้อื่นแทนตน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง”