สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม
คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ
| ไทย | ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก. |
|---|---|
| English | One whose self is well tamed gains a refuge hard to gain. |
| Indonesia | Orang yang dirinya telah terjinakkan dengan baik memperoleh perlindungan yang sulit diperoleh. |
| 中文 | 善调御自己的人,得难得之依怙。 |
| Deutsch | Wer sein Selbst wohl gezähmt hat, gewinnt eine Zuflucht, die schwer zu gewinnen ist. |
| Dansk | Den, der har tæmmet sig selv godt, vinder et tilflugtssted, som er svært at vinde. |
| हिन्दी | जिसने अपने को भली-भाँति वश में किया है, वह दुर्लभ आश्रय पाता है। |
| 日本語 | 自己をよく調えた者は、得がたい拠り所を得る。 |
| नेपाली | आफूलाई राम्ररी वशमा राख्नेले पाउन गाह्रो आश्रय पाउँछ। |
พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ” แปลว่า “ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก” คำว่า “ที่พึ่ง” (นาถะ) หมายถึงสิ่งที่พึ่งพาอาศัยได้จริง ช่วยให้พ้นจากความทุกข์และความตกต่ำ สุภาษิตนี้เป็นท่อนท้ายของพระคาถาในอัตตวรรค แห่งธรรมบท ซึ่งท่อนต้นมีใจความว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะพึงเป็นที่พึ่งได้ จึงเน้นว่า ที่พึ่งอันแท้จริงเกิดขึ้นได้ด้วยการฝึกตนของตนเอง
อรรถกถาธรรมบทเล่าว่า พระคาถานี้ตรัสปรารภมารดาของพระกุมารกัสสปเถระ ซึ่งออกบวชเป็นภิกษุณี แต่ยังมีความผูกพันในบุตรอย่างมาก จนไม่อาจตั้งใจปฏิบัติได้เต็มที่ พระกุมารกัสสปเถระเห็นว่าความผูกพันนั้นเป็นอุปสรรค จึงกล่าวกับมารดาด้วยถ้อยคำห้วน ๆ เพื่อให้ท่านตัดความผูกพันเสีย ท่านจึงได้สติ ตั้งใจปฏิบัติจนได้บรรลุอรหัตตผล พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า บุคคลจะอาศัยผู้อื่นให้บรรลุธรรมแทนตนไม่ได้ แม้บิดามารดาหรือบุตรก็ตาม ต้องอาศัยตนที่ฝึกดีแล้วเท่านั้น
คำว่า “ที่พึ่งซึ่งได้ยาก” ในระดับสูงสุด ท่านมุ่งถึงอรหัตตผล อันเป็นที่พึ่งที่ไม่เสื่อม ซึ่งผู้อื่นไม่อาจหยิบยื่นให้ได้ ต้องอาศัยการปฏิบัติของตนเอง ส่วนในระดับโลกิยะ ผู้ที่ฝึกตนให้มีศีล มีความรู้ มีความขยันและความซื่อสัตย์ ย่อมพึ่งตนเองได้ในการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตาม สุภาษิตนี้มิได้สอนให้ปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้อื่น หรือไม่ต้องมีครูอาจารย์และกัลยาณมิตร เพราะพระพุทธศาสนาถือว่ากัลยาณมิตรเป็นปัจจัยสำคัญของการฝึกตน เพียงแต่ผู้อื่นช่วยชี้ทางได้ ส่วนการเดินทางต้องทำเอง ดังพระพุทธพจน์ว่า ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำเอง พระตถาคตทั้งหลายเป็นแต่ผู้บอก
ในชีวิตประจำวัน สามเณรที่อาศัยครูสอนนักธรรมให้เข้าใจบทเรียน ก็ยังต้องท่องจำและฝึกเขียนกระทู้ด้วยตนเองจึงจะสอบได้ พระภิกษุที่ได้รับคำแนะนำกรรมฐานจากอาจารย์ ก็ต้องลงมือเจริญภาวนาเองจึงจะเกิดผล นักเรียนที่ฝึกความรับผิดชอบจนดูแลตนเองได้เมื่ออยู่ห่างบ้าน และคนทำงานที่ฝึกฝนทักษะและรักษาความซื่อสัตย์จนเป็นที่ไว้วางใจ ล้วนแสดงว่าการฝึกตนทำให้เกิดที่พึ่งที่มั่นคงกว่าการรอคอยความช่วยเหลือจากภายนอก
เราจึงควรฝึกตนให้เป็นที่พึ่งของตนเองได้ โดยรักษาศีล ฝึกใจให้มีสติ หมั่นศึกษาหาความรู้ และทำหน้าที่ของตนด้วยความเพียร เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นก็รู้คุณและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เมื่อตนเข้มแข็งแล้วก็กลับเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่นได้ด้วย ที่พึ่งที่เกิดจากการฝึกตนเป็นสิ่งที่ผู้อื่นแย่งชิงไปไม่ได้ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก”