พุทธศาสนสุภาษิต

สำหรับวิชากระทู้ธรรม — บาลี คำแปล คัมภีร์ที่มา และคำอธิบายความหมาย เพื่อใช้ศึกษาและเป็นแบบอย่างในการแต่งกระทู้ธรรม

คำอธิบายเป็นเพียงตัวอย่างการตีความ ไม่ใช่เฉลย — ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น และควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ

ธรรมศึกษา (ต่างประเทศ)
ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ) · หลักสูตรฉบับปรับปรุง ๒๕๕๗ · ๔๓ บท · มีคำอธิบายแล้ว ๔๓ บท
สติวรรค — หมวดสติ
สติวรรค — หมวดสติ · ธรรมศึกษาชั้นตรี (ต่างประเทศ)
บาลี (อักษรไทย)
สติ โลกสฺมิ ชาคโร.
Pāli (Roman) ถอดอัตโนมัติ
Sati lokasmi jāgaro.
คัมภีร์ที่มา : สํ. ส. ๑๕/๖๑.
คำแปล : สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก.
คำแปลทุกภาษา / All languages (9)
ไทยสติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก.
EnglishMindfulness is the state of wakefulness in the world.
IndonesiaPerhatian penuh adalah keadaan terjaga di dunia ini.
中文正念是世间的觉醒之法。
DeutschAchtsamkeit ist das Wachsein in der Welt.
DanskOpmærksomhed er vågenhed i verden.
हिन्दीस्मृति ही संसार में जागृति का धर्म है।
日本語念は世において目覚めている法である。
नेपालीस्मृति नै संसारमा जागरणको धर्म हो।

คำอธิบาย
คำอธิบายนี้เป็นเพียงตัวอย่างการตีความพุทธศาสนสุภาษิต ไม่ใช่เฉลย ผู้ศึกษาควรใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการความพิสดาร ควรศึกษาเพิ่มเติมจากพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่น ๆ ประกอบด้วย

พุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สติ โลกสฺมิ ชาคโร” แปลว่า “สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก” พุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ว่า “สติ โลกสฺมิ ชาคโร” แปลว่า “สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก” หมายความว่า สติเป็นเครื่องเตือนใจให้บุคคลดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่เผลอไผล และไม่ละเลยการทำความดี คำว่า “สติ” หมายถึงความระลึกได้ ความไม่เผลอ และการคุมใจไว้กับกิจที่ทำ ช่วยให้ระลึกถึงหน้าที่ สิ่งที่ควรทำ และสิ่งที่ควรละเว้น ผู้มีสติจึงเปรียบเสมือนผู้ตื่นอยู่ เพราะไม่ปล่อยชีวิตให้ดำเนินไปตามความประมาท

ความหลับในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนอนหลับตามธรรมชาติ แต่เป็นคำเปรียบเทียบถึงความประมาท ความเผลอเรอ และความลุ่มหลงในสิ่งต่าง ๆ จนลืมหน้าที่และละเลยความถูกต้อง คนที่ใจหลับเช่นนี้ย่อมถูกกิเลสครอบงำได้ง่าย เหมือนบ้านที่ยามหลับจนโจรมีโอกาสเข้ามาลักทรัพย์ สติจึงเปรียบเหมือนยามที่เฝ้าประตูใจ คอยเตือนมิให้เผลอปล่อยตนไปตามอารมณ์ เมื่อความโลภ ความโกรธ หรือความหลงเกิดขึ้น สติช่วยให้ระลึกได้ว่าควรระวังใจ และเปิดโอกาสให้ใช้ปัญญาพิจารณายับยั้งคำพูดหรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดโทษ

หลักธรรมที่สอดคล้องกับคำอธิบายนี้ปรากฏในชาครสูตร ซึ่งกล่าวว่า เมื่ออินทรีย์ ๕ ตื่นอยู่ นิวรณ์ ๕ ชื่อว่าหลับ และเมื่อนิวรณ์ ๕ หลับ อินทรีย์ ๕ ชื่อว่าตื่น อินทรีย์ ๕ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เป็นธรรมสำคัญที่เกื้อหนุนการพัฒนาจิต ส่วนนิวรณ์ ๕ ได้แก่ กามฉันทะ ความพอใจในกาม พยาบาท ความคิดปองร้าย ถีนมิทธะ ความหดหู่และเซื่องซึม อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านและรำคาญใจ และวิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย เป็นธรรมที่กั้นจิตมิให้ก้าวหน้าในความดี การตื่นของอินทรีย์และการหลับของนิวรณ์จึงเป็นภาพเปรียบเทียบที่แสดงถึงการดำเนินชีวิตด้วยกุศลธรรม โดยไม่ปล่อยให้อกุศลธรรมเข้าครอบงำ

อรรถกถาชาครสูตรอธิบายว่า ผู้พรั่งพร้อมด้วยอินทรีย์ ๕ แม้นอนหลับก็ชื่อว่าเป็นผู้ตื่น เพราะมีความไม่ประมาทและประกอบด้วยกุศล ส่วนผู้พรั่งพร้อมด้วยนิวรณ์ ๕ แม้อยู่ในอิริยาบถอื่นก็ชื่อว่าเป็นผู้หลับ เพราะมีความประมาทและประกอบด้วยอกุศล ดังนั้น การกล่าวว่า “แม้นอนหลับก็ชื่อว่าตื่น” จึงหมายถึงการเป็นผู้ไม่ประมาทในทางธรรม มิได้หมายความว่า ขณะนอนหลับยังรับรู้เหตุการณ์หรืออันตรายรอบตัวอยู่ตลอดเวลา

ในชีวิตประจำวัน ผู้ขับรถที่มีสติย่อมใส่ใจการขับขี่ ไม่เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นักเรียนที่มีสติย่อมตั้งใจฟังครู เมื่อเผลอคิดเรื่องอื่นก็กลับมาใส่ใจบทเรียน จึงช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เรียนได้ดีขึ้น ผู้ที่ฝึกสติเมื่อถูกยั่วยุให้โกรธ ย่อมมีโอกาสระลึกได้ว่าควรระมัดระวังคำพูดและการกระทำ ช่วยให้หยุดคิดพิจารณาก่อนตอบโต้ และเลือกปฏิบัติอย่างเหมาะสม แทนการปล่อยให้ความโกรธนำไปสู่การกระทำที่ต้องเสียใจภายหลัง

ผู้ที่ต้องการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทจึงควรฝึกสติอยู่เสมอ โดยเริ่มจากการใส่ใจกับกิจที่กำลังทำ เมื่อเผลอก็ระลึกได้และนำใจกลับมา พร้อมทั้งฝึกสัมปชัญญะ คือความรู้ตัว ให้รู้ชัดว่ากำลังทำอะไร และใช้ปัญญาพิจารณาว่าสิ่งนั้นเหมาะสมหรือไม่ ควบคู่กับการเจริญกุศลธรรมอื่น ๆ การฝึกอย่างสม่ำเสมอย่อมช่วยให้มีความรอบคอบ ไม่เผลอไผลไปตามอารมณ์ได้ง่าย และไม่ละเลยหน้าที่กับการทำความดี สติจึงเป็นธรรมที่ช่วยให้ใจตื่นจากความประมาท สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก”

บทถัดไป »
สุภาษิตในวรรคเดียวกัน — เลือกใช้เป็นกระทู้เชื่อมได้
สติมโต สทา ภทฺทํ.
คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ.
สํ. ส. ๑๕/๓๐๖.
สติมา สุขเมธติ.
คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข.
สํ. ส. ๑๕/๓๐๖.
สติมโต สุเว เสยฺโย.
คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน.
สํ. ส. ๑๕/๓๐๖.
บาลีอักษรโรมันถอดจากอักษรไทยโดยอัตโนมัติ · คำอธิบายแสดงเฉพาะบทที่ผ่านการตรวจทานแล้ว
ฝึกแต่งกระทู้ธรรม แบบฝึกท่องจำ ปัญหาธรรมศึกษาย้อนหลัง หน้าหลัก