สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | บัณฑิต ย่อมฝึกตน. |
|---|---|
| English | The wise tame themselves. |
| Indonesia | Orang bijak menjinakkan diri sendiri. |
| 中文 | 智者调御自己。 |
| Deutsch | Die Weisen zähmen sich selbst. |
| Dansk | De vise tæmmer sig selv. |
| हिन्दी | पण्डित अपने को वश में करते हैं। |
| 日本語 | 賢者は自己を調える。 |
| नेपाली | पण्डितहरू आफूलाई वशमा राख्छन्। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา” แปลว่า “บัณฑิต ย่อมฝึกตน” สุภาษิตนี้แสดงลักษณะสำคัญของบัณฑิต คือผู้มีปัญญา ว่าไม่ได้วัดกันที่ความรู้มากหรือการเรียนสูงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การรู้จักฝึกตนเอง คำว่า “ฝึก” (ทมะ) หมายถึงการข่มใจและปรับปรุงกาย วาจา ใจ ให้ละความประพฤติที่ไม่ดี แล้วตั้งอยู่ในความดี เหมือนสัตว์ที่ได้รับการฝึกแล้วย่อมใช้งานได้ตามประสงค์
สุภาษิตนี้เป็นท่อนท้ายของพระคาถาในบัณฑิตวรรค แห่งธรรมบท ว่า คนไขน้ำย่อมไขน้ำไป ช่างศรย่อมดัดลูกศร ช่างถากย่อมถากไม้ บัณฑิตย่อมฝึกตน อรรถกถาธรรมบทเล่าว่า บัณฑิตสามเณร ศิษย์ของพระสารีบุตรเถระ ขณะติดตามพระเถระไปบิณฑบาต ได้เห็นคนไขน้ำเข้านา ช่างศรดัดลูกศร และช่างไม้ถากไม้ จึงพิจารณาว่า สิ่งที่ไม่มีจิตใจ คนยังนำไปตามที่ต้องการได้ เหตุใดผู้มีจิตใจจะฝึกจิตของตนไม่ได้ แล้วกลับไปเจริญภาวนาจนได้บรรลุอรหัตตผล คาถาเดียวกันนี้ยังปรากฏเป็นคำของพระองคุลิมาลเถระ ผู้กลับตัวจากความประพฤติร้ายมาเป็นผู้ฝึกตนดีแล้ว
การฝึกตนในทางพระพุทธศาสนามีหลายระดับ ในระดับพื้นฐาน คือการสำรวมกายวาจาด้วยศีล ข่มความโกรธความโลภไม่ให้ล่วงออกมาเป็นการกระทำ ในระดับที่ละเอียดขึ้น คือการฝึกจิตด้วยสมาธิให้ตั้งมั่น และฝึกปัญญาให้เห็นความจริงของชีวิต จนถึงที่สุดคือการละกิเลสได้ขาด ดังที่บัณฑิตสามเณรได้บรรลุ ผู้ศึกษาทั่วไปอาจยังไม่ถึงระดับสูงสุด แต่ก็ฝึกตนตามกำลังได้ทุกวัน และควรเข้าใจว่าการฝึกตนต่างจากการทรมานตน เพราะมุ่งให้ใจดีขึ้นด้วยความเพียรที่พอดี มิใช่ฝืนร่างกายให้ลำบากโดยเปล่าประโยชน์
ในชีวิตประจำวัน สามเณรที่ตั้งใจท่องบ่นบาลีและทบทวนนักธรรมแม้ในวันที่เหนื่อยล้า พระภิกษุที่ฝึกลุกขึ้นทำวัตรเช้าให้ตรงเวลาและสำรวมระวังขณะบิณฑบาต ย่อมเป็นการฝึกตนตามพระวินัยและกิจวัตร นักเรียนที่ฝึกไม่เล่นจนลืมทำการบ้าน คนทำงานที่ฝึกพูดด้วยถ้อยคำสุภาพแม้กำลังขัดใจ หรือพ่อแม่ที่ฝึกระงับอารมณ์ก่อนตักเตือนลูก ล้วนเป็นการฝึกตนที่เห็นผลได้ในชีวิตจริง
เราจึงควรเริ่มจากการสังเกตข้อบกพร่องของตนอย่างซื่อตรง เลือกแก้ไขทีละเรื่อง และทำอย่างสม่ำเสมอ เหมือนช่างที่ค่อย ๆ ดัดและถากวัสดุจนได้รูปที่ต้องการ เมื่อพลั้งพลาดก็ไม่ท้อถอย แต่เริ่มใหม่ด้วยความตั้งใจ ผู้ที่ฝึกตนได้ย่อมเป็นที่พึ่งแก่ตนเองและเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “บัณฑิต ย่อมฝึกตน”