สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด. |
|---|---|
| English | People who look only to their own advantage are unclean. |
| Indonesia | Manusia yang hanya mementingkan keuntungan diri sendiri adalah orang yang tidak bersih. |
| 中文 | 只顾自身利益的人,是不洁净的人。 |
| Deutsch | Menschen, die nur den eigenen Vorteil sehen, sind unrein. |
| Dansk | Mennesker, der kun ser på egen fordel, er urene. |
| हिन्दी | केवल अपना स्वार्थ देखने वाले मनुष्य अशुद्ध होते हैं। |
| 日本語 | 自分の利益ばかりを見る人は、清らかでない。 |
| नेपाली | आफ्नो स्वार्थ मात्र हेर्ने मानिस अशुद्ध हुन्छन्। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตตฺถปญฺญา อสุจี มนุสฺสา” แปลว่า “มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด” สุภาษิตนี้ชี้ให้เห็นโทษของความเห็นแก่ตัว คำว่า “ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน” หมายถึงผู้ที่ใช้ความคิดและความรู้ของตนมุ่งแต่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น ส่วนคำว่า “ไม่สะอาด” มิได้หมายถึงร่างกายสกปรก แต่หมายถึงความประพฤติทางกาย วาจา และใจที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะมีความโลภและความเห็นแก่ได้เป็นเครื่องเศร้าหมองอยู่ภายใน
ถ้อยคำนี้เป็นส่วนหนึ่งของคาถาในขัคควิสาณสูตร แห่งสุตตนิบาต ซึ่งมีใจความว่า คนทั้งหลายคบหาและคอยรับใช้กันเพราะมีเหตุ คือหวังประโยชน์บางอย่าง มิตรที่คบกันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหาได้ยาก มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตนเป็นคนไม่สะอาด ผู้มุ่งความสงบจึงพึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด คาถานี้จึงเป็นการพิจารณาเห็นโทษของการคบหาที่มีผลประโยชน์แอบแฝง และสรรเสริญการอยู่อย่างสงัดเพื่อบำเพ็ญเพียรละกิเลส
ข้อควรระวังในการตีความ คือ สุภาษิตนี้มิได้สอนว่าการดูแลประโยชน์ของตนเป็นสิ่งผิด เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้บำเพ็ญประโยชน์ตน (อัตตัตถะ) และประโยชน์ผู้อื่น (ปรัตถะ) ควบคู่กันไป สิ่งที่ถูกตำหนิคือการมุ่งประโยชน์ตนจนยอมเอาเปรียบ หลอกลวง หรือทอดทิ้งผู้มีอุปการะเมื่อหมดประโยชน์แก่ตน ส่วนการที่คาถาสรรเสริญการเที่ยวไปผู้เดียวนั้น เป็นแนวทางของผู้มุ่งความสงัดเพื่อความพ้นทุกข์ มิใช่สอนให้คฤหัสถ์ตัดขาดจากสังคมหรือระแวงผู้อื่นไปเสียทั้งหมด ข้อที่ผู้ศึกษาทั่วไปนำมาใช้ได้คือ หมั่นตรวจดูใจตนว่าคบหาผู้อื่นด้วยความจริงใจ หรือด้วยความหวังผลเพียงอย่างเดียว
ในชีวิตประจำวัน พระภิกษุสามเณรที่อยู่ร่วมกันในวัด หากเลือกทำเฉพาะกิจที่ตนได้ประโยชน์ แต่หลีกเลี่ยงงานส่วนรวม เช่น การปัดกวาดลานวัดหรือการดูแลเสนาสนะ ก็ย่อมทำให้หมู่คณะขาดความสามัคคี นักเรียนที่คบเพื่อนเพียงเพื่อขอลอกการบ้าน แล้วเมินเฉยเมื่อเพื่อนเดือดร้อน คนทำงานที่แย่งผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน หรือญาติพี่น้องที่เข้าหากันเฉพาะเมื่อต้องการทรัพย์ ล้วนเป็นตัวอย่างของความเห็นแก่ประโยชน์ตนที่ทำให้ใจเศร้าหมองและทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลง
เราจึงควรฝึกตนให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม รู้จักแบ่งปัน ให้อภัย และช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลัง คบหาผู้อื่นด้วยความจริงใจ ไม่ทิ้งมิตรเมื่อเขาตกต่ำ และเมื่อจะได้ประโยชน์สิ่งใดก็ให้ได้มาโดยสุจริต ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน การลดความเห็นแก่ตัวลงทีละน้อยเป็นการชำระใจให้สะอาดขึ้น และทำให้เป็นผู้ที่ผู้อื่นไว้วางใจได้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด”